ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/เมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘A-Class’ หล่อเฟี้ยว-ไฮเทคเพียบคัน

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ‘A-Class’

หล่อเฟี้ยว-ไฮเทคเพียบคัน

 

นานถึง 22 ปีแล้วที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ให้กำเนิดรถเล็กของค่ายในชื่อ “เอ-คลาส” (A-Class) เพราะในอดีตนั้นรถเล็กสุดของค่ายจะเป็น “ซี-คลาส” (C-Class)

โดยค่ายดาวสามแฉกต้องการลงมาเล่นในตลาดรถเล็กที่มีความนิยมมากกว่า และตลาดใหญ่กว่เนื่องจากราคาถูกสุดในค่าย

เจเนอเรชั่น 1 และ 2 ที่ออกมาถือว่าสร้างกระแสฮือฮาได้พอสมควร มาสไตล์มินิแวน

กระทั่งในเจนฯ 3 ออกมาในรูปลักษณ์ “แฮทช์แบ็ก” เพื่อฟัดกับ “บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์-1”

ล่าสุดได้เวลาที่ “เอ-คลาส” เจนฯ 4 เผยโฉม โดยมีชื่อเต็มคือ “A 200 AMG Dynamic” เพราะจัดเต็มกับชุดแต่งนั่นเอง

 

ดีไซน์ภายนอกใช้โครงสร้าง AMG ที่โดดเด่นด้วยการตัดทอนเส้นสายและช่องว่างให้มีน้อยที่สุด ถือเป็นการผสมผสานระหว่างดีไซน์คลาสสิคของรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็ก9Nคาร์ และความปราดเปรียวอย่างลงตัว

กระจังหน้าแบบ diamond radiator grille ที่ประกอบด้วยเส้นเดี่ยวแนวนอน และตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ตรงกลาง ไฟหน้าแบบ LED High Performance เพรียวบาง และกรอบเคลือบโครเมียมที่ทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างขณะขับขี่ตอนกลางวันแบบ LED ที่มีลักษณะคล้ายคบเพลิง

ด้านหน้าของตัวรถดูมีความล้ำสมัยสอดรับกับช่วงกระโปรงหน้าที่ลาดตัวต่ำ

เส้นสายด้านข้างที่ทอดตัวอยู่บริเวณช่วงล่างของตัวถัง ช่วยให้ตัวรถดูกว้าง ส่วนกระจกมองข้างนั้นอยู่ในระนาบเดียวกับขอบล่างของกระจกห้องโดยสารพอดี

ล้อขนาด 18 นิ้ว แบบ 5 ก้านคู่

ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ดูทันสมัย สไตล์สปอร์ตแบบ AMG

พวงมาลัยท้ายตัดหุ้มด้วยหนัง nappa เดินด้ายแดงเพิ่มความสปอร์ต พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น หน้าจอ Widescreen ขนาด 10.25 นิ้วต่อกัน 2 หน้าจอ แบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วน คือ แผงหน้าปัดสำหรับแสดงมาตรวัดต่างๆ ซึ่งเป็นหน้าจอแบบ Widescreen ขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจน

อีกส่วนหนึ่งจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์ที่ใช้ระบบสัมผัส (Touchscreen)

ถือเป็นครั้งแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่นำหน้าจอระบบสัมผัสมาใช้ในรถยนต์คอมแพ็ก9Nคาร์

สามารถควบคุมและออกคำสั่งได้ด้วยการสัมผัสที่หน้าจอ หรือใช้ Touchpad ดีไซน์ใหม่

 

ช่องแอร์ทรงกลมออกแบบโดยใช้กังหัน (turbine) เป็นต้นแบบ ซ้าย-ขวาอย่างละช่อง และตรงกลาง 3 ช่อง

คอนโซลกลางยังได้รับการออกแบบให้มีลักษณะคล้ายปีกที่ดูแบนราบและไร้รอยต่อจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งของห้องโดยสาร โดยมีระบบไฟส่องสว่างในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 64 สี มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 5 เท่า

สามารถผสมสีสันต่างๆ เพิ่มเป็นสีพิเศษได้อีก 10 สี

เบาะที่นั่งหุ้มด้วยหนัง ARTICO/DINAMICA microfibre ทั้งหมด โดยเบาะที่นั่งด้านคนขับ จะมาพร้อมหน่วยบันทึกความจำ อีกทั้งเบาะด้านหลังยังสามารถพับได้แบบ 40:20:40

การออกแบบห้องโดยสาร ตอนหลังให้เข้า-ออกได้ง่าย ห้องเก็บสัมภาระด้านหลังมีปริมาตร 420 ลิตร ช่องกระโปรงหลังมีขนาดกว้าง 950 มิลลิเมตร

มีระยะเส้นทแยงมุมจากตัวล็อกถึงขอบล่างของกระจกหลังถึง 462 มิลลิเมตร

ช่วยให้ใส่หรือนำสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ออกได้อย่างสะดวก

 

ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1,332 ซีซี แต่ให้กำลังสูงสุดถึง 163 แรงม้า ที่ถือว่ามีพละกำลังมากที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาดเดียวกัน แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร

เกียร์ “อัตโนมัติ 7 จังหวะ” (7G-DCT) พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย หายห่วงถึงแม้จะเป็นตัวเล็ก แต่เมอร์เซเดส-เบนซ์ใส่มาไม่ยั้ง

เด่นๆ เช่น ระบบช่วยหยุดรถ (Active Brake Assist) ที่ได้รับdkiพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นโดยสามารถลดความเสียหายหรือป้องกันการพุ่งชนกับรถยนต์ข้างหน้าที่ใช้ความเร็วต่ำกว่า กำลังชะลอ หรือแม้แต่รถที่จอดอยู่ข้างหน้าได้

ยังช่วยป้องกันไม่ให้รถเฉี่ยวชนกับผู้ที่ข้ามถนนหรือผู้ใช้จักรยานได้เช่นกัน

ครั้งแรกของรถยนต์ในตระกูลคอมแพ็ก9Nคาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มาพร้อมกับระบบช่วยจอดพร้อมกล้องหลัง (Parking package with reversing camera) ที่จะช่วยให้การถอยจอดง่ายขึ้น ฯลฯ

แต่ที่เป็นไฮไลต์ไม่พ้นบริการ “Mercedes me connect” เชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุด “MBUX” (Mercedes-Benz User Experience) เป็นครั้งแรกสำหรับรถยนต์ในกลุ่มคอมแพ็ก9Nคาร์

มีฟีเจอร์ต่างๆ ที่หลากหลายขึ้น และความสะดวกสบายที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่

บริการ “Mercedes me connect” มาพร้อมฟังก์ชั่นเจ๋งๆ ทั้ง “Mercedes-Benz emergency call system” ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชน เซ็นเซอร์ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที

 

นอกจากนี้ py’มี “Vehicle Monitoring” เจ้าของรถยนต์สามารถเช็กตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ผ่านแอพพลิเคชั่นของ “Mercedes me connect” ได้

Vehicle Set-up สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกลผ่านแอพพลิเคชั่น ให้ทั้งผู้ขับขี่และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่างๆ ได้

Maintenance Management ช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ โดยจะตั้งวันและเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ

Remote Engine Start สามารถเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศทำความเย็นล่วงหน้า หรือการสั่งเปิด-ล็อกประตูรถจากระยะไกล

นอกจากนี้ ระบบ “MBUX” ยังเชื่อมกับระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุด สั่งการผ่านหน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส และ Touchpad ตรงคอนโซลกลาง

สามารถจดจำความต้องการของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะการใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถ

มาพร้อมกับฟังก์ชั่นใหม่ๆ เช่น Navigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ทำงานร่วมกับระบบ AR หาจุดหมายที่ต้องการได้ด้วยการสัมผัสหน้าจอ สามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่างๆ ได้แบบเรียลไทม์

Personal profiles จดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์

Linguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียง เปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes”

ถือว่าเป็นรถที่ฉลาดและครบเครื่องจริงๆ

Mercedes-Benz A 200 AMG Dynamic ราคา 2,490,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้วางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ /มติชนสุดสัปดาห์คือเวทีวรรณกรรม
บทความถัดไปถวายสัตย์ไม่ครบ ‘ลุงตู่’ จบหรือไม่จบ/บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ