วิเคราะห์ : “นิพิฏฐ์” คนกล้าแห่ง ปชป. แฉสร้างภาพ แก้หนี้นอกระบบ-แจกโฉนดคนจน

คอการเมืองย่อมรู้จัก “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” เป็นอย่างดี ในฐานะผู้แทนของจังหวัดพัทลุงหลายสมัย และอดีตรัฐมนตรีแห่งพรรคประชาธิปัตย์

แม้ไม่ใช่คอการเมือง แต่เพิ่งสนใจข่าวสารบ้านเมืองโดยเฉพาะในช่วงหลังรัฐประหารเป็นต้นมา ก็ยิ่งต้องรู้จักนิพิฏฐ์

เพราะจัดว่าเป็นเบอร์ต้นๆ ของพรรคในการออกมาตั้งคำถามกับการใช้อำนาจของ คสช. อย่างตรงไปตรงมา

เป็นผู้ที่เคยพูดไว้ตั้งแต่แรกว่า การสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดย คสช.ไม่มีทางสำเร็จ

และหากติดตามนิพิฏฐ์ในเฟซบุ๊กของเขาแล้ว เบื้องหลังทางภูมิปัญญาของนิพิฏฐ์ ไม่ใช่แค่ประสบการณ์ชีวิต หรือความเจนจัดต่อโลกในฐานะนักการเมืองรุ่นใหญ่จากภาคใต้

แต่นิพิฏฐ์ยังเป็นนักการเมืองที่สนใจศึกษาหนังสือการเมือง วิชาการสม่ำเสมอ

โดยเฉพาะปรัชญาการเมือง นิพิฏฐ์จะชวนผู้ติดตาม พูดคุยถกเถียงเรื่องประชาธิปไตยบ่อยครั้ง

บทบาทล่าสุดของนิพิฏฐ์ยิ่งน่าจับตาหลังจากเมื่อวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว แฉขบวนการสร้างภาพแก้ปัญหาโกงหนี้นอกระบบ คืนโฉนดที่ดินให้กับชาวบ้าน โดยระบุว่า

“ในอดีตหรืออาจกำลังย้อนกลับมาในปัจจุบันอีก เรื่องที่หน่วยงานหนึ่งแก้ปัญหากู้ยืมเงินผิดกฎหมายด้วยการคิดดอกเบี้ยสูงและยึดโฉนดไว้เป็นประกัน มีการไล่จับนายทุนเงินกู้ และสร้างภาพว่ายึดโฉนดได้มาคราวละมากๆ และสร้างภาพให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลไปเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้ชาวบ้าน”

“หลายกรณีเป็นการสร้างภาพหลอกผู้ใหญ่ในรัฐบาล ความจริงคือ หากทราบว่าใครเป็นนายทุนให้ยืมเงินดอกเบี้ยสูง เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น สมมุติว่ามีลูกหนี้มายืมเงินนายทุน 10 ราย และวางโฉนดไว้ 10 ฉบับ เจ้าหน้าที่จะต่อรองว่าจะดำเนินคดีไม่ถึง 10 คดี แต่นายทุนหรือเจ้าหนี้ต้องไปหาโฉนดใครก็ได้ที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยมา 20-30 ใบ เพื่อสร้างภาพว่าเป็นการกู้ยืมจำนวนมากและยึดโฉนดไว้มาก

จากนั้นจะสร้างภาพด้วยการเชิญนายมาเป็นประธานมอบโฉนดคืนให้ชาวบ้าน บางครั้งคนระดับรองนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญไปเป็นประธานบ่อยๆ รองนายกฯ ก็โดนแหกตาไปด้วย นายตำรวจที่ทำเรื่องนี้ก็โตเอาโตเอา จนท้องแตกตาย” นิพิฏฐ์ระบุ

นิพิฏฐ์ยังเล่าต่อว่า “ที่จังหวัดหนึ่ง มีการจับนายทุนเงินกู้มารายหนึ่ง นายตำรวจระดับรองผู้บังคับการก็คิดไต่เต้าโหนเจ้านาย เรียกนายทุนมาบอกว่า รองนายกฯ จะมาตรวจราชการ ช่วยหาโฉนดให้หน่อยและทำเป็นว่าเป็นการจับกุมเจ้าหนี้เงินกู้รายใหญ่ให้รองนายกรัฐมนตรีมอบโฉนดให้

แต่มีข้อแม้ว่า เรื่องนี้ห้ามบอก “คุณนิพิฏฐ์” เด็ดขาด ความมันแตกเพราะหลังจากลงจากกองบังคับการแล้วชาวบ้านก็ตรงมาที่บ้านคุณนิพิฏฐ์” เลย

นิพิฏฐ์ท้าพิสูจน์เรื่องนี้ด้วยว่า “เรื่องนี้พิสูจน์ง่ายๆ โดยให้เด็กอนุบาลตรวจสอบก็ได้ คือ ตรวจสอบดูสิครับว่าเวลาคืนโฉนด 100 ราย อ้างว่ามีการกู้ยืมผิดกฎหมาย 100 ราย เวลาฟ้องเขาฟ้อง 100 ราย (100 กรรม) หรือเปล่า ผมว่าเปล่านะ อาจฟ้องเพียง 2-3 รายเท่านั้น”

เป็นข่าวดังขึ้นมาทันที เพราะอย่าลืมว่า การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบและการคืนโฉนดที่ดิน เป็นนโยบายสำคัญอันหนึ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตรมักนำมาพูดถึงความสำเร็จของรัฐบาล และถูกโหนกระแสอย่างหนักในช่วงก่อนเลือกตั้งจากฝ่ายหนุน คสช. หลายครั้งเป็นข่าวดราม่า ชาวบ้านที่รับโฉนดถึงกับร้องไห้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ และเห็นในหน้าข่าวบ่อยครั้งคือ บิ๊กตำรวจที่เพิ่งถูกสั่งย้ายราชการแบบฟ้าผ่า (ล่าสุดถูกสั่งย้ายกลับมาเป็นอนุกรรมการ ก.ตร.)

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวก็ไปถาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็ได้สั่งให้ตำรวจพูดคุยกับนิพิฏฐ์ พร้อมยังยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก แต่สิ่งที่ พล.อ.ประวิตรพูด ก็ไม่ได้ปฏิเสธว่าอาจจะไม่มีเรื่องการสร้างภาพโกหกเอาผลงานเสียเลยทุกกรณี แต่ระบุว่าก็อาจจะมีบ้างบางกรณี แต่อย่าเหมารวมว่าทั้งหมด ให้ดูเป็นรายๆ ไป

ขณะที่ทางด้านฝั่งตำรวจ อย่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็ได้สั่งตรวจสอบนายนิพิฏฐ์ ว่าการออกมาแฉเรื่องราวดังกล่าวนั้นมีเจตนาให้ร้ายตำรวจหรือไม่ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่อย่างถูกต้อง และไม่ได้ทำกันแค่หน่วยงานเดียว จึงไม่ใช่การสร้างภาพ โดยหากตรวจสอบแล้วเป็นการกล่าวหา ก็จะทำการฟ้องร้องนายนิพิฏฐ์

เรื่องราวยังไม่จบ เมื่อฝั่งผู้มีอำนาจเสียงแข็ง ปฏิเสธทันควัน พร้อมสั่งตรวจสอบ พิสูจน์เจตนารมณ์ของผู้ที่ออกมาตั้งข้อสังเกต จนถึงเตรียมฟ้องร้องกลับนั้น นิพิฏฐ์ยิ่งฮึดสู้ต่อ เพราะผู้มีอำนาจไม่ได้ตรวจสอบตามที่ตนเองเรียกร้อง

นิพิฏฐ์ตามขยี้ต่อ โดยยกข้อมูล ศปฉช.ตร.แถลงเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562 ว่า ตั้งแต่เริ่มดำเนินการโครงการนี้ มีการไกล่เกลี่ยไปแล้ว 24,014 ราย คืนโฉนดไป 20,360 ฉบับ เนื้อที่ 57,648 ไร่ ราคาที่ดิน 27,614,488,361 บาท

ข้อสังเกตของนิพิฏฐ์ล้วนน่าสนใจ กล่าวคือ

1. ตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2560 การให้ยืมเงินและเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และประการสำคัญตามกฎหมาย “เป็นความผิดต่อแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้”

คดีเหล่านี้เมื่อตำรวจพบการกระทำผิดต้องดำเนินคดีทันที จะไกล่เกลี่ยและระงับคดีไม่ได้

ถามว่า จำนวนที่พบการกระทำความผิดและไกล่เกลี่ยไป 24,014 รายนั้น ตำรวจดำเนินคดีไปกี่ราย หากไม่ดำเนินคดีถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

2. จำนวนผู้ที่ทางตำรวจอ้างว่าเข้าไกล่เกลี่ย 24,014 รายนั้น นิพิฏฐ์ท้าว่าให้ลองเปิดเผยชื่อ ประชาชนจะได้ไปสอบถามได้ว่า คุณลุง คุณป้าเหล่านั้นได้กู้ยืมเงินนายทุนไปจริงหรือเปล่า หรือเพียงเอาโฉนดของตนเองให้ตำรวจไปแล้วให้ผู้ใหญ่ในรัฐบาลมาแจกโฉนดของตนเองคืน เรื่องนี้ตรวจสอบดูไม่ยาก

“เปิดเผยสถิติคดีเถอะครับ แล้วจะรู้ว่าของจริงหรือของปลอม ผมนำเรื่องนี้มากล่าวมิได้มีเจตนาร้ายต่อตำรวจ เจตนาดีต่อตำรวจเสียด้วยซ้ำ อยากให้ตำรวจดีๆ ได้ทำงานอย่างสะดวกใจ ไม่เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย ทำงานเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องเถอะครับ และอยากให้ตำรวจมี “วิญญาณของความเป็นกบฏ” เสียบ้าง สิ่งไหนที่ผู้บังคับบัญชาสั่งและไม่ถูกต้องก็หัดเป็นกบฏเสียบ้าง ที่ออกมาพูดก็เท่านี้แหละครับ”

นายนิพิฏฐ์กล่าว

หลังจากนายนิพิฏฐ์ตั้งคำถามต่อเนื่อง ทำให้ พล.อ.ประวิตรฉุนหนัก นายนิพิฏฐ์พูดอะไรแล้วก็ต้องรับผิดชอบ พร้อมยังไฟเขียวให้ตำรวจฟ้องนายนิพิฏฐ์ ส่วนของรัฐบาลขอเดินหน้าแก้ปัญหานี้ต่อ ระบุว่ายังมีประชาชนเดือดร้อนอีกมาก โดยเฉพาะทางภาคอีสาน

แต่ด้วยความเก๋าเกมทางการเมืองและประสบการณ์ทางกฎหมายของนิพิฏฐ์ ก็ไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวหวั่นเกรงแต่ประการใด กลับระบุว่า หากฝ่ายรัฐอยากฟ้องก็ให้ฟ้องเลย พร้อมยืนยันว่าที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้คาดคั้นว่าใครทำผิดทำถูก เพียงพูดโดยยึดหลักกฎหมายปกติ

“สิ่งที่ผมพูดไป ถ้าเป็นประโยชน์ก็เอาไปปรับปรุงวิธีการทำงานใหม่ให้ตรงไปตรงมา แต่ถ้าคิดว่าสิ่งที่ผมพูดไปไม่มีประโยชน์ ไม่น่าเชื่อถือ และถ้าท่านคิดว่าทำให้ท่านเสียหายก็ขอให้ฟ้องผมได้เลย เพราะพลตำรวจโทที่มาขอข้อมูลก็ได้ขอบคุณผมที่ให้ข้อเท็จจริงและข้อมูล ไม่มีการบอกว่าจะฟ้องร้องอะไรผม พร้อมทั้งยังรับปากว่า การทำงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สตช. (ศปฉช.ตร.) ต่อไปจะไม่เน้นที่สำนวนคดี หรือต้องหาโฉนดที่ดินมาแจก แต่จะคำนึงถึงข้อเท็จจริงทำตรงไปตรงมา”

นายนิพิฏฐ์กล่าว

ต้องยอมรับว่าการเดินเครื่องชน คสช.ของนายนิพิฏฐ์ครั้งนี้ สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมาก เพราะเป็นการโต้ตอบกับความเคลื่อนไหวของ คสช.ที่พยายามสร้างความชอบธรรม ความนิยมผ่านผลงานที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะนายนิพิฏฐ์เป็นแกนนำของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งยังเป็นรองหัวหน้าพรรคที่ดูแลพื้นที่ภาคใต้อีกด้วย

อันที่จริงการช่วยเหลือคนจน คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมก็นับเป็นเรื่องดี เพราะเรื่องเหล่านี้คือปัญหาปากท้อง ความยากจนรอไม่ได้ การพยายามจัดการกับปัญหาหนี้นอกระบบ คืนโฉนดที่ดิน เพื่อหวังช่วยเหลือคนจน คนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นสิ่งที่ดี แต่หากกระบวนการดังกล่าวมีปัญหาไม่ถูกต้องชอบธรรม ก็ต้องรีบแก้ปัญหาโดยเร็ว

งานนี้คนที่ได้รับผลกระทบมากสุด คงหนีไม่พ้นท่านรองนายกฯ ประวิตร ที่ลงไปแจกโฉนดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงก่อนเลือกตั้ง กับ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก ในฐานะบุคคลสำคัญที่เข้าไปอยู่ในรูปถ่ายพิธีแจกโฉนดที่ดินในทุกเวที

บทความก่อนหน้านี้เพื่อไทย ลงพื้นที่ ‘จ่านิว’ ถูกทำร้าย จี้ กทม. เปิดกล้อง จ่อยื่นกระทู้สด ‘บิ๊กตู่’ ต้องมาตอบ
บทความถัดไป‘สาธิต’ รองหน.ปชป. แจงปมถูกร้องถือหุ้นสื่อ ต่างจาก ‘ธนาธร’ ยันทำแค่ปูนซีเมนต์