อุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : คั่วฟักทองของผู้อยู่รอด

อุรุดา โควินท์

เรามีแขกมาพักที่บ้าน 8 วันติด ไม่มีเว้น

ทุกเช้า เราตื่นทำอาหารเช้าให้แขก รอแขกเช็กเอาต์ แกะเครื่องนอนใส่ถุง รอร้านมาเก็บไปซัก

อ้อ เราไม่ลืมนับจำนวน จดใส่กระดาษ ถ่ายรูปเก็บไว้ ก่อนหย่อนกระดาษลงถุงผ้า เพื่อยืนยันเป็นหลักฐานว่าเราส่งผ้าซักจำนวนเท่าใด และได้มาครบหรือไม่

จริงอยู่ เรามีห้องพักแค่สามห้อง แต่เราไม่อาจละเลยเรื่องเล็กน้อย ครั้งหนึ่งร้านซักผ้าเคยส่งปลอกหมอนขาดหนึ่งใบ แต่เพราะเราไม่ได้จดรายการไว้ ร้านจึงบอกว่าเขาส่งครบตามจำนวนแล้ว

ครั้นฉันยืนยันให้เขาช่วยหาอีกสักหน เขาก็พบว่ามันหล่นอยู่ในรถ

ฉันรู้-ผ้า ไม่ว่าชิ้นใด หากหายไป ไม่ใช่ความตั้งใจของร้าน แต่ร้านซักผ้าคือคน และคนย่อมมีโอกาสผิดพลาด เป็นหน้าที่ของคนอีกนั่นละ ที่ต้องป้องกันข้อผิดพลาด หรือหาทางแก้ไข (กรณีที่เกิดขึ้นแล้ว)

หลังจากคราวนั้น ฉันจึงจดรายการผ้าส่งซักทุกครั้ง เพราะหากเป็นปลอกผ้านวม หรือผ้าปูเตียง ราคาก็ไม่น้อย แถมจะสั่งผืนใหม่ ก็ต้องรอการผลิตราว 2 สัปดาห์

หลังจัดการกับผ้า เขาเก็บขยะออกจากห้อง เปลี่ยนถุงขยะใหม่ แล้วเก็บแก้วน้ำ แก้วกาแฟไปล้าง ส่วนฉันจะทำความสะอาดห้องพัก ล้างห้องน้ำ กวาด ถู สะอาดครบทุกห้อง ฉันจึงเรียกเขามาช่วยปูเตียง

 

เราใช้เวลาราวครึ่งวันกับลูกค้าห้องพัก กรณีลูกค้าเช็กเอาต์เร็ว และอาจถึงบ่ายโมงหรือบ่ายสอง กรณีลูกค้าเช็กเอาต์เที่ยง ห้องพักเป็นงานที่ต้องการรายละเอียด และความใส่ใจ ฉันไม่อยากจ้างใคร

และ-ถ้าเราจ้าง เราคงไม่เหลืออะไร

ทำเท่าที่เราทำได้ดีกว่า

ไม่ใช่งานหนักนักหรอก แต่ก็ไม่ใช่งานที่จะเอาไปอวดใครเท่ๆ บางคนมองเป็นงานของแม่บ้าน แต่เดี๋ยวนะ! แม่บ้าน ครู พนักงานธนาคาร หรือนักเขียน มีหน้าที่ต่างกัน มีความสำคัญทั้งสิ้น หากเราไม่มีกันและกัน เราคนเดียวก็ต้องเป็นทุกอย่างบนโลกนี้

สำหรับฉัน การทำห้องให้สะอาดก็มีศักดิ์ศรีและคุณค่าเท่ากับการเขียนเรื่องสั้นดีๆ สักเรื่อง

ห่วงก็แต่เขา เขาไม่เคยทำงานแบบนี้ ก็เขาเติบโตมาในบ้านที่มีผู้หญิงสิบคนนี่นา

มือผูกเชือกปลอกผ้านวม ปากก็ถาม “หรือเราหาคนช่วยสักคนดีอ่ะ” ไม่ได้หมายความตามนั้นจริงๆ หรอก แค่หยั่งเชิงน่ะ

“ไม่ต้องหรอก ทำกันเองนี่ล่ะ”

“ไหวโนะ ทำเองก็สนุกดีนะ เวลามันเสร็จ ห้องหอมฟุ้ง เตียงขาวสะอาด ชื่นใจบอกไม่ถูก เป็นความสำเร็จที่คว้ามาได้ง่ายๆ เลย”

เขาหัวเราะ “จ้ะ แล้ววันนี้เราต้องไปตลาดมั้ย”

 

ไปตลาดเหรอ ต่อให้เป็นเมืองเล็กๆ อย่างเชียงราย อย่างน้อยเราต้องเสียไป 45 นาที ซึ่งเราเอาเวลานั้นมาอ่าน เขียน โยนผ้าเข้าเครื่องซักผ้า หรือเล่นกับหมา อ่ะ นอนเฉยๆ ให้ร่างได้พักบ้างก็ยังดีกว่า เพราะรู้อย่างนี้ ฉันจึงวางแผนการซื้อวัตถุดิบอาหารเช้าไว้ล่วงหน้า เราจะได้ไม่ต้องไปตลาดทุกวัน

“อาหารเช้าพรุ่งนี้มีแล้ว แต่มื้อเย็นของเรายังไม่มี” ฉันมองหน้าเขา อยากให้เขาได้กินของอร่อยๆ “หรือไปตลาดกันดี”

เขาส่ายหัว “อย่าทำอะไรให้เหนื่อยเลย กินข้าวกับไข่เจียวก็อร่อย”

เขาไม่อยากให้ฉันเหนื่อย ส่วนฉันไม่อยากกินข้าวโปะไข่เจียว และก็ไม่อยากออกจากบ้านไปไหน อยากกินมื้อเย็นแล้วนอนทอดร่าง อ่านหนังสือจนกว่าตาจะปิด

ฮือ คงต้องไข่นั่นล่ะ ไม่ไข่เจียวหมูสับใส่พริกขี้หนูเป็นเม็ด ก็ไข่เจียวใส่แฮม

ฉันตัดสินใจ เมื่อเราปูเตียงครบสามห้อง -ก็แค่รอแขกมาเช็กอิน

“นั่นอะไร เลื้อยใหญ่เลย ต้องให้คนมาตัดหญ้าแล้วมั้ย” เขาชี้ไปทางต้นไผ่

เฮ้ย นั่นมันยอดฟักทอง เอามาคั่วกับไข่ได้ อร่อยด้วย สดๆ อวบๆ แบบนี้

“นั่นอาหาร ไม่ใช่หญ้า” ฉันวิ่งไปเด็ดยอดฟักทอง เอาแต่ส่วนที่อ่อน พอเข้ามาดูใกล้ๆ ถึงรู้ว่ามันเยอะมาก เยอะพอที่จะเก็บไปแกงกับเห็ดในวันพรุ่งนี้ได้อีกมื้อ

ฉันตะโกนบอกเขา “ไม่ต้องกินไข่เจียวแล้วล่ะ เรารอดแล้ว”

ดีใจจนเนื้อเต้น ฉันอยากกินผักมาก แต่ไม่อยากไปตลาด คั่วฝักทองสักจาน กินกับไข่ดาวสวยเด้ง และพริกน้ำปลา

โห… แค่คิดก็อร่อยแล้ว

 

ฝนไม่ตก แต่เมฆดำยังครองฟ้า ยามค่ำน่าจะมาถึงเร็ว คั่วฟักทองเสียตอนนี้เถอะ ไม่ต้องรบกับยุง

ล้างยอดฟักทอง แล้วทิ้งไว้ให้สะเด็ดน้ำ เอามาซอยละเอียดที่สุดเท่าที่สามารถ ยิ่งละเอียดยิ่งอร่อย จากนั้นก็ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่กระเทียมสับ ตามด้วยยอดฟักทอง

ใช้ไฟอ่อนตั้งแต่ต้นจนจบ จึงเรียกว่าคั่ว

คั่วฟักทองไปสักครึ่งทาง ค่อยหาที่ว่างบนกระทะให้ไข่ ตรงกลางเหมาะที่สุด ตอกไข่ลงไป ตีให้แตก ตักฟักทองมากลบไข่ รอสักครู่ แล้วจึงเริ่มคน ไข่จะสุกโดยเคลือบยอดฟักทองชิ้นจิ๋วนั่นไว้ ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำมันหอยได้นิดหน่อย น้ำตาลก็ได้ แต่ควรน้อยที่สุด จากนั้นก็คั่วต่อ กระทั่งยอดฟักทองศิโรราบต่อไฟอ่อน

ฉันตักคั่วฟักทองใส่จาน แล้วถอนหายใจยาว

 

นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ฉันทำงานหนักที่สุด หลากหลายที่สุด ทุกวัน ฉันแทบไม่ได้หยุดมือ มีเรื่องให้ทำเยอะไปหมด แต่มันคือช่วงเวลาที่มีความหมายเช่นกัน ฉันได้มีพื้นที่ ได้ใช้ศักยภาพทุกด้านของตัวเอง และได้ค้นพบศักยภาพใหม่ๆ

ฉันเดินเข้าบ้าน เขาอาบน้ำแล้ว กำลังเขียนเรื่องสั้นเรื่องใหม่

ใช่ เราเป็นนักเขียน ฉันก็ต้องเขียนเหมือนกัน เรื่องอาบน้ำ ขอคิดดูก่อน เมื่อเช้าอาบแล้วนี่

และที่แน่ๆ ท้าวฮุ่ง-โกลเด้นรีทรีฟเวอร์วัยห้าเดือนกำลังโบกหางอยู่ตรงหน้า สายตาบอกว่าต้องการตัก-เดี๋ยวนี้

โอเค ให้หมานั่งตัก น่าจะเป็นเรื่องด่วนที่สุด

บทความก่อนหน้านี้ศัลยา ประชาชาติ : ประกันราคายางหืดขึ้นคอ แก้ปัญหา 3 โล 100 หวั่นรัฐถังแตก
บทความถัดไปวอชเชอร์ : ‘ไทย’ มอง ‘ฮ่องกง’ ทุกเหตุการณ์ล้วนมีจุดเริ่มต้น