เปิดอก “คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง” อาสาสะสางทุกปัญหาในปทุมธานี และไอดอลที่ชื่อ “ทักษิณ”

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนดัง ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นหมอฝังเข็มรักษาคนไข้ที่มูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง มีคนไข้มารอรับการรักษาอย่างหนาแน่นทุกวัน

ทีมงานมติชนสุดสัปดาห์จึงหาเวลาสนทนาว่าด้วยการเมือง

หลัง “บิ๊กแจ๊ส” ประกาศตัวพร้อมลงสนามการเมือง!!!

“บิ๊กแจ๊ส” เล่าที่ไปที่มาของการลงสนามท้องถิ่น อบจ.ปทุมธานี ถิ่นบ้านเกิดในครั้งนี้ว่า มีน้องๆ มาขอให้เรามาช่วย ปัจจุบันมีปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเยอะ และอยากเห็นความเจริญในพื้นที่

ในตอนแรกเราได้บอกน้องๆ ไปว่าให้ไปสำรวจดูก่อนว่ามีใครที่พอจะลงได้อีกบ้าง เราจะขอเป็นคนช่วยหนุนแทน

ปรากฏว่าคนนั้นไม่เอา-คนนี้ก็ไม่เอา เขาก็มาขอร้องอีกให้ผมลง ก็เลยบอกว่าถ้างั้นไปคุยกับคุณแม่ผมแล้วกัน (ปัจจุบันมารดาอายุ 90 กว่าแล้ว) ปรากฏว่าลูกศิษย์ลูกหาก็ไปขอคุณแม่ แม่บอกว่าถ้าจะลงก็ต้องช่วยกัน ซึ่งส่วนตัวมองว่าความเจริญจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อนักการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่นต้องร่วมมือกัน ถ้า อบจ.ไปทางหนึ่งแล้ว ส.ส.ยังไปอีกทางมันไม่ได้

ย้อนไปในวัยเด็ก จำคำของหมอดูท่านหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนคุณปู่ เขาบอกว่า ปทุมธานีเป็นเมืองที่ต้องคำสาป เป็นเมืองอกแตก (มีแม่น้ำผ่ากลาง) แล้วจะไม่เจริญเท่าที่อื่นๆ ประกอบกับเราได้มีโอกาสไปปฏิบัติราชการจังหวัดอื่นๆ เช่น จ.สุพรรณบุรี เราก็เห็นว่า ท่านบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 พลิกฟื้นสุพรรณฯ ภายใน 3 ปีกลายเป็นเมืองที่น่าอยู่ขึ้นมาทันที และพื้นที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ที่ชัดที่สุดคือในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา คุณเนวิน ชิดชอบ ที่เขาทำบุรีรัมย์ให้โด่งดังจากจังหวัดที่ไม่มีใครเคยนึกถึงหรือจะไปเที่ยว แต่ตอนนี้กลายเป็นอันดับ 1 ที่ดึงดูดให้ผู้คนไปเยือน

ทำให้เรามาคิดว่า ปทุมธานีก็ไม่ได้มีอะไรด้อยกว่าคนอื่นเขา แถมยังติดกรุงเทพฯ มากกว่า ทำไมยังไม่มีอะไร

คิดง่ายๆ เอาแค่คำขวัญเมืองปทุม ที่ว่า “ถิ่นบัวหลวง เมืองรวงข้าว” ผมเกิดคำถามขึ้นในใจทันทีว่า เวลาคุณผ่านมาจังหวัดปทุมฯ คุณเห็นบัวหลวงที่ไหนบ้างหรือไม่?

ยิ่งสถานการณ์น้ำท่วมปี 2554 ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนมากๆ พี่น้องชาวปทุมฯ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยในครั้งนั้น

ทุ่งรังสิตจะไม่ใช่พื้นที่รับน้ำอีกต่อไป เพราะว่ามีหมู่บ้านจัดสรรนับพันหมู่บ้านหลายพันครัวเรือนได้รับผลกระทบ

ที่สำคัญ ผมได้เคยไปงานแล้วพบผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านก็เล่าให้ฟังว่าปทุมธานีมีรายได้ประชากรเป็นอันดับ 6 ของประเทศ ปีหน้าจะทำให้ขึ้นเป็นอันดับ 5 ให้ได้

ผมเองก็สงสัยว่าประชากรเรามีรายได้ราว 2 พันล้าน แต่เรายังมีถนนลูกรัง ยังมีไฟใช้ไม่ครบ แม่น้ำลำคลองเต็มไปด้วยขยะ เราจะเอาอะไรไปขายเขา? นี่คือบ้านเกิดของเรา

ผมก็เลยใช้คำว่า “ชีวิตที่เหลือเพื่อปทุมธานี”

อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาลคนดังเล่าว่า ในอดีตเคยมีคนมาเสนอว่าให้ไปเป็นรัฐมนตรี ก็ยังไม่เคยคิดจะเอา ตราบใดที่บ้านเกิดยังไม่เจริญ

แล้วยิ่งรับไม่ได้เข้าไปอีกด้วยเพราะยาบ้ายาเสพติดระบาดอย่างหนักในพื้นที่เวลานี้ ถ้ายอมปล่อยไปแบบนี้ไม่ไปปราบปรามอย่างจริงจังก็คิดว่าลูกหลานปทุมธานีจะติดยากันหมด

แล้วผมไม่เคยมุ่งหวังว่าจังหวัดนี้เจริญด้วยข้าราชการประจำ ไม่ว่าจะเป็นใครระดับไหนก็ตาม บางคนเขาย้ายมาอยู่ได้แป๊บเดียวก็ไปแล้วเดี๋ยวก็เกษียณ แต่คนที่จะเป็นแม่งานและทำให้จังหวัดได้ดีที่สุดคือ อบจ. คุณต้องเอางบประมาณ อบจ.มาใช้ แบบไม่มีเงินทอน ถ้ายังมีระบบเงินทอนอยู่ยังไงก็ไม่มีวันเจริญ!

ผมก็เลยคิดว่าครั้งนี้จะลองดู อยากจะพลิกฟื้นปทุมธานีให้แม่น้ำลำคลองต้องปราศจากขยะ-สวะ มีไฟส่องสว่าง คนต้องมาท่องเที่ยว เข้ามาปทุมฯ ต้องเห็นว่าสวยงาม ดึงความเป็นถิ่นบัวหลวงกลับมา ฟื้นฟูวัฒนธรรม-จุดขายประเพณีชาวมอญ

แล้ววิสัยทัศน์ผู้นำต้องมองไกลไปอีกว่า อนาคตสวนสัตว์จะมาเปิดจะรองรับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างไร โดยเฉพาะการจราจร ลำพังทุกวันนี้ยังไม่เปิด แถวเส้นคลองก็แน่นอยู่แล้ว ถ้าไม่ตั้งหลักตั้งแต่วันนี้ คุณภาพชีวิตของประชาชนกระทบไปมากกว่าเดิม

ผมอยากจะตอบแทนแผ่นดินเกิด อยากจะทำให้เจริญกว่าที่อื่น

อีกประการหนึ่งซึ่งเรารู้สึกเกิดคำถามคือสนามกีฬาประจำจังหวัดอยู่ไหน (ที่ได้ใช้ประโยชน์) ทุกวันนี้ที่เคยมีกลายเป็นทุ่งนาร้าง เราลองหันไปดูสนามบุรีรัมย์ สนามสุพรรณฯ สนามนนทบุรี เขาทำไว้ระดับฟีฟ่า ถามว่าอายเขาหรือไม่? ระบบเงินทอนต้องหมดไป!

แล้วผมอยากจะนำบึงพระราม 9 ที่ 1,700 ไร่ ให้เป็นปอดของคนปทุมฯ เป็นสถานที่ออกกำลังกาย มีเลนจักรยานรอบๆ ก็ต้องทำโครงการเสนอขึ้นไป โดยใช้งบฯ อบจ.พัฒนา ซึ่งนโยบายทั้งหมดอยู่ระหว่างคิด-ออกแบบ

ส่วนลึกๆ ในใจของ “บิ๊กแจ๊ส” เข้าใจและยอมรับว่าการเข้ามาสู่สนามการเมืองตรงนี้ก็ย่อมมีการใส่ร้ายป้ายสีและมีอำนาจรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องการเมือง แต่เราก็ต้องยืนหยัดสิ่งที่พูด นโยบายที่สื่อสารไปเราต้องทำ ถ้าไม่ทำ ประชาชนจะเป็นคนประณามผมเอง

ส่วนห่วงประเด็นการซื้อเสียงหรือไม่ เราคาดว่าคงจะมีการใช้เงินเยอะ ก็ต้องบอกว่าผมมีโครงการลูกปทุมต้นแบบต้านโกง เรามีอาสาสมัครเป็นเด็กเกือบ 4 พันคน มีอุดมการณ์ ผ่านการอบรมให้ความรู้วิธีจับโกง มีกล้อง มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

และมีวิธีจัดการ มีเครือข่าย

แม้ว่า ณ ตอนนี้เราเปรียบเสมือนผู้ท้าชิงก็ถือว่าเป็นมวยรอง แต่เราก็ต้องทำพยายามทำการบ้าน เข้าถึงพี่น้องประชาชนให้มากๆ ให้เขารู้ว่าเราจะพลิกฟื้นบ้านเมืองอย่างไร เมื่อดูจากผลการเลือกตั้งใหญ่ มี ส.ส. 6 คน เป็นเพื่อไทย 4 คน อีก 1 อนาคตใหม่ อีก 1 ภูมิใจไทย ส่วนคะแนนรวมเพื่อไทยยังอันดับ 1 คือ 200,000 กว่า ส่วนอนาคตใหม่อันดับ 2 ราว 140,000 (รวมทั้งจังหวัด)

ก่อนหน้านี้เคยมีพรรคอื่นมาขอผมให้ไปช่วยลงเหมือนกัน แต่ผมไม่มีวันไปจากพรรคเพื่อไทย ผมไม่มีวันทรยศ ซึ่งสนามนี้คาดว่าอนาคตใหม่ก็อยากสนับสนุน เราก็เดินหน้าสู้สู่ประชาธิปไตยเต็มตัว ก็ค่อนข้างมั่นใจจากเสียงตอบรับที่ได้มาทั้งหมดในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับโจทย์-เป้าหมายสูงสุดคือ การทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงรุก ประเพณีที่ปทุมธานีมีมากมายแต่ไม่เคยใช้ประโยชน์ ไม่เคยทำเรื่องการท่องเที่ยวเลย เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายเงินในจังหวัดหมุนเวียนภายใน

ที่สำคัญต้องเลิกระบบการพาหัวคะแนนไปเที่ยวได้แล้ว คนที่ได้ไปเที่ยวเป็นเพียงส่วนน้อย คนปทุมฯ ที่ไม่ได้เที่ยวเป็นส่วนมากกว่า จุดนี้เป็นจุดชี้ว่าประชาชนเขารู้สึกและสะท้อนมาว่าจะเอาเงินภาษีของเขาไปทำอะไรในเมื่อจังหวัดตัวเองยังไม่ได้รับการพัฒนา

อีกปัญหาคือเรื่องถนนหนทาง เรายังมีถนนลูกรังอยู่เต็มไปหมด มันต้องพลิกโฉมเปลี่ยนไปได้แล้ว

เมื่อถามว่า มี “ไอดอลทางการเมืองหรือไม่” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ตอบทันทีว่า ก็มีอยู่คนเดียว ทักษิณ ชินวัตร พูดได้เลย เขาเป็นคนที่ฉลาด มีความคิดไอเดียตลอดเวลา ทำอะไรทำจริงเขาถึงประสบความสำเร็จในชีวิต และเขาไม่ใช่คนที่หยุดอยู่กับที่ เขาศึกษาความเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอด เขาอ่านหนังสือเยอะ

อย่างสมัยตอนติดยศ ท่านเคยพูดว่าเอ็งเป็นตำรวจ พี่เป็นนักการเมือง ต้องทำให้ประชาชนรักเพราะพี่เป็นนักการเมือง แต่เอ็งเป็นตำรวจ เอ็งต้องทำมากกว่าพี่ ทั้งให้ประชาชนรักและก็ให้ตำรวจด้วยกันรัก

ทำให้เรามาคิดว่า ถ้าเราไม่มีผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีเราก็ทำงานไม่ได้ เวลาผมไปนอกไปไหนมาซื้อของให้ผู้ใต้บังคับบัญชาตลอด ผมไม่เคยให้เจ้านาย

อีกท่านหนึ่งคือ คุณบรรหาร สิ่งที่เราเรียนรู้จากท่านคือเรื่องสัจจะ-กตัญญู ท่านเป็นคนรักษาสัจจะ กตัญญูต่อบรรพบุรุษ ผมเองก็เพิ่มเรื่องของการรู้คุณแผ่นดิน-ตอบแทนคุณแผ่นดินไปด้วยเป็นเรื่องสำคัญ

สุดท้ายก่อนจากกัน “บิ๊กแจ๊ส” เล่าว่า ถ้าเกิดเลือกตั้งครั้งนี้แพ้ก็ช่วยไม่ได้ เราก็กลับไปรักษาคนไข้ของเราต่อไป ถ้าเราตั้งใจทำเต็มที่แล้ว สู้ครั้งนี้ครั้งเดียวก็พอ ต่อไปก็ไม่เอาแล้ว เพราะเราถือว่าเราแก่แล้ว 65 แล้ว เราแค่อยากอาสามาทำให้บ้านเมืองเจริญ แล้วไม่เคยคิดเรื่องจะลง ส.ส.ด้วย

ส่วนคนที่คิดว่าซื้อเสียงมันจะชนะเสมอไป ให้ดูโมเดลอนาคตใหม่เป็นตัวอย่าง!

ชมคลิป เปิดใจ “คำรณวิทย์”

บทความก่อนหน้านี้เกษียร เตชะพีระ | เสรีนิยมใหม่ : กราฟช้างและกราฟเนส
บทความถัดไปทราย เจริญปุระ | “เลือก” แล้วคอยรับ “ผล” จากมัน