หัวอกแม่ “ระเบียบรัตน์” เปิดใจช่วงวิกฤตครอบครัว วันที่ลูกถูกตัดสิทธิการเมือง 10 ปี เจ็บปวดสุด ถูกว่า “ล้มเจ้า”

“ปีนี้เป็นปีที่ครอบครัวเราเจอวิกฤตเยอะ มันเป็นวิกฤตที่หนัก เราผ่านมันมาได้ด้วยสติ ด้วยธรรมะจริงๆ เราจะไม่มีวันให้ลูกเห็นน้ำตา เราจะต้องให้กำลังใจลูกอย่างมหาศาล วันที่ลูกจะถูกตัดสิน แม่แดงโทร.ไปหาลูกก่อนจะเข้าไปห้องตัดสิน แล้วหลังออกมาจากห้องตัดสินขึ้นรถกลับ เขาก็โทร.หาแม่เป็นคนแรก เขาถามว่า แม่ครับ แม่ได้ดูลูกไหม? เราก็บอกว่า ดูลูก ลูกแม่สง่างามมาก ลูกแม่ตั้งสติได้อย่างดีมาก”

แม่แดง ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช มารดานายปรีชาพล พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เล่าช่วงการผ่านวิกฤตสำคัญกรณีบุตรชายถูกตัดสิทธิทางการเมืองนาน 10 ปี หลังจากศาลตัดสินยุบพรรค ทษช.เมื่อช่วงต้นปี

ระเบียบรัตน์เผยว่า ตลอดเวลาได้ให้กำลังใจให้ลูกตั้งสติ ลูกอย่าหลุดนะ ทุกอย่างที่เกิดจากครอบครัวของเราเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ให้ลูกจำคำแม่ไว้ เพราะเราไม่ได้คิดชั่ว ไม่ได้คิดสิ่งไม่ดี วันนี้ไม่มีใครเห็น วันข้างหน้าคนก็จะเห็นเอง

แม่แดงให้กำลังใจลูกว่าลูกไม่ได้เป็นลูกของแม่นะ แต่เป็นลูกของประเทศ ให้เขาได้ภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ ในช่วง 4 เดือนที่ลูกเป็นหัวหน้าพรรค เป็น 4 เดือนที่ลูกได้แสดงความรู้ความสามารถให้ประชาชนคนไทยได้เห็น มันอาจจะไม่ไร้ค่าเลย อาจจะอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆ คน

ส่วนตัวของแม่แดงเองไม่มีอะไรที่จะมาทุกข์ได้เท่าเรื่องลูกอีกแล้ว อย่างสามีหากเขาก้าวขาออกจากบ้านลงบันได 3 ขั้นก็กลายเป็นผัวของคนอื่นได้แล้ว แต่ลูกนี้คือเลือดเนื้อ คือชีวิต

แม่แดงก็บอกกับลูกทั้ง 3 คนเสมอว่า “ลูกคือชีวิตของแม่”

ห้วงเวลา 10 ปีที่ถูกตัดสิทธิการเมือง ก็ยังหวังว่าถ้ามีบุญวาสนาก็คงได้กลับมาเร็วขึ้น อยากให้เขาได้กลับมาทำงานให้บ้านเมืองได้เร็วขึ้น ถือว่าอยู่ที่พรหมลิขิต ก็แล้วแต่ว่าจะเป็นยังไง แต่สำหรับแม่แดงนั้นเติมกำลังใจให้ลูกอยู่ตลอดเวลา แม้เราไม่พบกันเราก็จะโทร.หากัน เวลาเจอกันก็กอดกันหอมกัน เราใกล้ชิดกันมาก

แม่แดงจะเหนื่อยกับลูกคนนี้มากที่สุด เพราะว่าลงพื้นที่หาเสียงกับเขาก็ต้องรักษาพื้นที่เอาไว้

หากถามว่าห่วงไหมก็ยังห่วงมาก ให้ถือว่าวิกฤตนี้ก็เป็นโอกาสเหมือนกัน เขาก็จะได้ไปเรียนปริญญาเอกให้สำเร็จ ซึ่งใกล้จะจบแล้ว เราก็เป็นกำลังใจให้ลูก โดยมีแนวทางที่เคยให้ไว้ คือถ้าทำดีที่สุดแล้วไม่ต้องเสียใจ ได้แค่ไหนก็แค่นั้นพอแล้ว

หลังช่วงการตัดสินใหม่ๆ เราได้มีโอกาสเจอใครหลายๆ คนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างเข้ามาจับมือพูดคุยเป็นกำลังใจให้ว่าลูกชายเก่งมาก เป็นเหมือนคำปลอบประโลมหัวใจ

แต่ของจริงก็คือของจริง เวลาที่เราทุกข์ เราเองต้องตั้งสติให้มั่น

แต่คนที่เขาเจ็บปวดก็คงจะเป็นเจ้าตัวโดยตรง เราได้แต่ให้กำลังใจ ว่าไม่เป็นไรลูก กลับมาก็อายุ 48 แม่แดงก็ตั้งเป้าอยากให้เขาเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศถ้ามีบุญพอ ตอนแรกยังเคยกังวลเลยว่าเขาจะถึงขั้นตัดสิทธิตลอดชีวิตไม่ให้เราได้ทำงานเพื่อบ้านเมืองเลยหรือไม่ บางทีก็นึกว่า 10 ปีก็มากไป น่าจะสัก 5 ปีอะไรอย่างนี้ ก็อาจจะมีความหวังลึกๆ อาจจะไม่ถึง 5 ปีก็ได้ ลูกชายอาจจะได้กลับมาทำงานให้บ้านเมืองเร็วขึ้น เพราะว่าเขาตั้งใจทำงานมาก หมั่นหาความรู้อยู่ตลอดเวลา

เขาอยู่กับพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง เข้าใจพี่น้องประชาชน เห็นความด้อยโอกาสยากไร้ เขารู้ดีว่าพื้นที่เป็นยังไง

ถามว่าเคยบอกให้พอ ให้เลิกเล่นการเมืองไปเลยหรือไม่?

แม่แดงบอกกับลูกเสมอว่า ลูกครับ พอแล้ว หยุดเถอะลูก ยุคนี้ความแตกแยกมันสูง แบ่งค่ายแบ่งฝ่าย ถ้าอยู่อีกพรรคหนึ่งก็จะกลายเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง

ตัวเองก็ยังถูกกล่าวหารุนแรงว่าล้มเจ้า มันเป็นสิ่งที่เจ็บปวดมากที่สุดเลยนะ ได้ยินจากปากผู้ใหญ่ก็รู้สึกเสียใจมาก ทั้งชีวิต ทั้งครอบครัวเราทำอะไรเรารู้

เราถึงเคยบอกลูกตรงๆ ว่าให้หยุดเล่นการเมือง แต่ไม่มีทาง ผู้ชายคนนี้ไม่มีทางเชื่อแม่ในเรื่องนี้เด็ดขาด แล้วคนที่ส่งเสริมมากๆ คือคุณพ่อ (เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช) บอกว่าหยุดได้อย่างไร ลูกทำงานให้บ้านเมืองมาขนาดนี้แล้ว ลูกต้องเดินหน้าต่อ

นี่คือครอบครัวประชาธิปไตยนะ เรามีทั้งความรักลูก ความสงสาร อยากให้เขากลับมาดูแลครอบครัว หันมาดูแลตัวเอง การทำการเมืองมันเหนื่อยมากนะ ถ้าไม่มีจิตวิญญาณที่จะทำงานตรงนี้ทำไม่ได้หรอก พี่น้องมาหาเดือดร้อนเรื่องอะไร ไม่งั้นเขาจะไม่เป็นที่รักของพี่น้องประชาชน เขาเป็นมา 3 สมัย คะแนนเขาสูงขึ้นทุกรอบ

นี่แหละคือความภาคภูมิใจ แต่แม่แดงเองที่เห็นแก่ตัว อยากให้ลูกหยุด เพราะเขาเหนื่อยมาก เราก็สงสาร เวลาจะกินจะนอนก็ลำบาก แต่เขาพอใจที่จะเดินในเส้นทางนี้ อีก 10 ปีข้างหน้าแม่ก็อายุ 78 อาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ได้ เพราะความตายมันอยู่แค่ลมหายใจ

แม่ก็บอกว่าให้ลูกทำดีทุกวัน ทำดีตลอด อย่าเว้นแม้แต่นิดเดียว หัวใจของเราคือประชาชน แล้วสิ่งที่เป็นความจงรักภักดีไม่ต้องมาแอบอ้าง มันอยู่ในสายเลือด ในหัวจิตหัวใจของครอบครัวเรามาโดยตลอด

ถ้าการระลึกชาติเกิดขึ้นได้ แม่ยังคิดว่าปรีชาพลคือคุณพ่อของแม่แดงมาเกิด เขามีปานอยู่ 3 ที่ ที่คุณพ่อมี พ่อเราอยากเป็น ส.ส.มาก แต่ไม่ได้เป็น ส่วนลูกป๋อม ต้องบอกว่าจิตวิญญาณนักการเมืองมีมาตั้งแต่เด็กๆ เลย เวลาปิดเทอมไปขอนแก่นไปบ้านคุณยายเจอประชาชนก็จะเข้าไปคลุกคลี คุยกับประชาชน ถามไถ่ประชาชนมาทำอะไรให้เป็นยังไง

มันเป็นอะไรที่เรียกว่า Born To Be

ขอพูดจริงๆ นะ ตัวปรีชาพลตั้งเป้าหมายสูงสุดคือการเป็นนายกรัฐมนตรี และแม่ก็ตั้งเป้าด้วย จะเป็นแค่ ส.ส.ธรรมดาไม่ได้ อยากให้ลูกเดินถึงขนาดนั้น

พูดไปคนก็อาจจะหมั่นไส้ แต่เรามุ่งในทางที่ดี เชิญหมั่นไส้ไปเถอะค่ะ ถ้าวันหนึ่งได้เป็นจริงๆ จะนึกถึงระเบียบรัตน์ว่าพูดไว้แม่น

แต่วันนั้นแม่แดงอาจจะตายไปแล้วก็ได้ แต่อยากเห็นค่ะ แม่มีฝัน มีความหวังและอยากเห็นเขาทำงานที่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง

แม่แดงมีแท่นบูชาขององค์บูรพกษัตริยาธิราชเจ้า กราบขอพรทุกวัน ขอให้บุตรชายของลูกได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทราชวงศ์จักรีด้วยพระพุทธเจ้าข้า ทุกวัน

แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดกับลูก แม้กระทั่งมดกัดนิดหนึ่งเราก็ห่วงแล้ว ถ้าเราเจ็บป่วยแทนลูกได้เราก็ขอเป็นแทนลูก

สิ่งที่แม่แดงห่วงลูกมากที่สุดและเคยพูดคุยกันว่าการทำงานการเมืองรุ่งที่สุดคือการเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าร่วงที่สุดต่ำสุดคือการเข้าคุกเข้าตะราง ถูกริบทรัพย์สินยึดทรัพย์แล้วอาจจะไม่ได้อยู่ในประเทศต้องหนีหัวซุกหัวซุน

แม่แดงเคยพูดกับเขา ให้ข้อคิดขนาดนี้ แต่เขายืนยันที่จะสู้ต่อด้วยความที่มุ่งมั่นและตั้งใจ เพราะว่าเขาไม่เคยคิดว่าเขาทำสิ่งไม่ดี

เวลานี้ก็อยากทำอะไรให้ประชาชนอยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่ยอมบอกว่าทำอะไร เขาเคยบอกแม่ว่า ถ้าบอกแม่คนก็รู้ทั้งโลก คือแม่ภูมิใจในตัวลูกมาก อยากช่วยขยายว่าเขาทำในสิ่งดีๆ

แล้วแม่แดงไม่อยากเห็นสังคมซ้ำเติมกัน ไม่เจอกับครอบครัวใครก็ไม่รู้สึกหรอกว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน อยากให้เรามีเมตตากัน สังคมเราถึงจะอยู่รอดได้ คนไทยเรารักประเทศด้วยกันหมด แต่คนชอบแยกค่ายกันว่าค่ายนี้จะมีความรักชาติรักประเทศมากกว่าค่ายนี้

ไม่จริงหรอก เอาหัวใจมาผ่าพิสูจน์กันได้

บทสรุปส่งท้ายเราก็เห็นว่าลูกเหนื่อยมาตลอด กินข้าวก็ไม่เป็นเวลา ถ้าเขาออกพื้นที่เขาจะไม่ยอมกินข้าวเลย เขาไม่รักตัวเอง ตอนนี้ก็เลยใช้วิกฤตนี้ให้เขาเรียนให้จบปริญญาเอกแล้วลูกจะได้หันมาดูแลครอบครัว เราก็ห่วงหลานๆ ที่กำลังโต เขาก็ต้องการต้นแบบจากพ่อ ขอให้ดูแลลูกด้วย ตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่เขาได้ดูแลลูกมากขึ้น พาไปเที่ยวไปเล่น ไปกินข้าว

ซึ่งปรีชาพลเขาเข้มแข็งมากกว่าที่คิด ลูกแม่แดงสง่างามมาก เขายืนยันว่าขอยืนอยู่ตรงนี้แม้ว่าชีวิตส่วนตัวของเขาจะไม่มีความสุข แต่ถ้าเขาได้ทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน นั่นแหละคือความสุขของเขา

เราจะคอยเป็นกำลังใจให้เขาจนลมหายใจสุดท้ายของผู้หญิงที่เป็นแม่ ที่ชื่อระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ค่ะ

บทความก่อนหน้านี้รัฐบาล จ่อเทกระจาด 3 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ เชื่อโตขึ้น 3 เปอร์เซ็นต์
บทความถัดไปตลกต่างแดน | ดวงดี เพราะไม่ได้กินข้าวเช้า?