การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ ยังไม่ทันได้ตั้งเสาใดใด

การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์[email protected]

เมื่อมีความสุข

ความทุกข์ก็เหมือนเสื้อผ้าเก่าเก่า

ถอดสลัดออกจากร่างเรา

ปล่อยทิ้งได้ไม่ไยดี

 

เพียงแต่ไม่นานวัน

บางสิ่งก็พลันแย้มคลี่

สัมภาระขยะมี

สุมท้นรกอกอีกแล้ว

 

ความรู้สึกอันพร่าไหว

ดังหยดน้ำใสเกาะข้างแก้ว

กลั่นสะอาดแต่ก็เป็นคราบแนว

จะเพริศแพร้วเพียงชั่วเวลา

 

ฉันจึงมากมีคำถาม

กับความรู้สึกสำนึกว่า

ห้วงขณะนี้ที่ลืมตา

อีกหลายเวลาก็มืดบอดอยู่ดี...

 

ฉันพับกระดาษสมุดอย่างบรรจง ใส่ลงในซองจดหมาย แล้วค่อยใช้ปลายนิ้วลูบน้ำปิดผนึก อีกไม่นาน ก็จะพามันไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์

มีบทกวีมากมายอยู่ในสมุดปกอ่อน นับวันผ่านไป ฉันก็ใช้สมุดมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่า แม้จะเขียนจนแน่นเต็มบรรทัดทุกหน้า ก็ดังว่าในหัวและในใจยังมีอะไรอีกมากมายเหลือเกิน

นอกจากบทกวี ฉันก็เขียนจดหมายถึงเพียงบัว ทุกๆ วัน เราคุยกันเรื่องความใฝ่ฝัน เรื่องร้าน เรื่องบ้าน เรื่องที่แม้จะซ้ำซากอยู่อย่างนั้น ก็เป็นดั่งดนตรีกังวานในท่วงทำนองที่ไม่เคยเบื่อหน่าย

 

เพียงบัวคนดี,

วันนี้ฉันส่งบทกวีไปที่วัยหวานอีก 3 บทแน่ะ ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผ่านพิจารณาหรือเปล่า ผลงานของฉันไม่ค่อยมีความอ่อนหวานเหมือนคนอื่นๆ เสียด้วย

ฉันก็อยากจะลองเขียนกลอนที่มีความไพเราะ ถูกฉันทลักษณ์ และมีเนื้อหาหวานไหวอย่างของคนอื่นๆ เหมือนกันนะ แต่ว่า…ก็ไม่รู้จะเขียนอะไร

แต่หรือจะเพราะว่าสำหรับชีวิตของฉัน มันไม่ได้มีแค่สิ่งสวยงามชวนฝัน…จริงๆ นะเพียงบัว ฉันคิดอยู่แต่แบบนี้ และทุกทีเมื่อมองไปรอบๆ ฉันก็เห็นแต่สิ่งที่ชวนสะท้อนใจ และสิ่งที่ชวนให้ถกเถียงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

อย่างเช่น ฉันจะย่อให้เธอฟังเป็นข้อๆ ดังนี้

1 ฉันมีเพื่อนคนหนึ่ง ตอนเด็กๆ เขากินยาตาย และก่อนตายก็ยังถูกพ่อทำร้ายร่างกายอย่างน่าเจ็บปวด

2 ฉันมีเพื่อนอีกคนหนึ่ง ไปโดนไฟฟ้าดูดตาย เมื่อไปทำงานในโรงงานหลังจบชั้นปอหกออกมา

3 พี่ชายของเพื่อนฉันคนหนึ่ง ก็โดนไฟฟ้าดูดตาย ตอนไปทำงานที่กรุงเทพฯ

4 เพื่อนของฉันอีกคนหนึ่ง พิการจากการถูกญาติผู้ใหญ่ทำร้าย ต่อมาก็ไปติดคุก

5 ญาติของฉันอีกคนหนึ่ง ถูกญาติผู้ใหญ่ทำมิดีมิร้ายในบ้านตัวเอง

6 เพื่อนของฉันอีกคนหนึ่ง ถูกผู้ใหญ่ล้วงจับนมทุกวันตอนเดินไปโรงเรียน

7 คนในหมู่บ้านแขวนคอตายตั้งหลายคน เพราะเป็นหนี้เป็นสินมากเกินไป

8 คนในหมู่บ้านสิ้นเนื้อประดาตัวกันหลายคน เพราะการลงทุนส่งลูกไปเรียนหนังสือ

9 คนในหมู่บ้านต่อยตีทะเลาะวิวาทกันอยู่บ่อยๆ เรื่องเพียงเล็กน้อยก็แทบจะฆ่ากันตาย

10 คนในหมู่บ้านด่ากัน นินทากัน เหยียดหยามกัน ดูถูกดูหมิ่นกัน ทั้งซึ่งหน้าและลับหลัง

11 เพื่อนของฉันหลายคนออกจากโรงเรียนมาก็เอาผัวเอาเมียทันที

12 เพื่อนของฉันหลายคนออกจากโรงเรียนมาก็ไปขายตัวที่เมืองใต้

13 เพื่อนของฉันบางคนต้องไปบีบเอาเลือดออก เพราะท้องโดยไม่ต้องการ

14 เพื่อนของฉันบางคนไปโดนข่มเหงทารุณจนกลับมากลายเป็นผีบ้า

15 ในหมู่บ้านของฉันมีทั้งผีบ้าแต่เกิด คนที่เพิ่งมาเป็นผีบ้า และคนที่กำลังจะกลายเป็นผีบ้า (ชาวบ้านพูดกัน)

16 ในหมู่บ้านของฉันมีคนยากจนอยู่เต็มไปหมด มีคนรวยไม่มากเท่าไหร่ แต่คนที่รวยแล้วก็มักจะรวยยิ่งๆ ขึ้นไป ส่วนคนที่จน ก็จะจนลงเรื่อยๆ ทุกวัน

17 คติสอนใจสำหรับที่นี่ เราเป็นคนจน เราต้องอดทน เราต้องเจียมตัว

18 คติสอนใจอีกข้อ อย่ากำแหงเผยอหน้า เวลาที่ไม่มีศักดิ์ศรีอะไรสักอย่าง

19 คติสอนใจอีกข้อ คำว่าศักดิ์ศรี อยู่ที่สตางค์ใบแดง

20 คติสอนใจอีกข้อ อย่าทำตัวเลียนแบบเจ้าแบบนาย

21 คติสอนใจอีกข้อ เป็นผู้หญิงให้ทำตัวสมกับความเป็นผู้หญิงเอาไว้

22 คติสอนใจอีกข้อ เป็นผู้หญิงไม่พอ ต้องเป็นกุลสตรี และเป็นสุภาพสตรีด้วย

23 มีคนพูดกันเสมอว่า ผู้ชายนั้นเป็นเทวดามาเกิด แค่พอไปบวช ก็สร้างบุญกุศลให้พ่อแม่พี่น้องได้ทันที

24 มีคนพูดกันเสมอว่า เราเป็นผู้หญิง อยากเจริญก้าวหน้า ต้องเชื่อฟังคำสั่งของเหล่าผู้ชาย

25 มีคนพูดกันเสมอว่า ถ้าอยากมีชีวิตเจริญรุ่งเรือง ต้องนับถือพระ พ่อ และผัว ให้มากๆ

26 มีคนพูดกันเสมอว่า ถ้าอยากมีชีวิตปลอดภัยและมีความสุข ต้องรีบมีผัวเสีย

27 มีคนพูดกันเสมอว่า ถ้าอยากมัดใจผัวเอาไว้ดีๆ ต้องมีความขยัน เก่งการบ้านการเรือน แต่งตัวให้สมหน้าตา และมีลูกหลายๆ คน

28 มีคนพูดกันเสมอว่า ถ้าอยากจะมีชีวิตที่ดีจริง ต้องเป็นเจ้าคนนายคน…ฯลฯ

 

คนเดินทางคะ

ฉันอ่านจดหมายของเธอแล้วล่ะ…อืมม์ๆ บทย่อพวกนั้น มันเป็นชีวิตที่โน่นหรือ ฉันยังไม่เคยเจอเรื่องราวแบบที่เธอเจอมาก่อนเลย มันฟังดูแย่มากๆ

เธออายุเท่าฉันจริงหรือนี่! มิน่า เธออยู่ในสังคมแบบนั้น ทำให้เธอถึงเป็นคนคิดมาก-มากมาย

ให้ตายเถอะโรบิ้น เรามีความฝันกับสังคมที่จะเปลี่ยนแปลง แต่พออ่านจดหมายของเธอหลายๆ ฉบับ ก็ชักไม่รู้ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้แค่ไหน

แต่เอาเถอะน่า ฉันขอส่งอ้อมกอดมาให้เธอก็แล้วกันนะ เพื่อให้เป็นกำลังใจ ไม่ว่าโลกนี้จะร้ายดียังไง ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ

 

เพียงบัว ที่รักของฉัน

อ้อมกอดของเธออุ่นมากๆ เลย มันทำให้ฉันอดจินตนาการไม่ได้ว่า ถ้าเราได้พบกัน…มันจะดีสักแค่ไหน…

ฉันอยากจะวาดภาพนี้เอาไว้…

เรานั่งด้วยกันที่กระท่อมดอกไม้ ฉันจะให้เธอพิงไหล่ แล้วโอบรอบตัวเธอ ตอนที่บนท้องฟ้ามีดวงดาวนับหมื่นแสนล้านดวง เราจะนั่งมองดาวด้วยกัน ดอกไม้ที่เราปลูกไว้จะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ มาในอากาศ ท่ามกลางความมืดสลัว เราจะไม่มีความเหงาอีกเลย

แล้วจากนั้น ฉันจะท่องบทกวีให้เธอฟัง ฉันจำบทกวีได้เกือบทุกบทที่เขียนไว้ แล้วก็จะให้เธอท่องบทกวีที่เขียน หรือบทที่เธอชอบให้ฉันฟังบ้าง

 

เราจะอ่านบทกวีให้กันฟัง

ท่ามกลางความมืดที่รินไหล

ดวงดาวสีขาวจะแตกใบ

กลายเป็นดอกไม้ผลินับร้อยพัน

 

ชีวิตต่อจากนี้

ทุกย่างก้าวของเธอจะมีฉัน

มั่นคงในผูกพัน

เชือกแน่นเหนียวเส้นนั้นฉันผูกไว้

 

ด้วยใจฝาก

ใช่แค่เพียงลมปากจะเป่าให้

ด้วยชีวิตด้วยจิตใจ

จะรักษาเธอไว้เยี่ยงชีวิต

 

หากเราอยู่ในอ้อมกอดกัน

ทุกราตรีกาลฉันคงจะหลับสนิท

ต่อให้ค่ำคืนจะมืดมิด

เราจะต้องได้พบรุ่งอรุณ

 

ฉันเขียนจดหมายถึงเพียงบัวหลายสิบฉบับ เรารับและส่งจดหมายถึงกันและกัน วาดฝันต่างๆ นานา เกี่ยวกับชีวิตในอุดมคติของเรา

หนังสือที่เพียงบัวส่งมาให้ ทำให้ฉันค่อยๆ รู้จักคำใหญ่คำโตอีกหลายคำ หนังสืออีกหลายต่อหลายเล่ม นำทางฉันไปสู่โค้งขอบฟ้า จากวรรณกรรมไทย ฉันยังได้อ่านวรรณกรรมแปล ได้รู้จักหลุยส์ ลามูร์, จอห์น สไตน์เบ็ค, วินเซ็นต์ แวนโก๊ะ, ฟีโอดอร์ ดอสโตเยฟสกี้, ตอยสตอย, แม็กซิม กอร์กี้, แซ็งแต็กซูเปรี, คาฟก้า, กามูส์, หลู่ซิ่น ฯลฯ

เพียงบัวช่างเป็นคนน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก หาหนังสือส่งมาได้เรื่อยๆ ทุกสัปดาห์ เพียงบัวบอกว่า มีหลายเล่มซื้อไว้ยังไม่ได้อ่าน บางเล่มมีคนส่งมาให้ บางเล่มก็ไปเสาะหามา และบางเล่มก็ซื้อมาจากแผงแบกะดิน และถึงแม้ว่าจะคุ้นเคยกับการได้รับกล่องพัสดุ ฉันยังใจเต้นแรงเสมอเมื่อบุรุษไปรษณีย์ขี่รถเข้ามา

เราอายุราวๆ 16 ปี ตอนที่วาดหวังร่วมกัน และฉันรู้ดีว่าตัวเองเหมือนกระดาษเปรอะเปื้อนขี้ฝุ่นขี้โคลนอยู่ตลอดเวลา ทว่าเพียงบัวเหมือนนางฟ้านางสวรรค์…นับจากนางฟ้าระรินคนนั้น ก็มีเพียงเธอเท่านี้ ฉันคิดจริงๆ ว่า เราจะได้อยู่ด้วยกัน เราจะได้ทำตามสิ่งที่ใฝ่ฝัน แต่ก็นั่นเอง ทุกครั้งที่เริ่มต้นมีความหวัง ทุกครั้งที่เริ่มต้นจะไปตามความใฝ่ฝัน มันก็มักจะมีคมหอกคมดาบรออยู่

ยายร่อยเต้นเข้าประตูบ้านมาในวันหนึ่ง บอกว่ามีเรื่องใหญ่โตนักหนา และที่ดินของยายซึ่งอยู่ติดถนนด้านหน้า จำเป็นจะต้องเอาแบ่งขายไป

พวกเขาจะขายที่ดินของฉันไป…ด้วยเหตุผลมากมายร้อยพัน ซึ่งนั่นหมายถึง…กระท่อมในฝันของฉัน จะปราศจากผืนดินรองรับมัน…ยังไม่ทันได้ตั้งเสาใดใด ก็ให้ต้องปราศจาก…

บทความก่อนหน้านี้ความท้าทายรัฐบาลประยุทธ์ 2 กับความไว้วางใจมวลชนต่อทหาร ที่ชายแดนใต้
บทความถัดไป‘สนธิรัตน์’แจงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปชช.ปลื้มเรตติ้งพุ่ง โต้เอื้อประโยชน์เจ้าสัว