SearchSri : ส่องความพร้อม “บิ๊ก 6” รับพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่

สุดสัปดาห์ที่สองของเดือนสิงหาคม คือวันเบิกฤกษ์ศึก “พรีเมียร์ลีก” อังกฤษ ลีกลูกหนังยอดนิยมอันดับ 1 ของโลกฤดูกาล 2019-2020

หลังจากได้ดูฟอร์มการเล่นในเกมอุ่นเครื่องช่วงพรีซีซั่น รวมถึงการเสริมทัพของแต่ละทีมแล้ว บรรดากูรูลูกหนังมองไปยังการขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งแชมป์และตำแหน่งท็อปโฟร์ของบรรดา” “บิ๊ก 6″” กลุ่มทีมชั้นนำของลีก อันประกอบด้วย “แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์, อาร์เซนอล” และ “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด” ซึ่งครองอันดับ 1-6 ของตารางเมื่อฤดูกาลก่อน

สำหรับเรือใบสีฟ้ากับหงส์แดงนั้น เพิ่งดวลแข้งกันไปในศึกคอมมิวนิตี้ชิลด์เป็นการชิมลางในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม

ซึ่งจากฟอร์มในนัดดังกล่าวต้องเรียกว่ากินกันไม่ลงสักเท่าไร ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคุมเกมได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

และผลแพ้-ชนะตัดสินกันที่ลูกโทษเพียงลูกเดียวเท่านั้น

 

บทสรุปการฟาดแข้งของทีมท็อปทูยืนยันได้ว่าฤดูกาลหน้าทั้ง 2 ทีมจะขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นเพื่อแย่งตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง

โดยแมนฯ ซิตี้อาจมีภาษีดีกว่าตรงที่มาตรฐานตัวสำรองค่อนข้างใกล้เคียงกับตัวจริงมากกว่า อีกทั้งเกมคอมมิวนิตี้ชิลด์ที่ผ่านมา ตัวหลักหลายคน อาทิ “เซร์คิโอ “กุน” อากูเอโร่, แฟร์นันดินโญ่” ก็ยังไม่ได้ลงสนาม แถมซิตี้ยังซื้อ “โรดรี้” กองกลางจาก “แอตเลติโก้ มาดริด” มาร่วมทีมด้วยค่าตัวสูงที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร 62.8 ล้านปอนด์ (2,386.4 ล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าเป็นการวางแผนระยะยาวให้โรดรี้มาแทนที่แฟร์นันดินโญ่ในอนาคต

ซิตี้มีภาษีดีกว่าทีมอื่นในการลุ้นคว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

แต่ต้องไม่ลืมว่าทั้งนักเตะและกุนซือ “เป๊ป กวาร์ดิโอลา” อาจเจอแรงกดดันเรื่องการลุ้นแชมป์ยุโรป เพราะตั้งแต่ลาทีม “บาร์เซโลนา” มา เป๊ปก็ห่างจากถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มานานถึง 8 ปีแล้ว

ผิดกับลิเวอร์พูลซึ่งการคว้าแชมป์ยุโรปเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา อาจช่วยคลายแรงกดดันให้กับกุนซือ “เยอร์เก้น คล็อปป์” ได้พอสมควร เนื่องจากเป็นถ้วยแชมป์ใบแรกตั้งแต่เข้าไปรับงานที่แอนฟิลด์มา 4 ปี ถึงจะพลาดถ้วยยุโรปในปีนี้ แต่ถ้าไม่ตกรอบเร็วจนน่าเกลียด แล้วพุ่งเป้าไปที่ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกและทำได้สำเร็จ

เชื่อว่าแฟนหงส์ทั่วโลกคงไม่มีใครบ่นในประเด็นนี้อย่างแน่นอน

 

เทียบกับกลุ่มบิ๊ก 6 ด้วยกัน ความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะของลิเวอร์พูลอาจจะไม่หวือหวาเท่าใดนัก ส่วนใหญ่จะเป็นนักเตะดาวรุ่งที่เน้นปั้นเพื่ออนาคตมากกว่า แถมยังเสีย “ซิมง มินโญเลต์” นายทวารมือ 2 ไปอย่างกะทันหัน จนต้องเซ็น “เอเดรียน” อดีตผู้รักษาประตูเวสต์แฮมแบบฉุกละหุกก่อนปิดตลาดไม่กี่วัน

การเสริมทัพน้อยอาจไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้าที่แฟนหงส์ต้องห่วงเท่าใดนัก เพราะทีมที่มีอยู่ก็ลงตัวดีอยู่แล้วทั้งแนวรุกและแนวรับ แต่ปัญหาระยะยาวที่ต้องคำนึงถึงคือ เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาล จะมีนักเตะติดโทษแบนหรือเจอปัญหาบาดเจ็บเพิ่มบ้างมั้ย ยิ่งถ้าเข้ารอบลึกในบอลถ้วยหลายรายการ ก็เสี่ยงที่ผู้เล่นจะมีอาการล้าจนฟอร์มแกว่งได้

ดังจะเห็นได้จากช่วงต้นปีนี้ที่ลิเวอร์พูลทำแต้มหลุดมืออย่างไม่น่าจะเป็นหลายนัดจนพลาดแชมป์ไปเพียงแต้มเดียวเท่านั้น

 

สําหรับเชลซี ทีมอันดับ 3 ฤดูกาลก่อน อาจจะไม่กล้าหวังถึงตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลที่กำลังจะมาถึง เพราะติดอุปสรรคหลายอย่าง ทั้งเปลี่ยนโค้ชใหม่ให้ “แฟรงก์ แลมพาร์ด” ตำนานสโมสรที่มีประสบการณ์โค้ชเพียงฤดูกาลเดียวมาคุมแทน “เมาริซิโอ ซาร์รี่” ซึ่งย้ายไปยูเวนตุส ไหนจะติดโทษแบนห้ามขึ้นทะเบียนนักเตะใหม่ถึง 2 ช่วงตลาดซื้อขายอีก

ดีว่าสิงห์บลูส์มีผู้เล่นดาวรุ่งที่ส่งให้ทีมอื่นยืมตัวจำนวนมหาศาล หลายคนหน่วยก้านดีพอจะมาเป็นกำลังเสริมให้ทีมได้ ยิ่งได้ตำนานอย่างแลมพาร์ดมาคุมทัพ แม้จะด้อยประสบการณ์ แต่ก็ได้เปรียบตรงการเป็นศูนย์รวมใจของทั้งผู้เล่นและแฟนบอล อีกทั้งปรัชญาการเล่นที่เน้นความขยัน อาศัยความสดของคนหนุ่มก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง

การเน้นใช้งานแข้งหนุ่มเป็นหลักการเดียวกับ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์” กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ดที่เน้นซื้อแข้งยังบลัดเสริมทัพ ทั้ง “ดาเนียล เจมส์, อารอน วาน บิสซาก้า” ซึ่งกรณีของวาน บิสซาก้า แบ๊กจากคริสตัล พาเลซ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคุ้มราคาขนาดไหน เสริมด้วยกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก “แฮร์รี่ แม็กไกวร์” ที่มีทั้งประสบการณ์และความนิ่ง

ที่เหลือคือรอดูว่าเขาจะตอบสนองความต้องการของแฟนบอลและโค้ชได้ขนาดไหน

 

ด้านสเปอร์สซึ่งฤดูกาลก่อนไม่ซื้อนักเตะร่วมทีมเลย ช่วงซัมเมอร์นี้ก็ยังเงียบๆ จะมีก็ “ตุนกาย เอ็นดอมเบเล่” กองกลางจากลียงที่ซื้อมาแพง 55 ล้านปอนด์ กับการลุ้น “บรูโน่ เฟร์นานเดส” ช่วงโค้งสุดท้าย ที่อาจช่วยให้เกมตรงกลางของไก่เดือยทองเปลี่ยนแปลงไปไม่มากก็น้อย

สุดท้ายคืออาร์เซนอล ซึ่งค่อยๆ เสริมทีมอย่างเงียบๆ แต่น่าสนใจ แต่ละตัวล้วนมีชื่อและฝีเท้าได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็น “นิโกลาส์ เปเป้” ปีกจากลีลล์ หรือ “ดานี่ เซบาญอส” ที่ยืมตัวจากรีล มาดริด ติดตรงแนวรับที่กัปตันทีม “โลรองต์ กอสเชียลนี่” งอแงอยากย้ายออกให้ได้

การลุ้นแชมป์ลีกของปืนใหญ่ในตอนนี้อาจจะยังเร็วเกินไป แต่คงได้ลุ้นท็อปโฟร์อย่างสนุก แข่งกับทีมที่เหลือแน่นอน

รวมถึงการเบียดแย่งแชมป์ยูโรป้าลีกที่มีปีศาจแดงเป็นคู่แข่งสำคัญอีกด้วย!

บทความก่อนหน้านี้ระอุ! “อนาคตใหม่” ยื่นกระทู้ถาม “ประยุทธ์” ปมถวายสัตย์-บ้านป่าแหว่งดอยสุเทพ
บทความถัดไปการ์ตูนโกหน่อง/”เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่”