ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/เบนซ์ ‘AMG C 63 S Coupe’ กับ2ปิกอัพ ‘โคโลราโด-ไทรทัน’

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต [email protected]

เบนซ์ ‘AMG C 63 S Coupe’

กับ 2 ปิกอัพ ‘โคโลราโด-ไทรทัน’

 

ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตลาดรถเมืองไทยคึกคักมากขึ้นเมื่อมีรถใหม่เข้ามาเขย่าตลาดอย่างน้อย 3 รุ่น

แม้จะเป็นรุ่นแต่งพิเศษและรุ่นปรับปรุงใหม่ แต่ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย

เริ่มกันที่ “จอมเปิด” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งทั่นประธาน “โรลันด์ โฟลเกอร์” ประกาศชัดเจนถึงแผนงานในปีนี้ว่าคือการ “เปิดตัวและเปิดตัว” เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น

รุ่นล่าสุดที่เข้ามาน่าจะถูกใจคนชอบรถแรง เป็นรุ่น “Mercedes-AMG C 63 S Coupe”

ดีไซน์ภายนอกปรับปรุงให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้า “AMG specific radiator grille” แบบด้าน ฝากระโปรงหน้าปรับแต่งด้วยเส้นสายใหม่ โครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ยกตัวขึ้นจากฝากระโปรงหน้าออกแบบให้ช่วยควบคุมการไหลเวียนของลมที่ปะทะด้านหน้าของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น

ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam ปรับความเข้มแสงโดยใช้ระบบไฟหน้าให้เข้ากับสภาพการจราจรโดยรอบได้ ทำงานอัตโนมัติหากระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีผู้สัญจรในทางรถสวน

ระบบไฟสูง ULTRA RANGE Highbeam ช่วยให้ไฟหน้าของรถมีความสว่างในระดับที่สูงขึ้นตามความเร็วของรถ ส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร

สเกิร์ตข้างที่ดีไซน์ให้เข้ากับล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ขนาด 19 นิ้วน้ำหนักเบาจากเอเอ็มจี

ดีไซน์ของฝากระโปรงหลังมาพร้อมกับปีกแบบ AMG ที่มีโครงสร้างบังคับทิศทางลม รวมถึงดิฟฟิวเซอร์สไตล์ใหม่ที่ช่วยพัฒนาการไหลเวียนของอากาศด้านหลังตัวรถ

ประตูแบบไร้ขอบตกแต่งรอบคันด้วย AMG Bodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง)

หลังคาแก้วแบบ panoramic sliding sunroof เปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

 

ดีไซน์ภายในชุดเบาะที่นั่ง AMG Performance seats ด้วยวัสดุหุ้มหนังแท้กับคุณสมบัติ การอุ่นเบาะที่ปรับได้ 3 ระดับ เสริมทั้งพนักพิงหลังและปีกทั้ง 2 ข้าง พนักพิงศีรษะที่ออกแบบเป็นพิเศษ

แผงหน้าปัดแบบดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว ที่มีโหมดการแสดงผล 3 แบบในสไตล์เอเอ็มจี คือ Classic, Sport และ Super sports พร้อมระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่าย ผู้ขับขี่สามารถเลือกคำสั่งต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็ว และสอดคล้องกับสภาพการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

พวงมาลัยรุ่นใหม่แบบ AMG Performance Steering Wheel หุ้มด้วยหนังชนิด Nappa leather ตัดสลับกับ DYNAMICA microfibre ที่มีรูปทรงสปอร์ตท้ายตัด มาพร้อมกับปุ่ม AMG steering wheel button สามารถใช้คำสั่งหรือก้านควบคุมต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

คันเกียร์ที่คอพวงมาลัยชุบวัสดุโลหะ และรองรับโหมดเกียร์ธรรมดา และ Touchpad 2 ข้าง ที่คอพวงมาลัยเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในรุ่นนี้ ด้านซ้ายใช้ควบคุมแผงหน้าปัด และ Cruise Control ด้านขวาใช้ควบคุมระบบมัลติมีเดีย ระบบโทรศัพท์ ระบบสั่งการด้วยเสียง

มีระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า

หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 10.25 นิ้ว ทำงานร่วมกับ COMAND Online พร้อม Touchpad และ Controller

ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester และผู้ขับขี่ยังสามารถปรับโทนสีของไฟภายในห้องโดยสาร Premium Ambient Lighting ที่มีให้เลือกถึง 64 สี

ความปลอดภัยครบถ้วน รวมถึงความสะดวกสบายด้วยระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ

ขุมพลังเบนซิน V8 Bi-turbo ความจุ 3,982 ซีซี กำลังสูงสุด 510 แรงม้า ที่ 5,500-6,250 รอบต่อนาที แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง 3.9 วินาที และความเร็วสูงสุด 290 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Mercedes-AMG C 63 S Coupe ราคา 10,129,000 บาท

 

ส่วนรถอีก 2 รุ่นที่อวดโฉมไล่เลี่ยกันเป็นปิกอัพรุ่นพิเศษ เริ่มจาก “เชฟโรเลต” ปล่อยรุ่นพิเศษ 2 รุ่นย่อย

“โคโลราโด โฟร์ท ออฟ จูลาย อีดิชั่น” (Colorado 4th of July Edition) รถกระบะรุ่นพิเศษ 4 ประตู ไฮคันทรี่ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ฉลองวันชาติอเมริกา ตกแต่งภายนอกด้วยลายธงชาติอเมริกันพร้อมตราสัญลักษณ์โฟร์ท ออฟ จูลาย (4th of July) รวมทั้งสติ๊กเกอร์โคโรลาโดที่ฝากระโปรงท้ายและกระโปรงหน้าแบบสามมิติ

ไฟท้ายแอลอีดีดีไซน์ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัย

เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ 2.5 ลิตร ที่ทรงพลัง มีทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

ราคาเริ่มต้น 1,009,000 บาท

อีกรุ่นพิเศษ “โคโลราโด เทรล บอส” (Colorado Trail Boss) รุ่นย่อยใหม่ล่าสุดของรถกระบะโคโลราโด เครื่องยนต์ดูราแมกซ์ 2.5 ลิตร เสริมความเท่และโฉบเฉี่ยวด้วยชุดแต่งสปอร์ตบาร์ดีไซน์พิเศษ

กระจังหน้าและตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ ซุ้มล้อสไตล์สปอร์ต ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว เพิ่มความดุดันด้วยสติ๊กเกอร์ เทรล บอส และสติ๊กเกอร์สีดำสำหรับตกแต่งฝากระบะท้ายพร้อมสัญลักษณ์โคโลราโด

ราคาเริ่มต้น 859,000 บาท

พร้อมกันนี้ยังเปิดตัวชุดแต่งใหม่ “เพอร์เฟ็กต์ อีดิชั่น ทู” (Perfect Edition II) สำหรับรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ รุ่น LTZ ประกอบด้วย กันชนด้านหน้าและด้านหลัง สปอยเลอร์หลังที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตอย่างมีระดับ ยางบังโคลนและซุ้มล้อสีดำเข้ม

ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง เพอร์เฟ็กต์ อีดิชั่น ทู ราคา 23,855 บาท

 

ปิดท้ายที่ “มิตซูบิชิ” ที่ปรับโฉมรุ่นตัวถังต่ำ โดยใช้กระจังหน้าแบบรุ่นยกสูง ซึ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้

มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย แบบซิงเกิลแค็บ เมกะแค็บ และดับเบิลแค็บ และอีก 1 รุ่นย่อยใหม่ คือซิงเกิลแค็บ 4WD 2.4 GL 6AT เกียร์อัตโนมัติ ออกทำตลาดร่วมกับรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

ภายนอกออกแบบให้รับรู้ถึงความแข็งแกร่ง บึกบึน ผ่านการดีไซน์หน้ารถอันเป็นเอกลักษณ์ “Advanced Dynamic Shield Design” กระจังหน้าเส้นสายคมชัด ผสานเข้ากับเส้นสายอันดุดันของฝากระโปรงหน้า พร้อมไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบฮาโลเจน โปรเจ็กเตอร์ ติดตั้งอยู่บนตำแหน่งที่สูงขึ้น

ล้ออัลลอยที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 16 นิ้ว ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ EBD

ส่วนภายในไม่ได้หวือหวามากนัก เพราะเป็นรถที่เน้นใช้งานและความคุ้มค่า

ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 535,000-682,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้ธนชาต เปิดแนวคิด “ให้ชีวิตก้าวหน้าได้ทุกวัน : Your Everyday Progress”
บทความถัดไปเผย‘พลังประชารัฐ’ ทาบ ‘ณรงค์ศักดิ์’ ผู้ว่าหมูป่า ลงสมัครผู้ว่ากทม.