การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ ฉันจะไปส่งจดหมาย

การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์[email protected]

คุณ…

ผมหยิบจดหมายฉบับเก่าๆ ที่คุณเขียนถึงผมขึ้นมาอ่าน แล้วผมก็คิดถึงคุณขึ้นมาจับใจ

ตัวหนังสือที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าผมนี้ มันวิเศษเป็นบ้า มันติดปีกฝันให้หัวใจผมได้เหมือนเคยทุกครั้งที่หยิบมาอ่านนั่นแหละ

คุณช่างเก่งเหลือเกิน กับการที่จะเอาตัวอักษรกับสระไม่กี่ตัวนั้น มาถักถ้อยร้อยกันเป็นประโยคหวาน ให้หัวใจผมไหวตาม กระเจิดกระเจิงไปที่นั่นที่นี่ ตามแต่ถ้อยคำหวาน ข้อความไหว ของคุณจะพาไป

แต่แล้วคุณก็หยุดลงเสียดื้อๆ ปล่อยให้หัวใจผมที่กระเจิงกระจายอยู่นั้น ร่วงหล่นลงอย่างไม่เป็นท่า ใช่…ผมกำลังจะบอกคุณว่า ผมปวดร้าวกับข่าวคราวของคุณที่เงียบหายไป

และบทกวีบทหนึ่งของ “ชามาดา” ในหนังสือ “แอบอุ่นในความคิดถึง” จึงตรงกับความรู้สึกและหัวใจของผมในตอนนี้เหลือเกิน

ฉันรอคอยอยู่เสมอ

ที่จะได้รับคำตอบ (จดหมาย) จากเธอ

อย่าทรมานฉัน…

โดยการเงียบหายไป

เมื่อเย็นวาน

ฝนตกหนัก

รู้ไหม…ฉันเดินฝ่าสายฝนกลับบ้าน

เพียงหวังว่าจะได้รับจดหมายจากเธอ

หากเธอกลัวว่า

ความจริงที่เธอจะบอกกล่าว

จะทำให้ฉันปวดร้าว

ขอเธอจงเลือกทำร้ายฉันเดี๋ยวนี้เถอะ

เพราะการที่เธอเงียบหายไปนาน

และยังคงปล่อยให้คำถาม (การรอคอย) ว่างเปล่าอยู่อย่างนั้น

ทำให้ฉันเจ็บปวดยิ่งกว่า…

…**ผมเคยเขียนบทกวีบทนี้ ส่งให้คุณแล้วครั้งหนึ่ง ถ้อยคำในวงเล็บน่ะ เป็นความรู้สึกของผม

 

คุณ…

คงใช่นะ…ผมก็ยังคงเป็นคนที่โหยหาความรักเหมือนเคย วันเวลาไม่ได้ทำให้หัวใจอ่อนไหวของผมแข็งกร้านขึ้นเลย ดูเหมือนว่ามันกลับจะทำให้อ่อนไหวลงยิ่งกว่าเก่า…เพื่อที่จะเจ็บปวดได้อย่างง่ายดายกับข่าวคราวของคุณ

ทุกวันนี้ ผมดูเหมือนคนบ้าในสายตาของคนอื่น ที่เฝ้าทุรนทุรายต่อการมาของบุรุษไปรษณีย์ เพียงหวังจะได้จดหมายสักฉบับจากคุณ มาทำให้หัวใจผมอบอุ่นขึ้นบ้าง คุณคงรู้ใช่ไหมว่า ความรู้สึกที่ว่าเรายังมีใครเหมือนกันนะนี่ มันทำให้ใจเรามีพลัง มีความฝันขึ้นมาอีกเท่าใด

และผมอยากรู้สึกอย่างนั้นบ้าง เพราะผมอ้างว้างมามากเกินพอแล้วในเส้นทางของผม เส้นทางที่โดดเดี่ยว ที่ไม่เคยมีใครมาตลอด

เส้นทางที่ทำให้ผมปวดร้าวกับสายตาที่ไม่เข้าใจของคนรอบข้าง เส้นทางที่แยกผมออกห่าง…ต่างจากใครๆ

และเมื่อมาพบคุณ ได้พูดคุยบอกเล่าความใฝ่ฝันของชีวิตให้กันและกันฟัง ผมก็บอกตัวเองได้ในทันทีเลยว่า คุณนี่แหละ คือคนที่จะร่วมเดินเป็นเพื่อนไปในเส้นทางโดดเดี่ยวของผม

หัวใจผมเต้นแรง มีความหวังและกล้าที่จะทำในสิ่งที่ไม่เคยมาก่อน เพื่อคุณ เพื่อความฝันของเรา

 

แต่ความเป็นจริงของชีวิต ก็ได้แยกผมออกมาห่างจากคุณ โดยขัดขืนใดๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น

แต่ผมก็ไม่เคยที่จะทำความฝันที่ผมและคุณมีด้วยกันหล่นหาย…

คุณยังอยู่ในใจผมเสมอทุกโมงยามของความคิดถึง โดยมีจดหมายจากคุณที่เหมือนกับสายน้ำอันฉ่ำเย็น มาคอยราดโรยลงบนหัวใจความฝันใฝ่ของผมให้ดำเนินต่อไป…ต่อไป และผมก็อยากให้มันเป็นไปเช่นนี้ตลอด…จนกว่าที่วันความฝันของเราจะเป็นจริง

…แต่แล้ว คุณก็ดูเหมือนจะเบื่อหน่ายเสียแล้วกับความฝันของผม ที่คล้ายๆ จะว่างเปล่า และไร้คืนวันที่จะเป็นจริง…คุณจึงเงียบหายไป

ทิ้งให้ผมโดดเดี่ยวในเส้นทางสายเก่าของผมเช่นเคย

 

ผมอ้างว้าง และไร้หวังใดๆ นักแล้วในวันนี้ ผมหม่นไหม้นักกับการเงียบหายไปของคุณ ผมพยายามจะทำอย่างคุณบ้าง คือลืมคุณไปเสียให้สิ้นจากความฝัน แต่ผมก็ไม่เคยทำได้สักที คงเพราะคุณคือคนเดียวที่เข้าใจเส้นทางของผมกระมัง…

คุณครับ…ผมนั่งร้องไห้ในคืนนี้ ผมไม่อยากรับรู้ใดๆ ทั้งสิ้น ผมกลัวกับการที่จะเดียวดายเหมือนเคย บ้าแท้ๆ นะ ที่รู้สึกหวาดกลัวเพื่อนเก่าที่สนิทกันยิ่งนัก แต่มาจากผมไปเสียนาน นับแต่วันมีคุณ…

พรุ่งนี้ วันเวลาก็คงดำเนินไปเช่นดังเดิม และผมก็ยังรอคอยข่าวคราวจากคุณอยู่…รอคอยสายน้ำอันฉ่ำเย็นมาราดโรยลงที่หัวใจความฝันใฝ่ของผม…คุณคงไม่ใจร้ายพอที่จะปล่อยให้หัวใจความฝันใฝ่ดวงนี้แห้งผาก และตายลงต่อหน้าคุณหรอกใช่ไหม…

นี่ยังไงเล่า ผมก็ยังหวังคุณอย่างนี้เสมอไป ถึงแม้ว่าตอนนี้ ผมจะกลายเป็นคนที่ถูกคุณลืมไปแล้ว

กลายเป็นคนว้าเหว่ดังเคย

ฉันเป็นเพียงดวงดาวว้าเหว่

ล่องลอยร่อนเร่อยู่อย่างอ้างว้าง

อยากให้เธอเป็นฟ้ากว้าง

โอบกอดฉันไว้บ้างจะได้ไหม…

แต่ผมก็ยังคงคิดถึงคุณดังเคย…จดหมายฉบับเก่าๆ

คุณครับ ผมเหงาเหลือเกิน

“ผม” ในที่นี้ก็คือฉัน เพียงบัว

“คุณ” ในที่นี้ก็คือเธอ คนเดินทาง

จะเอาลงในจุลสารก็ได้ ถ้ามันดีพอในสายตา…

รัก

เพียงบัว

 

คนเดินทาง…

อยากจะโกรธเธอก็โกรธไม่ลงซะที…นี่ จะตายอยู่แล้วรู้ไหม กับการรอคอยจดหมายจากเธอ

เขียนมาบ้างซีคะ สักคำสองคำก็ยังดี จะได้รู้ว่าเธอยังไม่ลืมฉัน นะคะ…เขียนอย่างที่เธอเขียนถึงใครๆ นั่นแหละ

น้อยใจมากมาย พี่ๆ หลายคนมาคุยให้ฟัง เธอเขียนจดหมายมาหา ฯลฯ แล้วของฉันไม่มีเลย

ก็พยายามจะบอกกับตัวเองแหละค่ะ ว่าเธอไม่ว่าง แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ซะที…คนดีเขียนมาบ้างนะ อย่าปล่อยให้ปวดร้าวนักเลย พอเพียงแล้วกับความรู้สึกนั้น…ถามพ่อกับแม่ให้หน่อยซีคะ คิดถึงเพียงบัวบ้างไหม ลืมเพียงบัวไปแล้วยัง อยากอ่านจดหมายของแม่ ทุกคนลืมเพียงบัวแล้วซี…น้อยใจจังค่ะ

มีเพียงบทเพลงว้าเหว่

แด่คนร่อนเร่เช่นฉัน

ไม่มีใคร ไม่มีอะไรทั้งนั้น

ฉัน…ถูกลืมไปนานแล้ว

เหงา และรู้สึกโดดเดี่ยวมากมาย ไม่มีคนเข้าใจ บางครั้งเคยคิดถึงความตาย ก็หวังว่าจะช่วยแก้ปัญหาให้ได้

คนเดินทางคะ ทำให้เพียงบัวรู้สึกว่าชีวิตนี้ยังมีใครบ้างซีคะ ทำให้หัวใจเพียงบัวอบอุ่นบ้าง อย่าเหินห่างนักเลย…ก็เจ็บนะคะ นะคะ ทำบ้าง ถึงจะจอมปลอมยังไง เพียงบัวก็จะยอมรับค่ะ

คนที่เธอเคยเล่าให้ฟัง ผู้คนที่เธอผูกพันในใจ กลับมาแล้วใช่ไหม เธอถึงได้ลืมคนนี้ ใช่ไหมคะ

วาดรูปหัวใจยับยับ

ฝากไปกับสายลมหนาว

ให้เธอรู้ฉันปวดร้าว

เมื่อข่าวคราวเธอเงียบหาย…

จาก เพียงบัว

 

จดหมายฉบับแล้วฉบับเล่า วางอยู่บนโต๊ะไม้ข้างหน้าต่าง บางฉบับเขียนมาบนกระดาษบางๆ พับแล้วเย็บลวด มีตราประทับไปรษณีย์ด้านหน้า หมึกสีดำทะลุซึมมาถึงด้านหลัง ลงวันเดือนปีกับชื่ออำเภอ ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ

แสตมป์สีเขียวดวงเล็กๆ เป็นรูปพระบรมฉายาลักษณ์พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ประทับว่า 1 บาท

ฉันจ้องมองดูอยู่อย่างนั้น ดั่งสิ่งแปลกหน้า

เพียงบัว

ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นอาหาร ฉันก็ดื่มกินมันอย่างโหยหิวอยู่ตลอดเวลา

คำแล้วคำเล่า ที่วักตักเข้าปาก กลืนมันลงไป

ในสภาวะที่ดวงตาหลับใหล ปากคอแห้งผากดั่งเคลือบฉาบด้วยเม็ดทราย

มีเพียงตัวอักษรที่เรียงราย…ที่เริงร่าย ที่มาจากปลายปากกาและปลายนิ้วมือของเธอ

ที่จะอนุญาตยินยอมให้ล่วงผ่านพ้นลำคอลงไป

ตัวหนังสือมากมาย…พลิกตะแคงกลับซ้ายกลับขวา พลิกหน้า พลิกหลัง ทยอยร่วงตามกันไป…ในตัวฉัน ผ่านทางเดินอันล่องหนในร่างกาย พวกมันไหลตกลงไป ครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า

มีเพียงเท่านั้น ที่ทำให้ฉันยังดำรงชีวิตอยู่ได้

เพียงบัว…ฉันไม่รู้จะบอกเธอทั้งหมดได้อย่างไร มีจุดเล็กๆ ที่แตกปริร้าวอยู่ภายในฉัน และมันก็เริ่มขยายถ่างกว้าง ดั่งโพรงที่ลึกสุดลึก กำลังจะคลี่แตกออกอีกคราว เธอรู้อะไรไหม ในนั้น มีงูตัวใหญ่ยาวเลื้อยคลานอยู่

ฉันไม่รู้…ไม่รู้จริงๆ เพียงบัว ว่าจะเขียนจดหมายถึงเธอว่าอย่างไร ความฝันใฝ่ยังอยู่ในหัวใจฉันเสมอ ถ้อยคำของเธอยิ่งตอกย้ำความชัดเจนให้กับฉัน

หากเพียงแต่ฉันกำลังอยู่ในช่วงอับจน…ฉันช่างยากจนจนเกินไป

(ขีดฆ่า)

 

ฉันพับจดหมายของมิตรผู้ไม่เคยพบหน้าลงในกล่องกระดาษใบหนึ่ง แล้วฉีกจดหมายของตัวเองทิ้งไป พร้อมกันนั้น ก็เขียนจดหมายฉบับใหม่ ส่งไปถึงอีกคอลัมน์ในนิตยสารที่แตกต่างออกไป พ่อยืมมาให้เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ฉันเพียงต้องการจะอ่านอย่างอื่นนอกเหนือจากนิตยสารที่พวกเราส่งบทกวีไป เมื่อจบข้อความที่ไร้ความจริงทุกสิ่งลงในจดหมาย ฉันก็ลงจากบ้าน คว้าจักรยานขี่ออกไป

ฉันจะไปส่งจดหมายให้ถึงหนังสือที่ชื่อว่า “มหัศจรรย์”

บางที…บางที อาจจะทำให้ฉันกำจัดงูตัวนั้นไปได้ หรือไม่ ก็ทำให้มันกลืนกินฉันตายๆ ไปซะ

บทความก่อนหน้านี้‘ชินวรณ์’ ชี้ รัฐบาลแพ้โหวตฝ่ายค้าน เพราะการสื่อสาร จี้เร่งเคลียร์ 5 ส.ส.พรรคจิ๋ว
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ ลั่น ไม่ไปไหน อยู่เป็นนายกฯต่อ ‘เปรมชัย’ โผล่ร่วมต้อนรับด้วย