การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ ฉันได้พบแล้ว

การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์[email protected]

เพียงบัว

ฉันจบจดหมายฉบับก่อนหน้าถึงเธอ แต่ทว่าในใจกลับเหมือนยังไม่จบ

แล้วรู้อะไรไหม ฉันพบอะไรหลังจากนั้น…ฉันพบตัวเอง…ฉันพบตัวเองที่ไหน…มันคือข้างตลิ่งน้ำ บนไหล่ฝาย ที่ที่มีกอไผ่ใหญ่อยู่กอหนึ่ง แผ่กิ่งและใบปกคลุมอยู่เหนือสายน้ำ

ฉันพบตัวเองที่นั่น ในค่ำคืนอันเงียบสงัด เวลาที่ใครๆ ในหมู่บ้านล้วนแต่หลับใหล ฉันแน่ใจ…ว่าคนส่วนมากกำลังหลับใหล รวมถึงพ่อแม่และพี่น้องของฉัน คงจะมีไม่กี่คนที่อาจตื่นอยู่

บางคนที่มีเรื่องร้อนรุ่มกลุ้มใจ…บางคนที่มีเรื่องเศร้าเสียใจ…บางคนที่กังวลกับเช้าวันใหม่…บางคนที่อาจจะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มา…

…เหมือนฉัน

เพียงบัวที่รัก, จู่ๆ ฉันก็เกิดบางความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นมา เมื่อเขียนจดหมายถึงเธอฉบับล่าสุด มีหลายอย่างผุดขึ้นมาในความคิดของฉัน

มันมีความสับสนปนเป มันทำให้ฉันคิดถึงอะไรมากมายที่ผ่านไปก่อนหน้า ใบหน้ามากมายที่ผ่านไปดุจดั่งความฝัน และชีวิตของตัวฉันในปัจจุบันนี้ ขณะนี้

ฉันอาจจะตื่นด้วยสิ่งที่รบกวนใจเหล่านั้น หรือฉันอาจจะยังหลับฝันอยู่ บางที…ฉันก็ไม่แน่ใจ แต่เธอรู้ไหม เมื่อฉันรู้สึกตัวอีกครั้ง และพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนตลิ่งปูนบนไหล่ฝาย…มันคือฝายส่งน้ำที่เคยมีหลักไม้ไผ่ร้อยๆ เล่ม แต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนเป็นฝายปูนไปหมดแล้ว แต่กระนั้น สายน้ำยังส่งเสียงอยู่ซัดซ่า และฉันก็ตระหนักขึ้นมาว่า มีแต่ความเงียบเท่านั้นที่จะรับฟังฉันได้อย่างแท้จริง

ฉันที่นั่งอยู่ในเงามืดเพียงลำพังอย่างนั้น คือฉันที่แท้…ผู้ที่แค่บังเอิญโชคร้าย เกิดมาในโลกใบนี้ เช่นเดียวกับเธอ

 

เพียงบัวที่รัก

เธอเคยนึกสงสัยบ้างไหม ชีวิตคนเราอยู่ไปเพื่ออะไร เราเกิดมาในสภาพเด็กทารก เรียนรู้จะกิน นอน อ่านเขียน แล้วก็เติบใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ…เราโตขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของเราขยายใหญ่ มีนม มีขน มีกล้ามเนื้อเส้นเอ็น เลือดของเราไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แต่มนุษย์ทุกๆ คนก็มีหัวใจและสมองที่แตกต่าง

คำถามของฉันก็คือ พวกเราอยู่ไปเพื่ออะไร เรากินแล้วก็นอน ตื่นมาเพื่อจะทำมาหากิน เรามีความสุขเมื่อได้กินของอร่อย ได้หลับสนิทโดยแทบไม่ฝัน ไม่เจ็บปวดในร่างกาย ไม่เหนื่อยล้าจนขาสั่น แล้วเราก็มีความทุกข์เมื่อถูกบีบคั้นจากสิ่งต่างๆ สารพัน เราเสียใจทั้งกับสิ่งที่เราไม่ได้รับ กับสิ่งที่เราถูกพรากไป

เรายังต้องเสียใจกับความคาดหวังลมๆ แล้งๆ มากมาย เราเสียใจกับผู้คนที่ทำไม่ดีกับเรา และเราก็เสียใจอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยามที่เรามีความหวังแล้วก็ผิดหวังอีก

ตลอดชีวิตที่อยู่มาของฉัน ให้ตายเถอะนะ ฉันคิดอยู่บ่อยๆ คิดอยู่หลายครั้งคราว ก็เหมือนมีเพียงเรื่องเดิมๆ ซ้ำซากอยู่ในความสงสัย

เราเกิดมาทำไม เราเกิดมาเพื่ออะไร เราอยู่ไปกันเพื่ออะไร เพื่อจะแก่ตายไป หรือตายเร็วก่อนเวลา? เหมือนผู้คนมากมายที่พลัดหายตายจาก

เหมือนยายของฉัน เหมือนทวดของฉัน ผู้คนอีกจำนวนมากที่ผ่านเลยไปเหมือนใบไม้ร่วง

เพียงบัว…ในบางครั้ง อย่างเช่นในค่ำคืนนี้ ฉันก็อดถามไม่ได้จริงๆ ว่า แล้วถ้าเราได้อยู่ด้วยกัน เรามุ่งมั่นจะทำมาหากิน มันจะเพื่อให้เราเหมือนคนอื่นๆ หรือไม่…หมายถึงว่า มันก็จะเหมือนชีวิตปกติทั่วไปอีกหรือไม่

เราทำทุกอย่างก็แค่ให้เราดำเนินชีวิตไป ทุกข์น้อยที่สุด เจ็บปวดน้อยที่สุด ผิดหวังให้น้อยที่สุด มันคือแค่นั้นหรือเปล่าที่ชีวิตของเราต้องการ

 

เพียงบัว

ฉันอ่านหนังสือมากมายที่เธอส่งมาให้ มีอีกมากมายหลายเล่มที่จับใจฉัน ส่วนมากฉันชอบหนังสือที่พูดถึงความใฝ่ฝัน อิสระ และการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ทว่า ก็มีหนังสืออีกจำนวนมากที่บอกถึงความพ่ายแพ้อย่างน่าสิ้นหวัง

ฉันได้อ่านเรื่องราวของท่านจิตร ภูมิศักดิ์ ในฉบับเต็มแล้ว นั่นก็คือผู้พ่ายแพ้ใช่หรือไม่ เรื่องราวของนายโกมล คีมทอง นั่นอีก กับเรื่องของนักศึกษาในยุค 6 ตุลา และ 14 ตุลา

ฉันอ่านเรื่องของนักเขียนที่ชื่อเสกสรรค์ ประเสริฐกุล, ประเสริฐ จันดำ, สุรชัย จันทิมาธร, ฟอน ฝ้าฟาง, แสงดาว ศรัทธามั่น, พนม นันทพฤกษ์, วัฒน์ วรรลยางกูร…ฯลฯ ฉันล้วนแต่พบว่า ชีวิตมีแต่ความทุกข์ยาก แล้วโดยมากก็เพื่อจะปราชัย

ฉันจึงสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง แล้วถ้าเรามีความมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกกันใหม่ เราจะทำได้แค่ไหนกันหรือ เพียงจุลสารฉบับเล็กๆ ที่ฉันทำ สวนไร่ในความฝันของเรา ร้านและบ้านดอกไม้ของเรา ร้านหนังสือที่ขายกาแฟของเรา ดนตรีในจินตนาการของเรา มันจะก่อเกิดไปเพื่ออะไรในท้ายที่สุด

เพียงบัว…จริงอยู่ ที่ฉันพูดถึงว่า ขอเพียงให้เราได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน ได้อยู่เคียงข้าง นอนหลับเคียงหมอน กินข้าวร่วมโตก อ่านเขียนหนังสือด้วยกัน

แต่ปลายทางของชีวิตเหล่านั้นเพื่อสิ่งใด?

 

คนเดินทางคะ

ฉันอ่านจดหมายของเธอแล้วนะ อ่านซ้ำตั้งหลายรอบแน่ะ เธอช่างเป็นคนอ่อนไหวเสียจริง มากกว่าฉันเสียอีก ฉันยอมรับว่าไม่มีความคิดลึกซึ้งเท่าเธอ เมื่อฉันคิดถึงความฝันของเรา มันก็คือสิ่งที่สวยงาม…เท่านั้นเอง

ฉันอาจจะไม่เข้าใจเธอทั้งหมดทุกอย่าง เพราะฉันคงมีประสบการณ์ชีวิตน้อยกว่าเธอ โลกของฉันอยู่ในร้านของป้ากับลุง บ้าน โรงเรียน แล้วก็ตลาดรอบๆ บ้าน

มีบางวันที่ฉันเข้ากรุงเทพฯ ไปพบกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่แสนดี แต่ก็มีความสนุกสนานเสียเป็นส่วนใหญ่ แน่ละฉันเหงา แต่พอคิดถึงเธอฉันก็มีความสุขแล้วไง

คนเดินทางจ๋า ฉันคิดว่าตัวเองเป็นคนคิดมากแล้วนะ เธอกลับคิดมากๆๆๆๆ มากกว่าฉันเสียอีก พี่ชายที่รักของฉันคนหนึ่งเธอชอบบอกว่า อย่าเป็นคนคิดมากเดี๋ยวจะแก่เร็ว

เอ๊ะๆ ! ฉันรู้แล้วล่ะ เธอแก่กว่าใครๆ ที่เขียนบทกวีลงในวัยหวาน เพราะเธอคิดมากจริงๆ ไง ฮ่าๆๆ

คนเดินทางคนดี เธออย่าคิดมากเลยนะ มันไม่เห็นเป็นไรเลยถ้าความฝันของเรามันจะมีปลายทางยังไง สารภาพตามตรงว่าฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันจะเป็นยังไง และเราสองคนอาจจะทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่างก็ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรนี่นา ถ้าเรายังอยู่ด้วยกัน

มีอย่างนึงที่ฉันอยากให้เธอมั่นใจ คือฉันมีความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวเธอม้ากมาก ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนมีพลังในตัวเอง เธอจะต้องทำเรื่องดีๆ ได้อีกมากมาย

ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันเชื่อ แต่เพราะเราเชื่อเราจึงมีอยู่ (ใครไม่รู้เขียนไว้ ฉันจำมาเหมือนกัน ฮิๆ) เอาเป็นว่า ฉันเชื่อว่าเธอจะมีความสุขเมื่อเราได้อยู่ด้วยกัน เพราะแค่เขียนจดหมายถึงเธอฉันก็มีความสุขแล้วแน่ะ

ว่าแต่ว่า…บางครั้งฉันก็เหงานะแหละ เฮ้อ หรือว่าฉันไม่ใช่คนคิดมาก แต่ฉันเป็นคนแปรปรวน คุ้มดีคุ้มร้าย เธอกลัวมั้ยๆๆ ฉันว่าเธอน่าจะห่วงเรื่องอารมณ์ฉันมากกว่า ถ้าฉันรู้สึกเหงาขึ้นมาก็พร้อมจะปิดประตูอยู่ในโลกของฉันเหมือนกัน

เอ…ฉันตั้งใจว่าจะตอบจดหมายเธอให้หายสับสน แต่ก็เขียนอะไรสับสนแทน คนเดินทางคะ อย่าคิดมากไปเลยนะ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป ฉันคิดได้เท่านี้แหละ แล้วเราจะได้พบกันนะคะ

ฉันจะเตรียมแพ็คหนังสือลงกล่องอีก จะทยอยส่งไปให้ เสื้อผ้าของฉันด้วย จะค่อยๆ ส่งไป แล้วถ้าเราทำกระท่อมของเราเสร็จ ก็จะได้เลี้ยงฉลองกัน

ฉันจะหาเทียนหอมไปนะคะ เทียนหอมๆ จุดในเวลากลางคืนที่ฟ้ามีดาวสวยๆ ยิปปี้! มันจะต้องดีแน่เลย แล้วฉันจะให้เธอสอนวิธีปลูกถั่ว ปลูกผัก ฉันยังไม่เคยปลูกอะไรเลยสักอย่าง แต่ฉันจะต้องทำได้แหละถ้าเธอสอนฉัน

 

เพียงบัวที่น่ารัก

จดหมายจากเธอ ทำให้ฉันยิ้มออกมาจนได้ และความรู้สึกของฉันก็เปลี่ยนไปจากคืนที่ไปนั่งบนไหล่ฝายแล้วล่ะ แปลกดีเหมือนกันนะ เราก็คือคนคนเดิม ทุกอย่างก็เหมือนเดิม แต่ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้

ฉันเขียนกลอนมาให้เธอบทหนึ่งนะ สำหรับฉบับนี้

ขอบคุณที่รักฉัน และมอบความเชื่อมั่นให้

ขอบคุณที่ให้หัวใจ ทำให้ฉันยิ่งคิดถึงและผูกพัน

ความรู้สึกที่มีต่อกัน

จะไม่มีวันจากจาง

 

ฉันโดดเดี่ยวมานานเหลือเกิน

คิดอยู่ตลอดว่าคงจะไม่มีใครเคียงข้าง

ชีวิตที่ผ่านมาหลายครั้ง ระหว่างทาง

ฉันก้าวย่างโดยไม่เคยมั่นใจ

 

ลึกลึกแล้วฉันกลัว

ว่ามีแสงสลัวคอยทับห่มให้

แสงตะวันช่างอยู่แสนไกล

ซ้ำมีใครต่อใครคอยเก็บกักมัน

 

ขอบคุณมากนะคนดี

ขอบคุณที่มาสู่ชีวิตฉัน

ขอบคุณที่ได้พบ ได้รู้จัก ได้รักกัน

ต่อให้ตายวันตายพรุ่งหรือตายตอนนี้

ฉันก็มีความสุขแล้ว

ฉันได้พบแล้ว…ว่าความสุขมีอยู่จริง

บทความก่อนหน้านี้“สุริยะ”เข้าทำงานก.อุตวันแรก นำพระมาเอง ขอ100วันเห็นผลงานแน่นอน
บทความถัดไป“หญิงหน่อย” ปลอบใจ “ประยุทธ์” อย่ากลัวฝ่ายค้านอภิปรายวันแถลงนโยบายรัฐบาล