จรัญ มะลูลีม : สัมพันธ์ร้าวลึก “สหรัฐ-อิหร่าน” จากแซงชั่นถึงโดรนสอดแนม

จรัญ มะลูลีม

วิกฤตโดรนลาดตระเวนของสหรัฐที่ถูกอิหร่านยิงตกในน่านฟ้าของอิหร่านได้ขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง ท่ามกลางการคาดหมายไปต่างๆ นานาว่าจะมีการตอบโต้จากสหรัฐ

เป็นที่รับรู้กันเป็นอย่างดีว่าการยิงเครื่องบินไร้คนขับหรือโดรนของสหรัฐตอนเหนืออาณาบริเวณน่านน้ำของอิหร่านในสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีส่วนทำให้ภูมิภาคตะวันออกกลางกลายเป็นดินแดนที่ร้อนรุ่มด้วยกลิ่นอายของสงครามอีกครั้งหนึ่ง

การยิงโดรนของสหรัฐตกในครั้งนี้เป็นฝีมือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (Revolutionary Guards) ซึ่งเป็นกองกำลังชั้นนำของอิหร่านที่สามารถยิง “โดรนสอดแนม” ของสหรัฐลงได้ใกล้กับจังหวัดฮอร์มูซกัน (Hormozgan) ที่อยู่ทางใต้ของอิหร่าน

 

มุฮัมมัด ญาวาด ซารีฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่านกล่าวว่า ยานพาหนะทางอากาศไร้คนขับ (unmanned aerial vehicle) หรือ UAC บินมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) แบบล่องหนเพื่อเข้าจารกรรมข้อมูลของอิหร่านและถูกยิงตกลงในน่านน้ำของอิหร่าน

อิหร่านอ้างว่าโดรนลำดังกล่าวได้ตกลงห่างจากชายฝั่ง ซึ่งเป็นดินแดนของอิหร่าน 12 ไมล์ซึ่งถือว่าเป็นดินแดนของอิหร่านตามกฎหมายทางทะเล (Law of the Sea) ตามข้อตกลงของสหประชาชาติ

12 ไมล์จากชายฝั่งของอิหร่านจึงถือว่าเป็นผืนแผ่นดินของอิหร่านตามข้อตกลงสมัยที่อิหร่านตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาฮ์ที่สนับสนุนโดยสหรัฐในเวลานั้น อิหร่านเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของสหรัฐในตะวันออกกลางจนถึงปี 1979 คือปีแห่งการปฏิวัติอิสลาม

ซารีฟยังกล่าวอีกว่า บางส่วนของโดรนได้ถูกพบในดินแดนที่เป็นพื้นน้ำของอิหร่าน และซากจาก UAV นี้ ยังถูกนำออกมาให้สื่อมวลชนได้ดูอีกด้วย

นอกจากนี้ GPS ของอิหร่านยังได้แสดงเส้นทางของโดรนว่าอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่าน 8 ไมล์ แม้ว่าจะมีหลักฐานชัดเจน สหรัฐก็ยังคงอ้างต่อไปว่าโดรนของตนถูกยิงขณะที่กำลังบินอยู่เหนือน่านน้ำสากล

ซารีฟทวีตว่า

“สหรัฐใช้การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน เป็นการกระทำที่ขี้ขลาดเพื่อต่อต้านพวกเรา และเวลานี้ก็เข้ามาใกล้ดินแดนของเราแล้ว เราไม่ต้องการสงครามแต่ก็จะป้องกันท้องฟ้า แผ่นดินและน่านน้ำของเราอย่างเอาจริงเอาจัง”

มาญิด ทักห์-ราวันชี (Majid Takht – Ravanchi) เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำ UN ได้กล่าวแก่สภาความมั่นคงว่าโดรนของสหรัฐไม่ฟังเสียงเตือนทางวิทยุถึงสองครั้งก่อนที่จะถูกยิง

ฮุสเซ็น สาลามี (Hassien Salami) ผู้บัญชาการทหารของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติได้เตือนว่า การละเมิดชายแดนของประเทศคือ “ไฟแดง” ของรัฐบาลอิหร่าน ทางออกเดียวของผู้เป็นศัตรูก็คือการให้การเคารพพื้นที่ และผลประโยชน์แห่งชาติของอิหร่าน

สาลามีกล่าวกับโทรทัศน์อิหร่านหลังจากโดรนของสหรัฐถูกยิงตก

 

ปฏิกิริยาจากทรัมป์

ทรัมป์ตอบโต้การที่โดรนของสหรัฐถูกยิงตกว่าอิหร่านได้ “ทำผิดครั้งใหญ่” และขอแนะนำว่าประเทศนี้จะต้องได้รับการตอบแทนที่ยิงโดรนที่ทันสมัยที่สุด อย่าง RQ-4 Global Hawk ลำนี้

โดรน UAV ของสหรัฐลำนี้มีมูลค่า 130 ล้านเหรียญสหรัฐและใช้สำหรับการสอดแนมเหนือชายฝั่ง โดรน Global Hawk มีปีกที่กางออกแบบเดียวกับโบอิ้ง 737

อิหร่านกล่าวว่า โดรนของสหรัฐบินอยู่เหนือน่านน้ำของตนอย่างลับที่สุด โดรนแบบ Global Hawk จะทำงานอย่างลับๆ อยู่ในอ่าวเปอร์เซียในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการของฝ่ายบริหารของทรัมป์ที่เรียกว่านโยบายการ “กดดันสูงสุด” ต่ออิหร่าน

ความจริงทหารสหรัฐก็รู้สึกแปลกใจในความสามารถของอิหร่านที่ยิงโดรนของตนตก แม้ว่าโดรนลำนี้จะบินที่ความสูงถึง 65,000 ฟุตก็ตาม ทั้งๆ ที่โดรน RQ-4 ได้ถูกออกแบบมาให้หลบหลีกจรวดที่ยิงจากพื้นสู่อากาศ ซึ่งเป็นจรวดที่อิหร่านมีอยู่

อิหร่านกล่าวว่าจรวดติดแบตเตอรี่ซึ่งผลิตในอิหร่านเป็นจรวดที่ยิงโดรนของสหรัฐตก อิหร่านเองในเวลานี้ก็มีจรวดที่ยิงจากพื้นสู่อากาศ S-400 ของรัสเซียเอาไว้ในครอบครองแล้ว ซึ่งเป็นจรวดแบบเดียวกับอิหร่านที่ใช้ระบบแบตเตอรี่

 

ตามรายงานที่มีอยู่ โดรน RQ-4 เพิ่งจะมาถึงภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียในสัปดาห์ที่สองของเดือนมิถุนายน (2019) นี้เอง ก่อนหน้านี้สหรัฐอ้างว่าอิหร่านได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโจมตีเล็กๆ ต่อเรือบรรทุกน้ำมันในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งอิหร่านปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวและสหรัฐก็ไม่มีข้อพิสูจน์ใดๆ มายืนยันได้

ในสัปดาห์ที่สามของเดือนมิถุนายนอิหร่านประกาศว่าอิหร่านจะไม่ยึดข้อตกลงนิวเคลียร์ของปี 2015 ที่มีการจำกัดปริมาณของยูเรเนียม โดยอิหร่านจะเพิ่มสมรรถนะของยูเรเนียมขึ้นไปอีกร้อยละ 20 ทั้งนี้ ตามข้อตกลงจะมีการจำกัดปริมาณของยูเรเนียมอยู่ที่ร้อยละ 3.67

ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยังได้ปิดตายอิหร่านมิให้ส่งออกยูเรเนียมอีกด้วย ซึ่งตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 อิหร่านได้รับอนุญาตให้ส่งออกยูเรเนียมได้

การเคลื่อนไหวของอิหร่านในเวลานี้ยังคงมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่การกดดันประเทศยุโรปเพื่อให้การแซงก์ชั่นอิหร่านของทรัมป์และฝ่ายบริหารของเขาหมดความสำคัญลงไป

การแซงก์ชั่นอิหร่านของสหรัฐก่อให้เกิดความยากลำบากต่อชาวอิหร่านที่เป็นชาวบ้านอย่างมาก ในบรรดาความขาดแคลนอย่างรุนแรงก็คือยาที่ต้องใช้รักษาชีวิตของผู้ป่วย

 

ตามที่ได้เคยกล่าวมาแล้วว่าที่ปรึกษาสายเหยี่ยวของทรัมป์นำโดยที่ปรึกษาด้านความมั่นคง จอห์น โบลตัน และไมก์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศเป็นผู้ที่ต้องการให้สหรัฐใช้มาตรการแข็งกร้าวกับอิหร่าน หลังจากอิหร่านประกาศว่าจะหยุดปฏิบัติการในบางแง่มุมของข้อตกลงนิวเคลียร์พร้อมกันนี้ ทรัมป์ได้ส่งทหารเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มมากขึ้น

รัสเซียและจีนวิจารณ์สหรัฐอย่างรุนแรงในการส่งทหารเข้าไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยในเดือนพฤษภาคมสหรัฐได้ส่งทหารอีก 1,500 นายเข้าไปในภูมิภาค ความตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่ออิหร่านยิงโดรนสอดแนมของสหรัฐตกลง

การที่อิหร่านยิงโดรน Global Hawk ตกจึงลงเท่ากับสร้างความแข็งแกร่งให้เข้ามาอยู่ในมือของที่ปรึกษาสายเหยี่ยวที่ต้องการให้ทรัมป์ใช้มาตรการทางทหารต่ออิหร่าน

จากรายงานของสื่อกระแสหลักของสหรัฐ ทรัมป์ได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายกลาโหมทิ้งระเบิดจรวดของอิหร่านและที่ตั้งของเรดาร์เพื่อตอบโต้ที่โดรนของตนถูกยิงตก แต่ก็มาเปลี่ยนใจในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม สภาของสหรัฐซึ่งตอนนี้ควบคุมโดยพรรคเดโมแครตต่างก็ไม่เห็นด้วยหากสหรัฐจะทำสงครามกับอิหร่าน

บทความก่อนหน้านี้“เกรธ่า” เปิดใจ “รณรงค์แก้โลกร้อน” ควรทำมากกว่านี้ แนะผู้นำโลกต้องพิสูจน์ให้เห็น หากรับฟังปัญหาจริง
บทความถัดไป“สมคิด” บุกกระทรวงคลังสั่งรัฐวิสาหกิจอัด1.7แสนล้านต้านสงครามการค้า-เศรษฐกิจโลกดิ่ง