เด่น คนละแบบ โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่ 12 / สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

——————-

เด่น คนละแบบ

——————–

นอกจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และน.ส.พรรณิการ์ วานิช จะซาบซึ้ง คำโบราณที่ว่า

“ไม่มีใคร อยากเห็น เราเด่นเกิน” แล้ว

ผู้ที่น่าจะซาบซึ้งตามมาติดๆ ก็คงไม่พ้น

ร.อ.ธรรมนัส พงศ์เผ่า ที่นาทีนี้โดดเด่นยิ่ง

โดยเฉพาะใน คณะรัฐมนตรี ประยุทธ์ 2 /1 นั้น คงไม่มีใครเกิน

นี่ไม่ได้ว่าเอง

อ่านคำให้สัมภาษณ์ของ ร.อ.ธรรมนัส ก็บ่งบอกเช่นนั้น

ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ตอนนี้มีคนต้องการล้มท่าน

“…ผมรู้หมดแล้วว่า ใครอยู่เบื้องหลังความพยายามที่จะล้มผมให้ได้

เพราะสื่อมวลชนเองก็ทราบดีว่า ผมเป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาล

โดยมีบทบาทในการขับเคลื่อนและประสานงาน

ซึ่งหากล้มผมได้ รัฐบาลก็สั่นคลอน เพราะหลายเรื่องที่ได้ประสานงานไว้นั้นถือเป็นความลับที่ผมรู้เพียงคนเดียว

เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจของรัฐบาล

จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม ผมรู้หมดว่าใครอยู่เบื้องหลัง… ”

อ่านคำให้สัมภาษณ์แล้ว ร.อ.ธรรมนัส “โดดเด่น”ยิ่งจริงไหมเล่า

ทั้งเป็น หลักในการจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งเป็น ผู้มีบทบาทในการขับเคลื่อนและประสานงาน

ทั้งเป็น เส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจของรัฐบาล

จึงไม่แปลกที่จะต้อง ถูกรุมถล่ม

ที่ไม่ใช่ร.อ.ธรรมนัส เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ

รัฐบาลสั่นคลอนเอาเลยทีเดียว

แต่กระนั้น ร.อ.ธรรมนัส ดูจะดีกว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และน.ส.พรรณิการ์ วานิช หลายช่วงตัวนัก

คือถึงร.อ.ธรรมนัสจะโดดเด่น แต่ ก็ไม่เจอ วิชา”ใต้คีย์บอร์ด” อย่างที่นายธนาธร และน.ส.พรรณิการ์โดน

มีการทำลายทั้งสองคนถึงขั้น สร้างนิยายอีโรติเข้าสาดใส่ โดยมีฉาก “ยุโรป”เสริมให้โรแมนติค

ที่ใครไม่เคยเป็นตัวละครเอก คงไม่รู้ว่าจะเจ็บแสบแค่ไหน

เท่านั้น ยังไม่พอ ยังมีการปลุกกันในโลกโซเชียล ให้กระทำต่อกัน แบบ #ดักตบอีช่อ สะท้อนภาวะเกลียดถึงคลั่ง

ซึ่งตรงนี้ ถึงได้บอกว่า ร.อ.ธรรมนัส ดีกว่าเยอะ

เพราะใครคนไหนจะกล้าถึงขั้น ติด #ดักชกไอ้นัส หือ…

ให้รู้เสียบ้าง ว่า ไผ เป็น ไผ

ดังนั้น แฟนๆของ ร.อ.ธรรมนัส จึงไม่ต้องห่วงใย อย่างที่บอก เมื่อ เทียบ กับ “ธนาธร-พรรณิการ์”แล้ว คนละชั้น

ฝ่ายหลัง นายธนาธร ยังไม่รู้ว่าจะได้ เก้าอี้ส.ส.กลับคืน หรือเปล่า ส่วนน.ส.พรรณิการ์ ไม่รู้จะต้องตกเป็นผูัต้องหาคดี112หรือไม่

อนาคต มืดมนเต็มที

ต่างจากร.อ.มนัสธรรม แม้จะ “แบกอดีต”อันโชกโชนและหนักหนา มาอย่างไร

แต่ในวันนี้ได้โอกาสเปิดกว้าง สามารถพูดได้ อย่างเต็มปากเต็มคำ

“คนเรานั้น อยากถามว่า สามารถทำอดีตให้เป็นปัจจุบันได้หรือไม่ แต่สิ่งที่จะพิสูจน์คือ ในอนาคตผมจะทำอะไรให้แผ่นดินบ้าง ไม่ใช่เอะอะก็กล่าวหากันว่า มาเฟีย นักเลง คนใจนักเลงอย่างผม ลองให้ได้ทำงานดูก่อน”

สำหรับร.อ.มนัสธรรม กำลังได้โอกาส กับ “อนาคตใหม่”

ส่วน”ธนาธร-พรรณิการ์”แม้จะประกาศตัวเป็นอนาคตใหม่

แต่ก็ดูเหมือนจะถูกริบ”โอกาส”นั้นให้น้อยลงทุกที

ถูกทิ้งให้จมดิ่งในอดีตฐาน เด่นเกินไปนัก!

———————-

บทความก่อนหน้านี้เดินตามดาว 15-21 กรกฎาคม : โดย ปุสาคโม
บทความถัดไปวางบิล/เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ ย้อนอดีตก่อน ‘ต้อนรับกลับบ้าน’