ภาพยนตร์ /นพมาส แววหงส์ /ANNABELLE COMES HOME

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

ANNABELLE COMES HOME

‘ตุ๊กตาผี’

 

กำกับการแสดง Gary Dauberman

นำแสดง Vera Farmiga Patrick Wilson McKenna Grace Madison Iseman Kate Sarife

 

นี่เป็นหนังผีประเภทซึ่งปกติผู้เขียนพยายามหลีกเลี่ยงด้วยรสนิยมส่วนตัว

ไม่ใช่ว่าจะรังเกียจหนังประเภท Horror/Thriller ไปเสียทั้งหมดนะคะ เพียงแต่ไม่ชอบการเขย่าขวัญประเภทที่ไม่มีมุขอะไรนอกจากการเล่นอารมณ์หวาดเสียวประเภทที่เรียกว่ากระโดดออกมาหลอกให้ตกใจร้องวี้ด (jump scare)

สมัยเด็กเคยดู The Exorcist ฉบับดั้งเดิมที่มีลินดา แบลร์ เป็นเด็กถูกผีสิง น่าจะเป็นต้นแบบของหนังประเภทผีสิง หรือการไล่ผีแบบที่ใช้พระคาทอลิกมาขจัดปัดเป่าและใช้ไม้กางเขนเป็นยันต์กันผี แต่เนื่องจากสมัยนั้นยังเป็นของใหม่มากสำหรับผู้เขียน เลยยังจำความน่าหวาดเสียวของผีร้ายที่สิงในตัวเด็กหญิงแล้วหมุนหัวกลับโดยรอบสามร้อยหกสิบองศาได้

น่ากลัวจริงๆ ค่ะ

จากนั้นก็มาถึง The Omen ซึ่งก็น่ากลัวอีกเหมือนกัน และยังจำบางฉากที่เกรกอรี่ เป็ก เล่นได้เลย

สองเรื่องนี้มีการนำกลับมาทำใหม่ แต่ผู้เขียนไม่สนใจจะดูแล้ว

 

Rosemary’s Baby ก็เป็นหนังคลาสสิคประเภทนี้อีกเรื่อง

หนังเรื่องนี้ทำให้ผู้หญิงทุกคนที่กำลังจะคลอดลูกหรือเพิ่งคลอดไปหยกๆ นึกหวาดว่าโรงพยาบาลจะสลับเด็ก เอาลูกคนอื่นมาให้เราหรือเปล่าก็ไม่รู้

แล้วก็ถึงหนังระทึกขวัญที่ชอบมากคือ The Sixth Sense ที่เอ็ม. ไนต์ ชยามาลัน ทั้งเขียนและกำกับฯ เอง จนสร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะคนทำหนังเก่งคนหนึ่ง แม้จะดูมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังจำได้เกือบทุกฉากทุกตอนอย่างแจ่มชัด

อีกเรื่องที่รู้สึกว่าต้องดูตามกระแสโซเชียลที่โหมกระพือ คือ The Blair Witch Project ซึ่งทำประหนึ่งว่าเป็นหนังสารคดีเรื่องราวจริงๆ ที่ถ่ายด้วยกล้องมือถือ

ผลก็คือ ภาพทั้งเต้นทั้งเขย่าเสียจนต้องนั่งหลับตาดูกว่าครึ่งค่อนเรื่อง

แต่ก็ทนดูต่อไปเพราะความอยากรู้อยากเห็นว่ามีอะไรดีจริงตามที่เขาว่ากันไหม

ที่หลับตาก็ไม่ใช่ว่ากลัวหรอกค่ะ แต่เวียนหัวคลื่นไส้ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด

แหม เพิ่งบอกไปหยกๆ ว่าไม่ชอบดูหนังประเภทนี้ นี่ขนาดไม่ชอบก็ยังนึกได้ตั้งหลายเรื่องแน่ะ จริงๆ แล้วน่าจะมีมากกว่านี้อีกเยอะ เพราะ Bram Stoker’s Dracula ของฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา ก็ดู Get Out ก็ดู Mother! ก็ดู ฯลฯ

แต่พวกตุ๊กตาผีชุดแอนนาเบลนี่ ขอสารภาพว่าไม่ใช่แฟนติดตามดูตั้งแต่ภาคแรก

รู้แต่ว่าคงต้องฮิตติดตลาดมากพอดู ถึงได้มีภาคสอง ภาคสามตามมาแบบนี้

 

เอ็ด วอร์เรน (แพทริก วิลสัน) และลอเรน วอร์เรน (เวรา ฟาร์มิกา) เป็นนักไล่ผี หรือเรียกตัวเองอย่างเป็นทางการด้วยอาชีพที่น่านับถือว่า นักวิจัยทางปรากฏการณ์แปลกประหลาดผิดธรรมชาติ หรือผู้เชี่ยวชาญทางไสยศาสตร์หรือมนตร์ดำ

สามีภรรยาคู่นี้น่าจะเป็นตัวละครหลักของหนังชุดนี้อยู่แล้ว แต่มีบทบาทไม่มากสำหรับเรื่อง “แอนนาเบลล์กลับบ้าน” นี้

เริ่มจากฉากที่ย้อนไปถึงตอนจบของแอนนาเบลล์ภาคที่แล้ว ซึ่งมีแม่ชีคาทอลิกมาเกี่ยวข้องอยู่ด้วย มีการอภิปรายกันว่าจะทำอย่างไรกับตุ๊กตาผีที่ชั่วร้ายตัวนี้ดี มีคนบอกให้ทำลาย แต่ครอบครัววิลสันเห็นว่าการทำลายจะไม่ก่อผลดี ทางที่ดีที่สุดคือนำไปเก็บไว้ในที่ที่จะไม่สามารถออกมาเพ่นพ่านออกฤทธิ์ได้อีก

นั่นคือพาแอนนาเบลล์กลับไปบ้านของพวกเขา และเก็บไว้ในห้องเก็บวัตถุพิสดารที่มีวิญญาณสิงสู่ทั้งหลาย และใช้คาถากันผีสยบไว้ไม่ให้ออกมาอาละวาด

 

ฉากแรกๆ คือการขับรถพาแอนนาเบลล์นั่งบนเบาะหลัง ตาโตจ้องเขม็งมอง ขับรถข้ามรัฐตั้งแต่กลางวันจนตกค่ำ เพราะการเดินทางไม่ราบรื่นเลย ไปเจอถนนปิด ต้องขับรถอ้อมออกนอกเส้นทางหลัก และรถไปตายอยู่หน้าป่าช้า หรือสุสานฝรั่ง

แอนนาเบลล์ออกฤทธิ์ปลุกวิญญาณคนตายทั้งป่าช้าให้มาช่วยขัดขวางสองสามีภรรยา

แต่แล้วผู้เชี่ยวชาญด้านไสยศาสตร์ทั้งสองก็รอดปลอดภัยมาจนถึงบ้าน

และทำพิธีจับแอนนาเบลล์ใส่ตู้กระจกปิดกุญแจ พร้อมทั้งให้พระฝรั่งมาท่องคาถาลงยันต์กันไม่ให้เล็ดลอดออกมาทำร้ายใครได้อีก

ถ้าเรื่องจบลงด้วยดีแค่นั้น ก็ไม่ใช่หนังผีละสิ

 

แอนนาเบลล์นั่งสงบอยู่ในตู้ โดยไม่มีโอกาสออกฤทธิ์อาละวาดอยู่เป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากนั้น

ครอบครัววอร์เรนมีลูกสาววัยสิบขวบ ชื่อ จูดี้ วอร์เรน (แม็กเคนนา เกรซ)

จูดี้เป็นเด็กแปลก ประมาณเดียวกับเด็กชายในเรื่อง The Sixth Sense ซึ่งมีปัญหาในเรื่องการมองเห็นผีอยู่ทั่วไปหมด ทำให้เธอต้องหาที่พึ่งด้วยการเก็บไม้กางเกนไว้กับตัวเสมอ

ความหวาดระแวงและการอยู่ในครอบครัวของนักไล่ผีทำให้จูดี้เป็นเด็กที่ไม่มีเพื่อน เพราะไม่มีใครคบหาสมาคมด้วย ชวนใครมาวันเกิด ทุกคนก็ล้วนมีข้ออ้างหลบเลี่ยง จนทำท่าว่าเธอจะต้องฉลองวันเกิดอย่างเดียวดายกับคนในครอบครัวเท่านั้น

ก่อนถึงวันเกิดของจูดี้ พ่อ-แม่มีธุระต้องออกนอกเมืองไปทำงาน โดยทิ้งลูกสาวอยู่กับบ้าน โดยฝากไว้กับพี่เลี้ยงที่จ้างมาดูแลเป็นประจำ ชื่อ แมรี่ เอลเลน (แมดิสัน อิเซมัน)

แมรี่ เอลเลน มีเพื่อนสาวจอมจุ้นชื่อ ดาเนียลา ริออส (เคต ซาริเฟ หน้าตามีความละม้ายคล้ายคลึงกับพิม มาช่า อย่างที่ถ้าบอกว่าเป็นพี่น้องกันก็เชื่อ)

ดาเนียลามีปัญหาส่วนตัวที่ทำให้สนใจใคร่รู้ในเรื่องโลกหลังความตายและวิญญาณของคนตายโดยเฉพาะ เนื่องจากเธอเพิ่งสูญเสียพ่อไปด้วยอุบัติเหตุ

เมื่อมีจังหวะเหมาะซึ่งทำให้มีโอกาสอยู่ในบ้านตามลำพัง ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ดาเนียลาหากุญแจเปิดกรุห้องเก็บสมบัติผีสิงเข้าไปสำรวจดู แม้จะมีป้ายเขียนห้ามไว้อย่างชัดเจน

แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ

วัยรุ่นไม่เคยยอมฟังคำของผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอยู่แล้ว

 

ดาเนียลาเปิดห้องเข้าไปสำรวจกรุเก็บวัตถุที่มีวิญญาณสิงสู่ มีทั้ง “เจ้าสาว” เกราะซามูไร หมาป่าจากโลกันต์ เปียโนผีสิง คนแจวเรือข้ามไปโลกของความตาย ฯลฯ

ที่สำคัญคือเธอเปิดตู้เก็บตุ๊กตาแอนนาเบลล์ แล้วลืมปิดล็อกไว้ตามเดิม!!!

นั่นคือจุดเริ่มต้นของความสยองขวัญที่ตามมาในคืนชวนผวาที่จะต้องจดจำไปตลอดชีวิต

เริ่มตั้งแต่มีกริ่งประตูดังขึ้นอย่างชวนสงสัย มองดูทางช่องก็ไม่เห็นใคร แต่เมื่อเปิดไปดู เห็นเด็กหญิงท่าทางประหลาดมาถามหาตุ๊กตาแอนนาเบลล์

หลังจากนั้น แอนนาเบลล์ก็ออกฤทธิ์ปลุกวิญญาณอาฆาตออกอาละวาดกลางดึกตลอดคืน

แต่ปรากฏว่าวิญญาณทั้งหลายไม่ได้ร้ายไปเสียหมด พวกวิญญาณที่ปรารถนาดีคอยช่วยเหลือมนุษย์ก็ยังมีอยู่เหมือนกัน

กว่าเรื่องจะลงเอยได้ ก็วิ่งหนีกันเหนื่อยแหละค่ะ

และจบลงด้วยงานวันเกิดของจูดี้ที่ปรากฏว่ามีเพื่อนมาร่วมงานกันครึกครื้นโดยไม่มีเหตุผลดีๆ อธิบายเสียด้วย

ดูจบแล้วก็ขอกลับไปประกาศจุดยืนที่บอกไว้ตั้งแต่เริ่มเขียนเรื่องนี้ คือ ไม่ชอบหนังประเภทนี้เลยแหละค่ะ ถ้าไม่มีแง่มุมอะไรใหม่ๆ จะพูดอีกแล้ว

นอกจากแค่ความบันเทิงผิวเผินชั่วครู่ชั่วยามอันเนื่องมาจากความหวาดเสียวและการลุ้นระทึกใจคอตุ๊มๆ ต้อมๆ จากความกลัวในสิ่งที่มองไม่เห็นตัว…

บทความก่อนหน้านี้ชัยเกษม ฉะ! ผบ.ทบ. อย่ายุ่งการเมืองเอาใจนาย ไม่เชื่อน้ำคำ “ไม่รัฐประหาร”
บทความถัดไปเชิงบันไดทำเนียบ : ‘บิ๊กตู่’ ปาดเหงื่อปม ‘ถวายสัตย์ฯ’ – ชะตา ‘บิ๊กป้อม’ ในวัน ‘ถูกตัดปีก’