สนทนา “โชเล่ย์ ดอกกระโดน” จากอดีต “ตลกดัง” สู่ “ยูทูบเบอร์-คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ดาวรุ่ง

หลายคนเคยบอกว่า “โซเชียลมีเดีย” คือโลกที่สามารถเปลี่ยนชีวิตคนได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแค่มีความสามารถในแต่ละเรื่องและกล้าที่จะผลิตคอนเทนต์ออกมา ก็สามารถทำให้คนผู้นั้นมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ สร้างเนื้อสร้างตัวมานักต่อนัก

เช่นเดียวกับ “นิรัญ ช้างกลาง” หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “โชเล่ย์ ดอกกระโดน” อดีตตลกดังผู้มีสำเนียงเป็นเอกลักษณ์ ที่จู่ๆ ลาออกจากวงการไปและพยายามกลับเข้ามาในแวดวงตลกหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

วันนี้ เขากลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง ไม่ใช่ในบทบาทการแสดงตลก แต่ในฐานะ “ยูทูบเบอร์-คอนเทนต์ครีเอเตอร์” ดาวรุ่งบนโลกโซเชียล

โชเล่ย์สร้างตัวตนใหม่ในฐานะผู้นำเสนอรายการเกี่ยวกับอาหาร โดยใช้ชื่อว่า “อาหารใต้สไตล์โชเล่ย์” ผ่านเพจเฟซบุ๊กและช่องยูทูบ “โชเล่ย์ ดอกกระโดน”

เป็นการนำเสนอวิธีทำอาหารใต้แบบบ้านๆ บางครั้งก็นำเสนอวิถีการกินอาหารของตัวเขาเอง ถ้าอธิบายให้เห็นภาพมากขึ้น ก็แทบจะไม่ต่างจากการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเรา ว่าวันนี้เราทำอะไรกิน และกินอย่างไร

เพียงแต่โชเล่ย์นำวิถีชีวิตเหล่านี้มาถ่ายทอดในโลกโซเชียลผ่านการทำวิดีโอให้ทุกคนชม ด้วยเอกลักษณ์การพูดกลางติด “ทองแดง” สอดแทรกภาษาใต้ แถมยังมีประโยคที่ฟังแล้วติดหู พร้อมแนะนำการรับประทานอาหารให้ถูกสุขลักษณะและหลักอนามัย

ทำให้มีคนเข้าไปติดตามทั้งเฟซบุ๊กและยูทูบของเขากว่าหนึ่งแสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

“ผมก็เหมือนเซเว่นแหละ เซเว่นหิวเมื่อไหร่ก็ไปเซเว่นใช่ไหม ผมก็เหมือนกัน หิวตรงไหนก็กินตรงนั้น อาหารใต้สไตล์โชเล่ย์คือบางทีเขา (คนอื่น) อาจจะทำอย่าง (วิธี) อื่นใช่ไหม แต่เราไม่รู้ไง

“อย่างบางคนบอกว่าทำไมโชเล่ย์ต้องใส่เกลือ ไม่ใส่น้ำปลา นี่บอกเลยว่าเมื่อก่อนบ้านเราเขาจะกินเกลือนะ ตอนนั้นน้ำปลาเป็นสิ่งใหม่ มีน้ำปลาออกมาครั้งแรก เป็นน้ำปลายี่ห้ออะไรจำไม่ได้ พอแม่ซื้อมาพ่อไล่แม่เอาไปคืนเลย เพราะน้ำปลามันจะแพงกว่าเกลือ”

“สมมุติว่าซื้อเกลือ 1 สลึง น้ำปลาต้อง 2 สลึงแล้ว พ่อบอกมันไม่จำเป็น มันเค็มเหมือนกัน ก็เอาน้ำปลาไปคืน ก็กินเกลือ ก็เลยติด ปรุงกับข้าวก็จะใช้เกลือ แต่ถ้าบางอย่าง อย่างพวกยำเนี่ยก็จำเป็นต้องใช้น้ำปลาใช่ไหม ก็ใส่น้ำปลานะเวลาทำ” โชเล่ย์เล่า

วิธีการทำอาหารของโชเล่ย์อาจมีความแตกต่างจากผู้อื่น หากมีคนมาค้านว่าการทำอาหารใต้ชนิดนั้นๆ ไม่ใช่แบบดั้งเดิม เขาก็พร้อมจะตอบว่าตัวเองทำอาหารไม่เป็น วิชาการทำอาหารที่ได้มาล้วนเกิดจากกระบวนการครูพักลักจำ ซึ่งซึมซับจากแม่ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก

ดังเช่นประโยคที่ทุกคนติดหูจากคลิปรายการว่า “อันดับแรก จำไว้นะครับหนูๆ น้องๆ ก่อนจะกินอาหารทุกครั้งต้องล้างมือให้สะอาด แล้วก็เช็ดให้แห้ง จำไว้นะครับ เด็กดีๆ” เขาก็ได้รับอิทธิพลมาจากแม่ ขณะตั้งวงกินข้าว จนกลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้ติดตาม

โชเล่ย์เล่าถึงที่มาของการทำเพจเฟซบุ๊กและสร้างช่องในยูทูบว่า มันไม่ได้เกิดจากตัวเขา ช่องเหล่านี้เกิดขึ้นจากลูกและแฟนคลับ ซึ่งก่อตั้งไว้สำหรับสนทนากันให้หายคิดถึง จนในที่สุด เขาเองก็เริ่มหันมาสนใจใช้โลกโซเชียลในการสร้างอาชีพ

“เล่น (โซเชียล) ไม่เป็นเลย ทุกอย่างที่เขาตอบกันไปตอบกันมาคือคนอื่นทั้งนั้น ผมยังดูไม่เป็นเลย จนวันหนึ่งไปงานบุญที่นครศรีฯ แล้วไปตักแกงที่หม้อข้าวหม้อแกงอะ แล้วมีเพลงของงานมาเป็นเพลงอินเดีย ผมก็ร้องเพลงอินเดียแล้วเต้นๆ แล้วลูกเอาคลิปนั้นมาลง ปรากฏว่าคนดูล้านกว่าวิว”

“ลูกก็บอกว่าเนี่ย ถ้าเป็นสมัยนี้เป็นเน็ตไอดอลแล้วนะพ่อ ก็เลยสนใจตรงนั้นว่าถ้าเป็นเน็ตไอดอลแล้วเป็นไงหรอลูก? เขาบอกว่าถ้าเป็นเน็ตไอดอลก็จะมีงานไง จะมีงานแล้วคนเขาจะดู คนจะดูเราเยอะ แล้วสำคัญก็คือเราจะได้พูดคุยกับแฟนๆ จากคลิปอันนี้ที่ว่าล้านกว่าวิวเนี่ยแหละ ผมก็เลยมาฝึกเล่น”

โชเล่ย์ใช้เวลาสร้างตัวตนนานนับปี เขาเล่าว่าช่วง 7 เดือนแรกที่เปิดช่องยูทูบ มีผู้ติดตามแค่ 37 คนเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้อดีตดาวตลกดังย่อท้อ เพราะเขาไม่เคยคำนึงถึงยอดผู้ติดตาม ทุกอย่างที่ทำมาได้จนถึงทุกวันนี้คือทำด้วยใจที่ตั้งมั่นว่าจะสืบทอดอาหารพื้นบ้านของภาคใต้

“ผมไม่เคยคิดเลยนะว่า เฮ้ย! ทำไมคนมาติดตามเราน้อย ทำไมไม่ติดตามเราให้เยอะ ไม่คิดเลย คือถึงเวลาเราทำอาหารเราก็ทำเลย แล้วเรากินอย่างมีความสุขไง เราไม่ได้คิดถึงตัวยอดเงินตรงนี้นะ คิดแต่ว่าเราทำด้วยใจนะ”

“แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง อาหารใต้อย่างเป็นน้ำชุบไคร (น้ำพริก) เป็นแกงเคย เป็นเคยเจี้ยน อะไรที่มันบ้านๆ มากๆ นับวันมันจะหากินได้ยากมาก แล้วผมก็แบบ … เออถ้าเราทำและฟื้นฟูตรงนี้ ซึ่งมันเป็นอาหารพื้นบ้านที่เราเคยกินแล้วมันอร่อยมาก ถ้าปล่อยให้มันสูญหาย มันน่าเสียดาย”

คลิปการทำอาหารและกินอาหารของโชเล่ย์ได้รับความนิยมแทบทุกคลิป คอนเทนต์ในเฟซบุ๊กมียอดกดไลก์ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นครั้งต่อคลิป ยอดเข้าชมทั้งในเฟซบุ๊กและยูทูบไม่ต่ำกว่าหลักแสนวิว และมีหลายคลิปทะลุถึงหลักล้านวิว

บางคนเกิดคำถามว่าโปรดักชั่นการถ่ายทำของโชเล่ย์นั้นใช้แค่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว ถ้าเปรียบกับเหล่ายูทูบเบอร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ชั้นนำ ก็แทบจะเทียบกันไม่ได้ แต่ทำไมถึงมีคนถูกใจผลงานเขามากมายขนาดนี้

คำตอบของคำถามนี้อยู่ในโพสต์ของโชเล่ย์ทั้งหมด หลายคนบอกว่าชื่นชอบในความจริงใจของการนำเสนอและการไม่พยายามสร้างสถานการณ์ขึ้นมา หลายคนชื่นชอบเมนูอาหารนั้นๆ หลายคนชื่นชอบในความน่ารักและคำแนะนำให้รับประทานอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ

และหลายคนชื่นชอบในฐานะแฟนคลับ ซึ่งจะคอยสนับสนุนเขาตลอดไป

ทุกวันนี้โชเล่ย์รู้สึกดีใจมากที่มีคนคอยติดตามเขาเยอะขนาดนี้ และรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่สามารถหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้ แม้ตัวเองจะอายุ 62 ปีแล้วก็ตาม

คอนเทนต์ครีเอเตอร์วัยเกษียณบอกว่า ตนเองจะพยายามตอบแฟนคลับในทุกๆ คอมเมนต์ เพราะนั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาเดินทางมาถึงจุดนี้ได้

“เราดีใจมากนะ แต่ตอนนั้นเราไม่ได้คิดถึงตรงนี้ เราคิดถึงว่าเราทุ่มใจ เราทำด้วยใจดีกว่า แต่พอคนติดตาม ถามว่าดีใจไหม? ดีใจสิ ดีใจมากๆ เลย

“ถึงจะบอกว่าถ้าทุกคนคิดจะเป็นยูทูบเบอร์หรือว่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ของเฟซบุ๊กเนี่ย อย่าคิดว่าต้องให้มีคนติดตามเท่านี้ จะได้เงินเท่านี้ อย่าคิด ให้ทำเหมือนผมนี่ครับ ตั้งใจเอาหัวใจของตัวเองทำลงไป เขาจะติดตามเท่าไหร่อันนั้นอีกเรื่องหนึ่ง

“แต่ว่าเราเอาใจเรามาใส่ตรงนี้ ทำลงไปอย่าคิดถึงยอดเงิน ทำลงไปๆ เดี๋ยวใจของเราจะสื่อถึงใจผู้ชมเอง” โชเล่ย์กล่าวทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้ส.ส.พปชร.ใจป้ำ! ควักเงินแสน ให้คนชี้เบาะแส ผู้ลอบวางระเบิดศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
บทความถัดไปเรื่องสั้น | หนี้ที่ใช้ไม่หมด