เป้าหมายหลัก ที่ต้องค้นหา MASTERMIND / ฉบับประจำวันที่ 9-15 สิงหาคม 2562

เมื่อเกิดเหตุร้ายใดๆ ขึ้น โดยเฉพาะการวางระเบิด หรือก่อวินาศกรรม
สิ่งสำคัญหนึ่งคือ เป้าหมายหลัก ที่ต้องค้นหา หรือคลำหา
นั่นคือ หามาสเตอร์มายด์ (MASTERMIND) ให้ได้
เพื่อขจัดความความสับสน หรือฉกฉวยประโยชน์จากสถานการณ์
มิฉะนั้นจะเกิด “มาสเตอร์ MY” หรือ “พวกตนเองเป็นใหญ่”
ที่มักจะใช้ความเชื่อ ความลำเอียง หรืออคติส่วนตัวมาชี้นำหรือตัดสินใจเหตุการณ์ดังกล่าว
อันจะทำให้เกิดความสับสน หรือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองแก่ฝ่ายตน
ซึ่งถือว่าอันตรายยิ่ง
อย่างกรณีเหตุระเบิดและวางเพลิงหลายจุดในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา มีพวกมาสเตอร์ MY
พยายามชี้ในทันทีว่ามี “การเมือง” อยู่เบื้องหลัง
สะท้อนถึงความอคติที่จะโยนบาปให้ฝ่ายที่ตนเองไม่ชอบ
ด้วยการ “บิด” คำพูดของผู้มีอำนาจ ที่นำไปสู่ความเข้าใจผิดได้ง่าย

แต่ในกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ถือว่าเป็นเรื่องโชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คนได้รวดเร็ว
และส่อชี้ชัดว่า เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อการร้ายภาคใต้
ทำให้ทิศทางการสอบสวนของตำรวจชัดเจน
ไม่สะเปะสะปะตามกระแส “การเมือง” ที่เกิดจากการชี้นำของพวกมาสเตอร์MY
แม้จะยังไม่แจ่มชัดในตัวผู้บงการ หรือมาสเตอร์มายด์
แต่เป้าก็แน่วแน่ อยู่ที่กลุ่มก่อความไม่สงบในภาคใต้ ทำให้การสอบสวนเป็นไปอย่างมีเอกภาพ
ไม่หลงวนเวียนไปกับกระแส “การเมือง”

ซึ่งความชัดเจนนี้ ไม่เพียงแต่ทำให้ตำรวจสามารถขยายผลหาตัวคนร้ายได้เพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ
ที่สำคัญ ยังทำให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภาคใต้ โดยเฉพาะกองทัพ คงจะต้องทบทวนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง
เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ในห้วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจากคณะรักษาความสงบแห่งชาคิ (คสช.) ได้ใช้กองทัพเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหา
ซึ่งคงไม่ต้องหาคำตอบว่า ประสบความสำเร็จเพียงใด
เพราะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ได้ขยายศักยภาพในการก่อความไม่สงบ กว้างขวางออกมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น
ค่อยๆ ขยายเพิ่มไปยังจังหวัดอื่น
นี่ย่อมเป็นตัวชี้วัดสำคัญ ว่า 5 ปีที่ผ่านมา กองทัพได้ควบคุม พูดคุย เจรจา กับฝ่ายก่อความไม่สงบ ได้สำเร็จเพียงใด
หรือยังก่อเงื่อนไขให้คนเหล่านี้อ้างเหตุผลในการปฏิบัติการเพิ่มขึ้นหรือไม่
เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่เป็นสัญลักษณ์ทางความมั่นคง เขตเศรษฐกิจ และระบบขนส่ง ล้วนเป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วง
จำเป็นที่รัฐบาลใหม่ ภายใต้ผู้นำเดิม จะต้องรีบทบทวนและเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง
มิใช่เบี่ยงเบน กดทับ ให้เป็นแค่การกล่าวหาแบบเดิมๆ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลจากความขัดแย้งทางการเมือง
จากคนหน้าเดิม
ตามการชี้นำของมาสเตอร์ MY ที่มากด้วยอคติ และก้าวไม่พ้นการแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ที่หวังจะครองอำนาจต่อไปนานๆ
จนมองไม่เห็นวิกฤตจากมาสเตอร์มายด์ตัวจริง ที่ปฏิบัติการเย้ยใต้จมูกเข้ามาทุกที!!
————————-

บทความก่อนหน้านี้สัมพจนัยของคำว่า “ตีนหนาหน้าบาง” เรื่องสั้นของ ‘เสนีย์ เสาวพงศ์’
บทความถัดไป“ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้” สัมพันธ์ร้าว ปมเทรดวอร์ ภาคเอกชนมีแต่เจ็บหนัก