ต่างประเทศอินโดจีน : คะลอม กับ รถไฟ

คะลอม หนุ่มลาวชาวเมืองหลวงพระบางทางตอนเหนือของประเทศ ยึดการทำไร่สับปะรดเป็นสัมมาชีพเลี้ยงดูบิดา-มารดามาแบบพอมีพอกิน

ถึงเวลามีเมีย คะลอมก็ยังอาศัยไร่สับปะรดทำมาหาเลี้ยงครอบครัว เลี้ยงแม่-เมียและลูกๆ สามคนที่ทยอยกันลืมตาออกมาดูโลก

จนถึงบัดนี้ คะลอมอาจยังเป็นชาวไร่อยู่สุขสบายกับเมียและลูก ถ้าไม่บังเอิญที่ว่า ไร่และบ้านที่อยู่อาศัยมาแต่อ้อนแต่ออกดันไปอยู่บนแนวก่อสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง โมฮาน-บ่อเต็น

ครอบครัวของคะลอม คือ 1 ใน 4,411 ครอบครัวที่ถูกเวนคืนที่ดิน ต้องโยกย้ายถิ่นฐานออกไปอยู่ที่อื่น โดยที่รัฐบาลบอกว่าจะมีค่าเวนคืนมาให้

จนถึงขณะนี้มีเพียง 230 ครอบครัวเท่านั้นที่ได้รับเงินชดเชยค่าเวนคืนที่ดิน

คะลอมไม่ได้อยู่ในจำนวนนั้น

 

ไม่นาน แม่ล้มป่วย ทางเลือกมีเหลืออีกไม่มาก คะลอมกับเมียต้องทิ้งแม่ที่กำลังป่วยไข้กับลูกๆ อีก 3 คนไว้ข้างหลัง ออกตระเวนหางานทำ สุดท้ายลงเอยต้องมาไกลถึงกรุงเทพฯ

“เราต้องมา เพราะไม่มีที่ดินให้ทำไร่แล้ว เงินเวนคืนก็ยังไม่ได้ แหล่งรายได้อื่นก็ไม่มี” คะลอมบอก

เส้นทางรถไฟที่เบียดไล่คะลอมมาไกลถึงต่างบ้านต่างเมืองที่ว่านั้นยาว 420 กิโลเมตร เขาบอกว่าถ้าเสร็จแล้วรถไฟจะทำความเร็วได้ถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

จากชายแดนตอนเหนือแถวบ้านมาถึงแขวงนะคอนเวียงจันทน์ได้ใน 3 ชั่วโมง ไม่ใช่ 2 วันเหมือนที่คะลอมเดินทางรอนแรมมาก่อนหน้านี้

เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเงินเวนคืนบอกกับวิทยุเอเชียเสรีว่า กระบวนการชดเชยการเวนคืนกว่าจะแล้วเสร็จก็ต้องรอถึงสิ้นปี 2020 อีกนานนัก

 

รัดตะนะมะนี คูนนิวง รัฐมนตรีช่วยกระทรวงโยธาธิการและคมนาคม ตรงไปตรงมากว่า บอกว่า ที่รัฐบาลเคยกันไว้ 156 ล้านดอลลาร์ถูกเบิกถอนจับจ่ายไปหมดแล้ว คงต้องรอเงินกู้จากจีนรอบใหม่อีก 150 ล้านดอลลาร์ การจ่ายค่าเวนคืนทั้งหลายจึงจะจ่ายได้แล้วเสร็จ

โมฮาน-บ่อเต็น เป็น 1 ใน 3 เส้นทางรถไฟในลาวเช่นเดียวกับเวียงจันทน์-วังอาง เมืองท่าของเวียดนาม และปากเซ-อุบลฯ ของไทย รวมมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์

6,000 ล้านดอลลาร์ที่ตกราว 1 ใน 3 ของจีดีพีทั้งประเทศของลาว ซึ่งอยู่ที่ 17,000 ล้านดอลลาร์

เจ้าของคือ “ไชน่า เรลเวย์ คอมปะนี” ที่จีนกับลาวเป็นเจ้าของร่วมในสัดส่วน 70-30 เปอร์เซ็นต์

ภายใน 5 ปี ลาวต้องจ่ายเงินก้อนแรก 720 ล้านดอลลาร์ ซึ่งว่ากันว่าถ้าจะทำตามที่บอกไว้ให้ได้ตามกำหนด ลาวต้องกู้เอ็กซิมแบงก์ของจีนมาโปะงบฯ ตัวเองอีก 470 ล้านดอลลาร์

ส่วนที่เหลือ 1,100 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ครบหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ได้กำหนดว่าจะมีที่มาจากไหน คาดกันว่าคงต้องนำที่ดินออกขายสัมปทานให้กับต่างประเทศเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

 

ยังไม่มีใครบอกได้ว่า เงินชดเชยค่าเวนคืนที่ดินของคะลอมกับชาวบ้านอีกหลายพันครอบครัวที่เป็นเงินกู้ 150 ล้านดอลลาร์จะอยู่ในส่วนไหน และเมื่อใดจึงจะมาถึงมือคะลอม

ในปี 2018 ปริมาณหนี้ภาครัฐของลาว อยู่ที่ 65 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี หรือทุกอย่างที่ผลิตได้ในประเทศทั้งหมด

ถึงตอนนี้รัฐบาลก็เริ่มมีรายได้เข้าคลังจำกัดจำเขี่ยมากขึ้น เหมืองเงิน เหมืองทองแดง เคยทำรายได้ให้เป็นกอบเป็นกำ แต่ทั้งเงิน ทั้งทองแดง ก็กำลังจะหมดเหมือง

รัฐบาลเรียกเก็บภาษีอากรได้ตลอดทั้งปี 2018 ได้เม็ดเงินทั้งหมดคิดแล้วเป็นเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีเท่านั้นเอง

รัฐบาลเป็นหนี้ คะลอมก็เป็นหนี้…หนี้จากรถไฟ!

บทความก่อนหน้านี้ทวี ชี้คดี 32 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ เป็นเครื่องพิสูจน์หลักนิติธรรม-กม.ต้องเท่าเทียม
บทความถัดไปชนชั้นนำและแรงงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : องค์ประกอบ โครงสร้าง และพลวัตในยุคเปลี่ยนผ่าน (2)*