กรองกระแส / เลือกตั้งท้องถิ่น สมรภูมิใหม่ ทางการเมือง สมรภูมิ ‘ความคิด’

กรองกระแส

 

เลือกตั้งท้องถิ่น

สมรภูมิใหม่ ทางการเมือง

สมรภูมิ ‘ความคิด’

 

ไม่ว่าการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเกิดขึ้นเมื่อใด ปลายปี 2562 ต้นปี 2563 แต่นี่คือการระเบิดตัวอีกครั้งหนึ่งในทางการเมือง

ต้องยอมรับว่าเป็นผลจากคำประกาศของพรรคอนาคตใหม่

พลันที่พรรคอนาคตใหม่ประกาศก้าวต่อไปภายหลังจากการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการทั่วไปในเดือนมีนาคม ว่าจะรุกเข้าไปยังการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ก็ก่อให้เกิดการตื่นตัวเป็นอย่างสูงในขอบเขตทั่วประเทศขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าพรรคชาติไทยพัฒนา ล้วนแสดงความพร้อม

ก่อให้เกิดเป็นประเพณีใหม่ในทางการเมือง

นั่นก็คือ ในกาลอดีตพรรคการเมืองอาจมีคนของตนลงสมัครเพื่อชิงตำแหน่งบริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ระดับตำบล เทศบาลกระทั่งระดับจังหวัด แต่มิได้เคลื่อนไหวในนามของพรรคการเมือง มีแต่คราวใหม่นี้เองที่พรรคการเมืองเก่า พรรคการเมืองใหม่แสดงความพร้อม

พลันที่พรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังประชารัฐเข้าต่อสู้ ก็เท่ากับเป็นการจำลองการต่อสู้ในระดับประเทศไปอยู่ในการต่อสู้ระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ผลสะเทือนนี้จะกระทบไปยังโครงสร้างและรูปแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้พ้น

 

รัฐรวมศูนย์อำนาจ

รัฐกระจายอำนาจ

 

เครื่องมือในการเลือกตั้ง เครื่องมือในการขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสัมพันธ์กับ 1 รัฐธรรมนูญ และ 1 พ.ร.บ.การเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

แต่กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้วก็ขึ้นอยู่กับ “รัฐธรรมนูญ”

ในเมื่อความเป็นจริงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 คือการสะท้อนความต้องการในการสืบทอดอำนาจของ คสช.อย่างเข้มข้นและจริงจัง โครงสร้างและรูปแบบการปกครองท้องถิ่นที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันจึงสะท้อนรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นในห้วง 5 ปีของการรัฐประหาร

รัฐประหาร 2549 ได้รวมศูนย์อำนาจจากส่วนท้องถิ่นไปยังส่วนกลางเป็นอย่างมากอยู่แล้ว รัฐประหาร 2557 ยิ่งรวมศูนย์อำนาจจากส่วนท้องถิ่นไปยังกระทรวงมหาดไทยเป็นทบเท่าทวีคูณ

นี่คือความเป็นจริงที่ดำรงอยู่ และนี่คือความเป็นจริงที่แต่ละพรรคการเมืองจักต้องประสบ

การต่อสู้ในการเลือกตั้งอย่างเป็นการทั่วไปต้องเผชิญกับภาวะบิดเบี้ยวอันเนื่องแต่รัฐธรรมนูญอย่างไร การต่อสู้ในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นก็จะต้องเผชิญกับภาวะบิดเบี้ยวอันเนื่องแต่รัฐธรรมนูญและกลไกการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน

นี่จึงเป็นการเข้าต่อสู้ภายในกลไกที่กำหนดมาโดย คสช.และรัฐบาลที่ต้องการสืบทอดอำนาจจากการรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง เพียงแต่จะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

 

ยุทธศาสตร์การเมือง

ยุทธศาสตร์นโยบาย

 

การต่อสู้ทางการเมืองในระดับท้องถิ่นจากอดีตก็เช่นเดียวกับการต่อสู้ทางการเมืองอย่างที่เห็นก่อนรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 นั่นก็คือ มาจากความสัมพันธ์ส่วนตัว มาจากระบบหัวคะแนนอันสะท้อนอิทธิพลในท้องถิ่น

พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองแรกที่เสนอ “นโยบาย” มาเป็น “ยุทธศาสตร์”

ผลสำเร็จอันยอดเยี่ยมของพรรคไทยรักไทยก็คือ สามารถแปรนโยบายอันเป็นเรื่องในทางนามธรรมไปสู่รูปธรรมทางการปฏิบัติ ทำให้พรรคไทยรักไทยได้รับความเชื่อมั่นศรัทธาเป็นอย่างสูง ไม่ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทยก็ยังอยู่ในหัวใจของประชาชน

พรรคอนาคตใหม่เป็นอีกพรรคการเมืองหนึ่งที่ก้าวตามความสำเร็จของพรรคไทยรักไทย แต่เป็นการก้าวอย่างมีการพัฒนาด้วยนวัตกรรมใหม่ในทางความคิด

นวัตกรรมนี้แสดงออกและทำให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งระดับชาติมาแล้ว

ความพยายามของพรรคอนาคตใหม่ก็คือจะนำเอาวิธีวิทยาอันสร้างความสำเร็จจากการเลือกตั้งระดับชาติไปสู่การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นด้วยการคิดนโยบายเฉพาะของแต่ละแห่งและนำเสนอให้เป็นทางเลือกใหม่

การเลือกตั้งระดับท้องถิ่นจึงจะพิสูจน์อีกครั้งหนึ่งว่าการชูนโยบายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญจะได้รับการขานรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด

 

ต่อสู้ทางความคิด

ลงลึกไปในสังคม

 

มีแนวโน้มและความเป็นไปได้เด่นชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับว่า ในที่สุดแล้วสนามเลือกตั้งระดับท้องถิ่นจะกลายเป็นอีกสมรภูมิหนึ่งซึ่งจะทวีความร้อนแรง

นั่นก็คือ เป็นสมรภูมิการต่อสู้ในทางความคิด

คำประกาศของพรรคอนาคตใหม่ไม่เพียงแต่จะนำไปสู่การปะทะกับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐเท่านั้น หากเด่นชัดยิ่งว่าอาจต้องปะทะกับพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพันธมิตรที่ชิดใกล้แนบแน่น

    หากว่าพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐยังอยู่ในพรมแดนความคิดของการเมืองแบบเก่าในพื้นที่การเลือกตั้งท้องถิ่น

บทความก่อนหน้านี้ขอแสดงความนับถือ/ฉบับประจำวันที่ 23-29 สิงหาคม 2562
บทความถัดไปอยู่8ปีไปเลย! ปชช.เดินมาบอก”สนธิรัตน์” รบ.สมัยเดียวสั้นเกินไป อยากให้ปท.ก้าวหน้า