โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญหลวงพ่อแก่ มงคลพ่อท่านเปลียว วัดดุลยาราม จ.สตูล

หลวงพ่อแก่ วัดดุลยาราม จ.สตูล

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ komkam.ks@gmail.com

เหรียญหลวงพ่อแก่

มงคลพ่อท่านเปลียว

วัดดุลยาราม จ.สตูล

 

 

“หลวงพ่อแก่” เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสตูล โดยพระอธิการเปลียว ปรักกโม หรือพ่อท่านเปลียว อดีตเจ้าอาวาสวัดดุลยาราม ได้อัญเชิญหลวงพ่อแก่ประดิษฐานไว้ที่วัด

หลังพ่อท่านเปลียวมรณภาพลง พระสิริขันตยาภรณ์ (รุ่ง วรธัมโม) ได้เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน ซึ่งมีดำริร่วมกับคณะกรรมการวัด ว่า ควรจัดสร้างวัตถุมงคลหลวงพ่อแก่ เพื่อให้ชาวบ้านได้นำไปบูชา

เหรียญหลวงพ่อแก่ รุ่นแรก ปี 2514 ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ที่วิหารวัดดุลยาราม ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล ตรงกับวันเสาร์ที่ 3 เมษายน 2514 โดยมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังเข้าร่วมพิธี อาทิ พระอาจารย์ศรีแก้ว ตุลกุโณ วัดไทรใหญ่, หลวงพ่อสงฆ์ วัดคงคาวดี, หลวงพ่อเพชร วัดดอนแย้, พระอาจารย์เล็ก วัดเจริญภูพา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เป็นต้น

เหรียญหลวงพ่อแก่ รุ่นแรก ปี 2514 จัดสร้างเป็นเหรียญเนื้อทองแดงและเนื้อเงิน สร้างประมาณเกือบ 5,000 เหรียญ

ลักษณะเหรียญเป็นรูปไข่ ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปพ่อท่านเปลียว ด้านหลังเหรียญเป็นองค์หลวงพ่อแก่ครึ่งองค์

วัตถุประสงค์เพื่อแจกให้ประชาชนที่มาร่วมงานฌาปนกิจศพพ่อท่านเปลียว วันที่ 6 เมษายน 2514 ปรากฏว่ามีผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทำให้เหรียญที่จัดสร้างนั้นแทบจะไม่เพียงพอ

ส่วนเหรียญเนื้อเงิน เป็นเหรียญสมมาคุณ มอบให้ผู้ที่บริจาคปัจจัยช่วยงาน

ต่อมา พระศิริขันตยาภรณ์ (รุ่ง วรธัมโม) เจ้าคณะจังหวัดสตูล และเจ้าอาวาสวัดดุลยารามในขณะนั้น จัดสร้างเหรียญพ่อท่านเปลียวหรือเหรียญหลวงพ่อแก่ อีก 2 รุ่นด้วยกัน แต่ลักษณะเหรียญจะเล็กกว่ารุ่นแรก เป็นเหรียญหายากเช่นกัน

และยังสร้างพระปิดตาและพระสมเด็จปรกโพธิ์ ก่อนมรณภาพ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2534

หลังจากนั้น เหรียญหลวงพ่อแก่ ถูกจัดสร้างขึ้นในรุ่นที่ 3 ปี 2534 โดยมหาเศรษฐีชาวสิงคโปร์ รูปแบบของเหรียญใช้แม่พิมพ์เก่ามาสร้างใหม่ เพื่อแจกในงานพระราชทานเพลิงศพท่านเจ้าคุณพระศิริขันตยาภรณ์

เหรียญหลวงพ่อแก่ หรือเหรียญพ่อท่านเปลียว จัดเป็นเหรียญยอดนิยมในสตูลและภาคใต้ ไปจนถึงประเทศมาเลเซีย รัฐปีนัง สิงคโปร์ เหรียญหลวงพ่อแก่เป็นเหรียญที่ใครบูชาแล้ว จะได้สมตามความปรารถนา

จึงเป็นอีกหนึ่งเหรียญวัตถุมงคลที่หายากและควรมีเก็บไว้บูชา

เหรียญหลวงพ่อแก่ (หน้า-หลัง)

 

“หลวงพ่อแก่” เป็นพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ มีขนาดความสูงประมาณ 70-80 เซนติเมตร ตั้งประดิษฐานอยู่ที่วัดดุลยาราม ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล

หลวงพ่อแก่ เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ มีเค้าพระพักตร์เป็นหญิง แบบนางพญาหรือพระหน้านาง บางทีเรียกว่าพระแก่นจันทร์ เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ฝีมือแกะสลักของช่างภาคเหนือหรือล้านช้าง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจังหวัดสตูลให้ความเคารพนับถือ

มีประวัติเล่ากันสืบมาว่า เป็นพระที่ลอยน้ำมาจากทะเล ผู้ใหญ่บ้านคลิ้ง เป็นผู้เก็บมาจากคลองน้ำพระ และเมื่อพิจารณาเห็นว่าเป็นพระพุทธรูป จึงคิดนำมาไว้ที่วัด ในขณะที่เดินทางมาวัดฉลุง (วัดบ้านจีน) ผ่านสวนผักของแป๊ะไล้ฮะ (ชาวจีนที่มาอาศัยในฉลุง ดำรงชีพด้วยการปลูกผักขาย)

แป๊ะไล้ฮะได้ถามผู้ใหญ่คลิ้งว่า “ลื้อแบกอะไรมา” พอเข้ามาใกล้จึงเห็นว่าเป็นพระพุทธรูป จึงบอกผู้ใหญ่คลิ้งว่าน่าจะนำไปไว้ที่วัด โดยผู้ใหญ่คลิ้งได้นำองค์หลวงพ่อแก่มาวางไว้ใต้ต้นแซะบริเวณวัดฉลุง

ในตอนแรกไม่มีใครสนใจ เพราะเห็นว่าเป็นพระไม้เก่าๆ ต่อมา หลวงพ่อแก่ได้แสดงอภินิหารและเข้าฝันผู้สูงอายุท่านหนึ่งในตำบลฉลุงว่ารู้สึกอึดอัดมากที่มีเด็กๆ เอามาเล่น โดยไม่ให้ความเคารพนับถือ

พ่อท่านเปลียว เจ้าอาวาสวัดดุลยารามสมัยนั้น ได้สร้างเป็นที่พักและนำหลวงพ่อแก่มาประดิษฐาน ซึ่งได้มีชาวบ้านที่ทราบข่าว มากราบไหว้ สักการบูชา บนบานสานกล่าว ในขณะนั้นองค์พ่อแก่มีแขนข้างเดียว สันนิษฐานว่า อาจจะเกิดจากการที่เด็กนำมาเล่น ทำให้แขนข้างซ้ายหัก ชาวบ้านจึงได้จัดทำแขนข้างซ้ายประกอบเหมือนเดิม

หลวงพ่อแก่ได้แสดงอภินิหารเป็นที่ยำเกรง ปรากฏแก่ชาวบ้านในละแวกนั้น หากใครไปถ่ายสิ่งปฏิกูลในบริเวณใกล้เคียง ในสถานที่นั้น มักจะมีอันเป็นไปในทางที่ไม่ดี มีอาการปวดหัวตัวร้อน

เมื่อชาวบ้านได้เกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงได้จัดสร้างวิหารเป็นที่ประดิษฐานโดยเฉพาะและมีการจัดงานนมัสการในวันสงกรานต์ เป็นประจำทุกปี

 

อภินิหารที่ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งขึ้นชื่อลือชาของหลวงพ่อแก่ คือ สามารถห้ามฝนได้ ใครจะจัดงานอะไร หากเกรงว่าฝนจะตกในงาน ก็จุดธูปบนบานขออย่าให้ฝนตก ปรากฏว่าได้ผลเป็นประจักษ์ทุกรายไป

ทุกวันจะมีคนทั้งในและต่างจังหวัดมาแก้บนกันเป็นจำนวนมาก

สำหรับเครื่องบูชาแก้บนหลวงพ่อแก่ เป็นขนมโค ประทัด ผ้า 7 สี น้ำ 3 สี ทอง 100 แผ่น หมูย่าง หัวหมู

คำว่า “พ่อแก่” หมายถึง พระผู้เฒ่าผู้แก่เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป

ปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ที่วัดดุลยาราม ต.ฉลุง อ.เมือง จ.สตูล

 

 

บทความก่อนหน้านี้อินโดฯอ่วมซ้ำ! แผ่นดินไหวสั่นขนาด 5.7 นอกฝั่งบาหลี ปชช.หนีตายอลหม่าน
บทความถัดไปคุยกับทูต ‘เกออร์ก ชมิดท์’ นักการทูตจากเยอรมนี ชูประเด็นสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ