จรัญ พงษ์จีน : ก้าวย่าง “ประวิตร” ในพลังประชารัฐ

จรัญ พงษ์จีน

เมื่อก่อนดูเหมือนจะเบื่อๆ อยากๆ วันนี้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มแล้ว “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ” กับภารกิจทางการเมือง เมื่อช่วงเย็นวันที่ 21 สิงหาคม ได้เดินทางเข้าร่วมประชุมพรรค พปชร.ครั้งแรก

ท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับดังเกรียวกราวจากบรรดา ส.ส.กะมวลสมาชิกในห้องประชุม บางส่วนก็นำดอกกุหลาบสีแดง-สีขาวมอบให้ตามอัธยาศัย บรรยากาศชื่นมื่น อบอุ่น ขณะที่ “บิ๊กป้อม” ไปไหนไม่ชอบเดินมือเปล่า นำ “องค์พญาครุฑ รุ่นฉลองโบสถ์” ของอาจารย์วราห์ ปุญญวโร วัดโพธิทอง เขตบางมด กทม. ให้เป็นที่ระลึก

“พล.อ.ประวิตร” กล่าวต่อที่ประชุม ส.ส.อย่างเหนียมๆ ว่า “ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย และขอให้ ส.ส.ทำงานเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด เป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผมตั้งใจที่จะเข้ามาทำภารกิจสำคัญ ดูแลและสนับสนุนการทำงาน เพื่อให้ทุกคนกลับมาเป็น ส.ส.อีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า”

โดยมั่นใจว่าจะขยายฐานได้มากกว่าเดิม และพร้อมที่จะขับเคลื่อน สร้างภาพลักษณ์ให้เกิดความเข้มแข็งและสร้างคะแนนนิยมให้กับ ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า อย่างน้อยต้องได้ ส.ส.มากกว่า 116 ที่นั่ง มากกว่าตอนนี้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะชักชวน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี มาเป็นสมาชิก พปชร.เมื่อไหร่ “บิ๊กป้อม” ตอบว่า ไม่ได้ชักชวน พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นผู้ตัดสินใจเอง และเวลายังมีอีก 4 ปีจะเลือกตั้ง รัฐบาลชุดนี้จะอยู่ครบ 4 ปี ดังที่ตั้งใจไว้

 

ก่อน “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” จะมาปรากฏตัวบทเวทีประชุมพรรค เพียงแค่สมัครเข้าเป็นสมาชิก เปิดหน้าม่านเล่นการเมืองอย่างเต็มตัวเสียที และได้รับสถาปนาให้นั่งเก้าอี้ “ประธานคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.”

พรรคแกนนำรัฐบาลก็มีการปรับโครงสร้าง “เสริมแกร่ง” นำร่องรับขวัญไปก่อนแล้วเปลาะหนึ่ง เพื่อให้สอดรับกับ “ยุทธศาสตร์ 20 ปี”

ด้วยการจูนโมเมนตัมคณะทำงานยุทธศาสตร์พรรคใหม่ ไว้รองรับ “บิ๊กป้อม” ที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงเสียงจริง

โดย “อุตตม สาวนายน” หัวหน้าพรรค และ “สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” เลขาธิการพรรค เป็นที่ปรึกษาประธานยุทธศาสตร์ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานวิปรัฐบาล

“เสี่ยแฮงค์-อนุชา นาคาศัย” ส.ส.ชัยนาท แห่งกลุ่มสามมิตร “คนจริง” ที่ตกขบวนรัฐมนตรีในวินาทีสุดท้าย ถูกดันมานั่งรองประธาน “เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี ที่อกหักอีกรายที่ได้รับแต่งตั้งเป็นประธาน ส.ส.พรรคปลอบใจ จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมาธิการคณะหนึ่งคณะใด

และเพื่อประสานรอยร้าว ใช้โอกาสนี้เป็นกาวใจ ดัน “มาดามเดียร์-วทันยา วงศ์โอภาสี” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ป้อมค่ายที่เหยียบตาปลากันอยู่กับกลุ่มสามมิตร มานั่งหัวเรือใหญ่ด้านประชาสัมพันธ์พรรค

ขณะเดียวกัน แม้พรรคพลังประชารัฐจะมี “ข่าวดี” ที่ “บิ๊กป้อม” มาเป็นเสาหลักค้ำยันรัฐบาล ด้วยการยอมนั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค แต่ก็มี “ข่าวร้าย” ชวนให้ตึงเครียดมิใช่น้อยอยู่เหมือนกัน

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า รัฐบาล “บิ๊กตู่ 2/1” มีฐานสนับสนุนอยู่ทั้งหมด 19 พรรค มี ส.ส.อยู่ในสังกัดแค่ 253 เสียง เกินครึ่งหนึ่งของ “สภาผู้แทนราษฎร” อยู่เพียง 3 ที่นั่ง ถือว่า “ปริ่มน้ำ” เอามากๆ เกิดมีอะไรกระเพื่อมนิดเดียว “เรือเหล็ก” ลำนี้จมกระเบื้องทันที

พรรคร่วมรัฐบาล ทั้ง “ประชาธิปัตย์” และ “ภูมิใจไทย” สอนมวยนำร่องให้ดูชมล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพื่อสกัดปัญหาเสียง “ปริ่มน้ำ”

ด้วยการสะกิดให้รัฐมนตรีของพรรคที่มาจาก “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” ยื่นลาออกจาก ส.ส. และขยับ “ลำดับถัดไป” มาเป็น ส.ส.สืบแทน

อย่างน้อยๆ เวลาเกิดเหตุชุลมุนชุลเก ส.ส.บัญชีรายชื่อที่ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี จะไม่ต้องกระโดดค้ำถ่อมาร่วมโหวต

หรือกรณีที่มีส่วนได้ส่วนเสีย จะหมดสิทธิลงมติ จะไม่ต้องเสียพื้นที่ไปแบบฟรีๆ จึงหลีกทางด้วยการไขก๊อกให้บัญชีรายชื่อคนต่อไปขยับขึ้นมาเป็น ส.ส. จะได้ไม่ต้องห่วงหน้ากังวลหลัง

“บัญชีรายชื่อประชาธิปัตย์” ที่ไขก๊อกไปแล้ว ประกอบด้วย “จุติ ไกรฤกษ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

“ภูมิใจไทย” ก็ลาออกจาก ส.ส.ไป 2 นาย คือ “ทรงศักดิ์ ทองศรี” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กับ “วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

โดยทั้งพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย ละไว้ซึ่งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค กล่าวคือ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯ-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กับ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วยกันทั้งสองพรรค ทั้งนี้ เพื่อกันพื้นที่ไว้ทำหน้าที่ประสานงานในสภาเวลามีเหตุฉุกเฉิน

 

ขณะที่ “พปชร.” ปรากฏว่า 5 รัฐมนตรีที่มาจาก “บัญชีรายชื่อ” จำนวน 5 คน ยังไม่ได้ลาออกจาก ส.ส.เพื่อเปิดทางสะดวกให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน

ประกอบด้วย “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ “สันติ พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ทั้ง 5 รัฐมนตรีสังกัดพรรค พปชร. ล้วนมาจากบัญชีรายชื่อเบอร์ต้นๆ

ขณะเดียวกัน บุคคลที่เป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ทั้ง “อุตตมและสนธิรัตน์” กลับไม่ได้มีที่ไปที่มาจาก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถือว่ามีความลักลั่นแตกต่างจากของพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย

ซึ่งล่าสุดมีข่าวว่า “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” เสียงเข้มเสียงเขียว เอ่ยปากกดดันให้รัฐมนตรีที่มาจากบัญชีรายชื่อของ พปชร.ลาออก เปิดทางให้ลำดับถัดไปเลื่อนขึ้นมาทำหน้าที่แทน

แต่ดูเหมือนว่าน่าจะตกล่องปล่องชิ้นกันลำบาก เนื่องจากเงื่อนไขแตกต่างไปจากพรรคประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย

“สมศักดิ์-สุริยะ” แกนนำแห่งกลุ่มสามมิตร ถือไพ่เหนือกว่า เป็นทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ควบรัฐมนตรี คงจะไม่ยอมไขก๊อกจาก ส.ส.ง่ายๆ

ทั้ง “สอง ส.” ยืนค้ำถ่ออยู่ตรงนี้ ต่างมีอิทธิฤทธิ์ จะลาออกให้เสียค่าโง่ได้ไง

บทความก่อนหน้านี้ต่างประเทศ : วิสัยทัศน์สิงคโปร์ ในสุนทรพจน์เอ็นดีอาร์ของลี เซียน ลุง
บทความถัดไป“สิระ เจนจาคะ” กร่างเกินพิกัด ใหญ่ขย่ม ตร.ภูเก็ต “บิ๊กตู่-พปชร.” รีบอบรม ผวา “วูบ”