ปฏิบัติการเด็ดขาด! “เด็กแว้น” ผบ.ตร.ลั่นต้องสูญพันธุ์ ขีดเส้น 5 เดือนต้องเห็นผล!

นาทีนี้จะมองข้ามเรื่อง “เด็กแว้น” ไม่ได้เสียแล้ว

เพราะที่ผ่านมามีภาพว่อนโซเชียล ก่อเหตุป่วนขับรถท้าทายอำนาจรัฐ พฤติกรรมของวัยรุ่นที่ออกมาขับขี่จักรยานยนต์ผาดโผนยกล้อ ไม่เกรงกลัวกฎหมายบริเวณสถานที่สำคัญในประเทศไทย

ความเดือดร้อนบางพื้นที่แทบไม่ได้หลับได้นอน หลังมีกลุ่มเด็กแว้นรวมตัวปิดถนนประลองความเร็ว เบิลเครื่องติดต่อกัน

บางครั้งรวมตัวถล่มกันเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในทางสาธารณะสะสมมายาวนาน

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร จึงลงมือเอง กำชับสั่งเป็นนโยบายเข้มงวด ให้แต่ละโรงพักป้องกันปราบปรามให้หมดสิ้น หากพื้นที่ไหนปล่อยปละละเลย หัวหน้าสถานี ตั้งแต่ผู้กำกับการ (ผกก.) ถึงผู้บังคับการ (ผบก.) ต้องรับผิดชอบถูกคาดโทษ

แสดงให้เห็นว่า ที่เป็น “ปัญหาระดับชาติ” โดยเฉพาะว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะทำให้สูญพันธุ์ไปเสียเลย

สอดรับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระงับยับยั้งหรือแก้ไขปัญหาการแข่งรถในทาง หรือขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น

การรวมกลุ่มหรือมั่วสุมในลักษณะหรือโดยพฤติการณ์ที่น่าจะเป็นการนำสู่การแข่งรถในทาง อันเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญ และเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม

แม่ทัพปทุมวันจึงวางมาตรการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาอนาคตของชาติและแก้ปัญหา “เด็กแว้น” ในสังคมเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืน

โดยจะกวดขันจับกุมอย่างเข้มข้นจริงจัง มั่นใจภายใน 4-5 เดือนจะเห็นผลชัดเจน และเชื่อว่าการแข่งรถจะต้องหมดไป

ยืนยันมาตรการต่างๆ ไม่ทำแบบไฟไหม้ฟางอย่างแน่นอน

จึงตั้งคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มี พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะทำงาน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม จเรตำรวจ สำนักงานจเรตำรวจ เป็นรองหัวหน้าคณะทำงาน พร้อมคณะทำงานระดับ รอง ผบช.-รอง สว. รวม 26 นาย เป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล อำนวยการ และสั่งการ เพื่อป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

โดยวางแนวทางการปฏิบัติเป็น 3 มาตรการ คือ มาตรการป้องกัน มาตรการปราบปราม และมาตรการสอบสวนขยายผล

โดยให้ระดับกองบัญชาการ (บช.) ภาค กองบังคับการ (บก.) จังหวัด ให้รอง ผบช. และรอง ผบก. เพื่อควบคุม กำกับ ดูแล และตรวจสอบปฏิบัติงานอย่างชัดเจนให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

หนึ่งในมาตรการเฝ้าระวังติดตามกลุ่มที่สนับสนุนส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มหรือนัดหมายมารวมตัวเพื่อไปแข่งขันรถบนทางสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นแอดมินจากเพจต่างๆ รวมไปถึงร้านที่ขายอุปกรณ์หรืออะไหล่ดัดแปลงก็จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตาและเข้าไปขอความร่วมมือ เป็นการป้องปรามก่อนในชั้นแรก

แต่หากพบว่ายังมีลักลอบหรือไม่เคารพกฎหมายก็จะดำเนินการในขั้นเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ฝ่ายสนับสนุนเหล่านี้ไปยุยงส่งเสริมสร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมหรือผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างจริงจัง

ส่วนการดำเนินคดีเบื้องต้น เช่น ยึดใบอนุญาตขับขี่ นำรถต้องสงสัยว่าใช้ในการกระทำผิดไปเก็บรักษา จับกุมและควบคุมตัว เพื่ออบรมความประพฤติ โดยให้พิจารณาดำเนินคดีกับผู้แข่งขัน ผู้จัด ผู้สนับสนุน และส่งเสริมทุกข้อกล่าวหา

หากไม่สามารถจับกุมขณะผู้ต้องหากระทำความผิด ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา

หากผู้กระทำความผิดเป็นเด็กหรือเยาวชน ให้แจ้งบิดา มารดา หรือผู้ปกครองเข้ามารับทราบการกระทำของเด็กและเยาวชน เพื่อให้คำแนะนำ ตักเตือนทำทัณฑ์บน

วางข้อกำหนด หรือให้วางประกันเป็นจำนวนเงินตามสมควรแก่ฐานานุรูป

หากเด็กหรือเยาวชนได้กระทำความผิดซ้ำอีกให้พิจารณาดำเนินคดีกับบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

พร้อมสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดี ผู้ผลิต ครอบครอง จำหน่าย ประกอบดัดแปลง หรือเปลี่ยนแปลงสภาพรถ

หากการกระทำนั้นมีเหตุอันควรเชื่อว่าเป็นการตระเตรียม ยุยง ส่งเสริม สนับสนุน ชักชวน จัดให้มี จัดหา เป็นธุระ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องซึ่งนำไปสู่การแข่งรถในทาง ก็ดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ร.บ.ส่งเสริมการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข

โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิด และควบคุม กำกับ ดูแล แก้ไขปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด โดยให้ถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ ตร. ทั้งนี้ ทาง ตร.จะติดตามผลการดำเนินงานและรับฟังเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งรถในทางเป็นหลัก โดยจะนำผลการปฏิบัติมาเป็นเครื่องชี้วัดประสิทธิภาพของหัวหน้าหน่วย หากหน่วยใดละเลยหรือไม่ปฏิบัติตาม หรือปล่อยให้มีการแข่งรถในทาง หรือปล่อยให้เกิดเหตุหรือกระทำผิดซ้ำๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ

จะพิจารณาข้อบกพร่องเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหัวหน้าสถานีตำรวจ และผู้บังคับบัญชาผู้มีหน้าที่ควบคุม กำกับดูแล ระดับกองบังคับการ ภูธรจังหวัด และกองบัญชาการภูธร ตามสมควรแก่กรณี

ที่ผ่านมาพบว่าการแข่งรถในช่วงวันหยุดยาวในกรุงเทพฯ มีการร้องเรียนลดลง แต่ต่างจังหวัด เช่น นครราชสีมา ชัยภูมิ ยังมีการร้องเรียนและยอดการจับกุมจำนวนมาก จึงได้สั่งการไปยังทุกพื้นที่อย่าปกปิดเหตุเพื่อให้ยอดการจับกุมลดลง ขอให้บันทึกทุกเหตุ จะได้นำข้อมูลมาวิเคราะห์วางมาตรการแก้ไขและป้องกันต่อไป แต่หากตรวจสอบพบมีการปกปิดเหตุหรือบิดเบือนสถิติก็จะพิจารณาบทลงโทษตามขั้นตอน

ขณะที่สถิติการดำเนินคดีผู้ขับขี่ ผู้สนับสนุน ผู้ปกครอง และความผิดเกี่ยวกับท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน เปลี่ยนแปลงตัวรถ และข้อหาอื่นๆ ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม-1 สิงหาคม จับกุมได้ 46,659 ราย และวันที่ 2-11 สิงหาคม จับกุมได้ 12,082 ราย ทำให้เห็นว่าการเข้มงวดกวดขันมากขึ้นทำให้มีจำนวนผู้กระทำความผิดลดน้อยลงอย่างชัดเจน

ล่าสุดหลักเกณฑ์การให้รางวัลนำจับแก่ผู้ให้ข้อมูลผู้ขับขี่รถผาดโผน ไม่ปลอดภัย หรือกลุ่มเด็กแว้น ผ่านสายด่วนหมายเลข 191 หรือหมายเลข 1599 และส่งภาพหรือคลิปเคลื่อนไหว ผ่านช่องทางเพจ “ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.” หัวหน้าคณะทำงานอยู่ระหว่างการพิจารณาหลักเกณฑ์การให้รางวัลตอบแทน 3,000 บาท หากสามารถนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีได้ ยิ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่สร้างแรงจูงใจของสังคมให้ช่วยกัน

เพราะการแก้ปัญหาเด็กแว้น ลำพังตำรวจกวดขันอย่างเดียวคงเห็นผลได้ยาก…!!

บทความก่อนหน้านี้‘จุรินทร์’ กำชับทูตพณ.ทั่วโลกเป็นพนักงานขายสินค้าส่งออกกิตติมศักดิ์ ยืนเป้าส่งออก 3%
บทความถัดไปวิรัตน์ แสงทองคำ : การลงทุนแบบสิงคโปร์