โลกหมุนเร็ว/เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง/หนังสือที่มีเลือดเนื้อ

เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง

โลกหมุนเร็ว/เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง [email protected]

หนังสือที่มีเลือดเนื้อ

 

เพื่อนส่งหนังสือเล่มหนึ่งมาให้อ่าน

first impression คือ ปกไม่สวยและชื่อก็จำยาก แถมชื่อคนเขียนก็ฟังดูไม่เป็นชื่อนักเขียนและไม่รู้จัก

เปิดเข้าไปข้างใน อ้อ เป็นบทสัมภาษณ์ ส่วนมากผู้ถูกสัมภาษณ์เป็นผู้ชาย และหลายคนเรารู้จัก แต่อ่านแล้วจะเบื่อไหม

สัมภาษณ์นิรุตติ์ ศิริจรรยา อีกแล้ว คนนี้โดนสัมภาษณ์มาเยอะ จะช้ำและซ้ำไหม

มีสัมภาษณ์อนุสรณ์ ติปยานนท์ คนนี้ไม่เคยเห็นสัมภาษณ์ที่ไหน หาอ่านยาก มีให้อ่านตรงนี้ ดีเลย เคยรู้จักกันสมัยเขายังเป็นหนุ่มหน้าตาช่างคิด พลัดหลงเข้ามาทำโฆษณา ยังไม่ทันได้ทำอะไรสายลมก็พัดเขาหายไป

เห็นอีกทีเป็นนักเขียนที่ดูท่าทางจะไส้แห้ง มาแบบไม่ซ้ำใคร ไม่ได้เขียนนวนิยาย แต่เขียนถึงผู้คนที่พบเจอ

น่าอ่านและตามอ่านมาเรื่อยๆ ถ้าฉบับไหนไม่ได้ซื้อ ข้อเขียนของอนุสรณ์ก็จะเป็นข้อเขียนแรกที่อ่าน

พร้อมกับอิจฉาจำนวนแชร์ที่เขาได้รับ

 

สัมภาษณ์คนแรกที่อ่านในเล่มไม่ใช่อนุสรณ์ แต่เป็นพิเชษฐ์ กลั่นชื่น เคยได้ยินชื่อเขาแต่ยังไม่รู้ว่าเขาทำอะไร ทึ่งเมื่อรู้ว่าเขาเป็นนักแสดงโขน เขาไม่น่าเป็นนักแสดงโขนในแบบดั้งเดิม เป็นเรื่องไม่ธรรมดาที่จะมีคนสนใจตัวตนที่อยู่ในหัวโขนแบบนี้

เป็นคนเดียวที่อ่านสัมภาษณ์แล้วเข้าไปค้นคว้าดูข้อมูลของเขาทันที

อ้อ เป็นแดนเซอร์ มีโรงเรียนสอนแดนซ์ และได้รับการยอมรับนับถือในระดับนานาชาติ

เป็นคนชอบ provoke ความคิดคนและมีคำถามกับคำว่า “วัฒนธรรม” เยาะเย้ย ท้าทาย เป็นนักคิด

ในสัมภาษณ์เขาถูกถามเรื่องผู้หญิง มีสเป๊กผู้หญิงไหม อาจเป็นเพราะรูปลักษณ์ที่มีพลังทางเพศสูง

คนต่อมาที่อ่านคือ จุลจักร จักรพงษ์ ที่ชอบอ่านสัมภาษณ์เขาเพราะเขาเป็นเชื้อเจ้าติดดินที่มีความคิดน่าติดตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเมือง สังคม

นอกจากนี้ ก็ชอบฟังเขาคุยเปรียบเทียบระหว่างสังคมตะวันออกและตะวันตกตลอดเวลา เพราะเขาเชี่ยวและลึกทั้งสองสังคม

ผู้เขียนเป็นคนสนใจเรื่องตะวันออก ตะวันตกอยู่แล้ว จึงเป็นอีกเหตุผลที่ติดตามสัมภาษณ์จุลจักรอยู่เสมอ

ในเล่มนี้ชอบที่เขาพูดถึงคำว่า serious ว่ามีความหมายที่ดีสำหรับสังคมตะวันตก แต่ตะวันออกไม่ชอบคนที่ซีเรียส

และคำว่า “เกรงใจ” ที่ไม่มีการแปลคำนี้ในภาษาอังกฤษ

 

อาหนิง นิรุตติ์ ศิริจรรยา ลงมืออ่านก็ไม่ผิดหวัง มีความเป็นตัวของตัวเองสูงในอาชีพที่ต้องแสดงเป็นคนอื่นตลอดเวลา ไม่เคยมีใครบอกว่านิรุตติ์เล่นเรื่องไหนก็เป็นนิรุตติ์ มีแต่บอกว่านิรุตติ์แสดงเรื่องไหนก็เป็นตัวละครตัวนั้น

นี่แหละนิรุตติ์ที่เป็นตำนาน

คือตัวแทนของอาชีพนักแสดงที่ครองตนอย่างมีเกียรติและสง่างาม

ยังคงอยู่ในอาชีพนี้ไม่ใช่เพราะความจำเป็น แต่เพราะรักอาชีพนี้

นิรุตติ์บอกว่า ทุกสิ่งเกิดได้ด้วยความรัก เป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงและมีบรรทัดฐานในการครองชีวิตที่น่านับถือ

วิจักขณ์ พานิช คนนี้แทบไม่เคยได้ยินชื่อเลย กว่าจะก้าวผ่านรูปลักษณ์จากรูปในหนังสือได้ก็ใช้เวลาพลิกผ่านไปมาอยู่นาน ไม่อินังขังขอบกับเสื้อผ้า เผ้าผม เอาเลย

แต่เมื่อเริ่มอ่านสัมภาษณ์ คนนี้ผ้าขี้ริ้วห่อทองของวงการเชียวนะ

ไม่รู้จักไม่ได้แล้วละ

เขาศึกษาพุทธศาสนาและพูดถึงพุทธศาสนาในบริบทสมัยใหม่ได้ถูกใจ

เขาบอกว่า การที่คนสมัยใหม่บอกว่าไม่นับถือศาสนาอะไร ความจริงเป็นสิ่งที่ดี

เพราะ “จริงๆ แล้วเป็นสัญญาณที่ดีว่าพวกเขามีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น มีสติปัญญาที่จะคิดเอง ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองมากขึ้น พึ่งพาอำนาจนอกตัวน้อยลง”

กับอีกตอนหนึ่งที่เขาพูดว่า “ศรัทธาจะเกิดขึ้นได้ต้องมีปัญญากำกับ” อันนี้เป็นวิธีอธิบายที่ทำให้โล่งใจเกี่ยวกับคำว่าศรัทธา

เมื่อเริ่มทำความรู้จักวิจักขณ์แบบนี้ต่อไปก็จะต้องติดตามผลงานเขาอีกอย่างแน่นอน

 

คนต่อมาคือ “ป้อง” ชานันท์ ยอดหงษ์ คนที่เขียนเรื่อง “นายใน”

ดูรูปในหนังสือแล้วยังดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าเป็นเพศไหน

หนังสือเล่มนี้คนพูดถึงกันนัก ก็เลยไม่อ่านเสียเลย

แต่เมื่ออ่านสัมภาษณ์ “ป้อง” จบลงก็คิดว่าน่าจะตามไปอ่าน “นายใน” สักหน่อย

เราก็เป็นหนึ่งในผู้ที่มีอคติเหมือนที่ “ป้อง” ให้สัมภาษณ์ว่า

“แต่ปรากฏการณ์ทางสังคมก็สะท้อนอย่างหนึ่งว่า บางครั้งเราคาดหวัง ใฝ่ฝันสังคมอุดมปัญญา มันเพ้อเจ้ออ่ะ บางคนยังไม่ได้อ่านแต่ด่าก็มี งงเลย ด่าอะไร แต่ก็มีคนชมทั้งที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือ ซื้อมาแล้ว ชอบมาก แต่ยังไม่ได้อ่านเลย แปลว่าอะไร ตอบไม่ถูกเลย”

คือเราอ่านอย่างนี้ก็ขำตัวเองว่ายังไม่ทันอ่านก็มีอคติว่าคงจะไร้สาระเลยไม่คิดจะอ่าน แล้วก็ยังเข้าใจความรู้สึกของ “ป้อง” เรื่องความใฝ่ฝันถึงสังคมอุดมปัญญาว่ามันเป็นไปไม่ได้อีกด้วย

พระไพศาล วิสาโล ในยุคหนึ่งที่ความคิดยังสับสนและจัดการกับความทุกข์ไม่เป็นก็ได้ฟังเทปของท่าน ช่วยให้จิตใจสงบลง

บทสัมภาษณ์ของท่านที่นี่บอกได้ว่าเฉียบ ทำให้ได้คิดว่าคนที่ปฏิบัติธรรมมากๆ มองเห็นอะไรทะลุชัดคมแบบนี้เอง

สิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจผู้เขียนมานานแล้วก็คือ อยากจะมีพระสักรูปที่อยู่ไม่ไกลบ้านที่สามารถจะไปสนทนาธรรม ถามปัญหาธรรมได้ แต่จนบัดนี้ก็ยังหาไม่มี

ได้อ่านสัมภาษณ์พระไพศาลแล้วก็จึงได้เลิกหวัง เพราะท่านว่าพระในกรุงทุกวันนี้ก็คุยกันเรื่องสมณศักดิ์และทรัพย์สินเงินทอง คนจึงหันไปหาพระวัดป่าลูกศิษย์หลวงพ่อชา หลวงปู่มั่นกัน

ซึ่งท่านเหล่านี้ก็อยู่ต่างจังหวัดกันทั้งนั้น

 

ยังเว้นไว้ไม่ได้อ่านสัมภาษณ์อีกหลายคน หลายคนที่ได้อ่านคือคนที่เพิ่งทำความรู้จัก และบอกตัวเองว่าจะต้องติดตามพวกเขาต่อไป

ผู้ชายมีมันสมองและมีความเป็นตัวของตัวเองที่เลือกมาสัมภาษณ์นี้ล้วนแต่เร้าความสนใจ บ่อยครั้งเราจะพบว่าผู้ชายพวกนี้เซ็กซี่จังเลย

สำหรับคุณใบพัดผู้สัมภาษณ์ ตัวเธอก็น่าสนใจ เธอเป็นนักสัมภาษณ์มืออาชีพ ถ้าเธอมีเล่มอื่นออกมาอีกก็จะติดตาม

ขออย่างเดียวให้ออกแบบปกให้ดูเตะตากว่านี้

ชื่อหนังสือก็น่าจะตั้งได้ดีกว่านี้นะคะ

อาหารอร่อย หน้าตาก็น่าจะดูสวยงามด้วย

บทความก่อนหน้านี้การศึกษา / ควบรวม ‘ร.ร.ขนาดเล็ก’ โจทย์ใหญ่รัฐมนตรี ศธ.มือใหม่
บทความถัดไปวิถีแห่งกลยุทธ์ เหมยฉางชู/เสถียร จันทิมาธร /3 สตรี ทรงศักดิ์ ทรงอิทธิพล (4)