SavePannika เพื่อ?? | นงนุช สิงหเดชะ

นงนุช สิงหเดชะ

นับว่ามาแรงแซงโค้งรุ่นพี่ในพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด สำหรับพรรณิการ์ วานิช หรือน้องช่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคอนาคตใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค เจอมรสุมอยู่พักหนึ่งในประเด็นเกี่ยวกับทัศนคติในอดีตของเขาที่มีต่อสถาบันกษัตริย์ จนสาวกในโซเชียลพากันออกมาติดแฮชแท็ก # saveปิยบุตร

ต่อมาเมื่อหัวหน้าพรรคเจอคดีถือครองหุ้นสื่อและอีกๆ หลายคดี เหล่าสาวกก็พากันติดแฮชแท็ก #saveธนาธร จนติดเทรนด์อันดับ 1

ล่าสุดน้องช่อ โฆษกพรรค ติดเทรนด์อันดับ 1 เหมือนกันด้วยแฮชแท็ก #savePannika หลังจากเธอถูกขุดคุ้ยภาพเก่าที่เธอโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กของตัวเองสมัยรับปริญญาที่จุฬาฯ ซึ่งเธอพร้อมกับเพื่อนๆ นำภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 มาถ่ายภาพเล่นกันและทำท่าล้อเลียน ในลักษณะไม่เคารพ สร้างความสะเทือนใจให้กับคนจำนวนมาก

เธอออกมาแก้ตัวว่า ภาพดังกล่าวแค่ต้องการประชดการไล่ล่าแม่มด หลังการรัฐประหารปี 2549 ที่มีการนำข้อหาไม่จงรักภักดีมาเล่นงานกันทางการเมือง

เธออ้างว่าภาพของเธอที่ถูกนำมาแฉเป็นฝีมือของเพจ IO (ปฏิบัติการจิตวิทยาข่าวสารของกองทัพ) ของ คสช. ที่ต้องการทำลายเธอ พร้อมกับขอร้องว่าอย่านำสถาบันมาทำลายกันทางการเมือง

เธออ้างว่าที่ผ่านมามีการใช้สถาบันมาสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชน เป็นการง่ายมากที่ใครๆ จะถูกหาว่าไม่จงรักภักดี

แต่ยิ่งแก้ตัว ก็ยิ่งโดนหนัก เพราะฟังไม่ขึ้นและไม่ตรงประเด็น ตอบวกไปวนมา น้ำท่วมทุ่ง

การที่เธออ้างว่าฝ่ายตรงข้ามพยายามนำภาพนี้ของเธอไปเชื่อมโยงกับการไม่เคารพสถาบัน และวิงวอนว่าอย่านำสถาบันมาโจมตีกันทางการเมือง ถือเป็นการอ้างที่ย้อนแย้งกันเอง เพราะแท้จริงแล้วเธอต่างหากเป็นฝ่ายนำสถาบันมายุ่งเกี่ยวและมารองรับอารมณ์ทางการเมืองของตัวเอง

ถ้าคุณไม่อยากให้มีการนำสถาบันมายุ่งเกี่ยวการเมืองและไม่อยากให้การเมืองมายุ่งเกี่ยวกับสถาบัน แล้วคุณนำภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 มาร่วมอยู่ในการถ่ายภาพประชดล้อเลียนทางการเมืองทำไม การทำอย่างนั้นของพวกคุณส่อเจตนาไม่ดีแน่

ตัวเองเป็นฝ่ายริเริ่มนำสถาบันมายุ่งเกี่ยวกับอุดมการณ์ทางการเมืองของตัวแท้ๆ ยังกล้ามากล่าวหาคนอื่นว่าใช้สถาบันโจมตีตัวเองทางการเมือง

เธอคนนี้อ้างว่า ที่ผ่านมามีผู้ใช้สถาบันมาสร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนด้วยกัน แต่น้องช่อจะคิดได้หรือเปล่าว่าการกระทำของเธอก็คือการแสดงออกถึงความเกลียดชังต่อสถาบัน น้องช่อเรียกร้องไม่ให้คนอื่นสร้างความเกลียดชังกัน แต่สิ่งที่น้องช่อทำอยู่ก็คือการสร้างความเกลียดชังสถาบันที่คนไทยเคารพ

หากมีแค่ภาพถ่ายวันนั้นวันเดียว อาจพอให้อภัยได้ว่าเธอทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กเพิ่งจบมหาวิทยาลัย แต่เมื่อขุดคุ้ยไปยิ่งค้นพบว่า สิ่งที่เธอทำนั้นน่าจะเกิดจากทัศนคติที่ฝังแน่น เห็นได้จากข้อความหลายข้อความที่เธอโพสต์ไว้หลังจากวันรับปริญญา เช่น ข้อความเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2553 (ข้อความหลังรับปริญญาปีเดียวกัน) ซึ่งทุกคนทราบดีว่าเป็นวันอะไร และข้อความในอีก 5 ปีถัดมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558

เพียงแค่สองข้อความนี้ชัดเจนถึงทัศนคติที่เธอมีต่อสถาบันกษัตริย์ เป็นข้อความที่ช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้กับความหมายของภาพที่เธอถ่ายในวันนั้นได้อย่างดี

และหักล้างสิ่งที่เธอแก้ตัวมาทั้งหมด รวมทั้งที่เธออ้างว่ายึดมั่นในสถาบันกษัตริย์

เมื่อโลกโซเชียลสาวลึกลงไปกว่านั้น ก็ถึงบางอ้อว่าทำไมน้องช่อเป็นได้ขนาดนี้ เพราะมีผู้พบว่าบิดาของเธอก็มีแนวคิดเดียวกัน เห็นได้จากการแต่งกาย คือชอบใส่เสื้อที่มีรูปค้อนเคียว และสวมหมวกดาวแดง เคยโพสต์ข้อความในลักษณะเดียวกับลูกสาว จึงน่าจะเป็นไปได้ว่าเธอถูกบิดาหล่อหลอมตั้งแต่เด็กให้ต่อต้านสถาบัน

น้องช่อที่รักประชาธิปไตยและรักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ควรโวยวายเมื่อถูกขุดคุ้ยอดีต เพราะเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่เข้าสู่การเมืองย่อมต้องถูกขุดคุ้ยปลิ้นไส้ถึงปูมหลัง เพื่อจะได้รู้ตัวตนและความคิดแท้จริง เพราะคนเหล่านี้มีสิทธิในการออกกฎหมาย ต้องข้องเกี่ยวกับการผลักดันนโยบายของชาติ เพราะอดีตของหลายคน เช่น ทัศนคติบางอย่าง ก็ติดตัวมาจนถึงปัจจุบันอันจะมีผลต่อนโยบายของพวกเขา

นักการเมืองต่างประเทศก็โดนกันแบบนี้หลายคน ถ้าอดีตนั้นมันส่อไปในทางขัดจริยธรรม ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี ขัดต่อค่านิยมที่ดีของสังคม

 

ส่วนสาวกของน้องช่อและอนาคตใหม่ที่พากันติดแฮชแท็ก #savePannika นี่จะ save ไปเพื่ออะไร ยังจะกล้า save คนประเภทนี้อีกหรือ

การออกมา save หมายถึงสนับสนุนการกระทำทุกอย่างที่ผ่านมาของช่อที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อย่างนั้นหรือ และจะสนับสนุนให้ทำอย่างนี้ต่อไปอีกหรือเปล่า ต้องการ save ไว้เพื่อเป็นหัวเชื้อขบวนการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันเช่นนั้นหรือ

ดูเหตุผลของฝ่ายที่สนับสนุนช่อแล้ว ก็เข้าข้างกันแบบหลับหูหลับตา บางคนใช้ตรรกะตลกๆ กล่าวหาว่าคนที่ออกมาตำหนิช่อ แฉช่อเป็นพวกดึงฟ้าต่ำ

ติ่งรายนี้ลืมไปหรือเปล่าว่า ภาพสะเทือนใจคนไทยที่ช่อโพสต์ไว้ รวมทั้งข้อความที่ช่อโพสต์แบบชัดเจนนั้น ช่อเองต่างหากคือผู้ดึงฟ้าต่ำ

เธอคือผู้ดึงฟ้ามารองรับอารมณ์ตกค้างทางการเมืองของตัวเองอย่างไม่ยุติธรรม

ที่น่าผิดหวังและใช้หลักคิดไม่เหมาะสมสำหรับคนที่อยู่ในแวดวงอัยการที่ได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็คือนายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีสำนักงานชี้ขาดคดีอัยการสูงสุด ที่ออกมาโพสต์ปกป้องน้องช่อ ในทำนองว่าเป็นเรื่องอดีตเมื่อ 9 ปีที่แล้ว (2553) ซึ่งเธออายุยังน้อย

แต่นายปรเมศวร์คงไม่ได้ทำการบ้านพอ เพราะเธอไม่ได้กระทำลักษณะนั้นครั้งเดียว หากแต่ทำต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกหลายปี เท่าที่มีคนไปขุดคุ้ยมาได้ โพสต์ล่าสุดของเธอก็คือปี 2558 และเป็นไปได้ที่อาจมีโพสต์ใหม่กว่านั้น

แถมที่สะเทือนใจคนไทยมาก ก็คือนายปรเมศวร์ออกมาตั้งข้อสงสัยฝ่ายที่ประณามช่อว่า ทำไปเพราะต้องการปกป้อง “พ่อ” หรือทำไปเพราะโทสาคติ คือกลายเป็นว่าช่อที่ทำไม่เหมาะสมอย่างเห็นชัดกลับได้รับการปกป้อง ส่วนคนที่ออกมาปกป้องพ่อกลับถูกตั้งข้อสงสัย

การกระทำซ้ำๆ เรื่องเดิม หลายกรรมหลายวาระของช่อ คนระดับอัยการซึ่งรู้กฎหมายเป็นอย่างดีอย่างนายปรเมศวร์น่าจะคิดได้ว่า มันยืนยัน “เจตนา” ของผู้กระทำอย่างชัดแจ้ง แต่ไฉนคนเป็นอัยการแทนที่จะติงเตือนหรือปราม กลับออกมาโพสต์เข้าข้าง

ไปๆ มาๆ การแสดงออกของนายปรเมศวร์เอง เข้าข่ายขัดจริยธรรมข้าราชการอัยการด้วยหรือไม่

อย่ามาอ้างด้วยเหตุผลด้านเดียวว่าการนำสถาบันกษัตริย์มากล่าวถึงบ่อยๆ สถาบันจะเสียหาย (เจตนาน่าจะพาดพิงคนที่ออกมาแฉและตำหนิช่อ) ทั้งที่คนที่เริ่มต้นทำให้สถาบันเสียหายคือช่อต่างหาก

นายปรเมศวร์ควรคิดอีกมุม การที่ช่อโพสต์ในโลกโซเชียล มันมีอิทธิพลต่อความคิดของคน โดยเฉพาะเยาวชนในวงกว้าง หากปล่อยให้เธอกล่าวร้ายและลบหลู่ในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างบิดเบือน สุดท้ายแล้วเป้าหมายของเธอก็จะบรรลุ

ส่วนตรรกะของนายปรเมศวร์ที่ว่า หากอยากเอาผิด ทำไมไม่เอาผิดตั้งแต่ที่ช่อโพสต์ครั้งแรก เออ! นี่ก็ถามเหมือนคนคิดไม่เป็น ถ้าช่อเป็นคนธรรมดาโนเนม ก็คงไม่มีใครตามขุดคุ้ยมากขนาดนี้

แต่เพราะตอนนี้เธอเป็นนักการเมือง เป็นผู้แทนฯ แล้ว เป็นตำแหน่งสำคัญในบ้านเมือง ซึ่งยังไม่สามารถแน่ใจได้ว่าเธอจะนำทัศนคติแบบนั้นมาทำงานการเมือง มาผลักดันกฎหมายและนโยบายหรือไม่

จริงๆ ถ้าน้องช่ออยากเอาดีทางนี้ น่าจะไปเข้ากลุ่มกับ จอม เพชรประดับ, ชูพงศ์ ถี่ถ้วน, ลุง สนามหลวง, เพียงดิน รักไทย, อั้ม เนโกะ ฯลฯ ดีกว่าจะได้ชัดเจนไปเลย

บทความก่อนหน้านี้Footnotes on Institution นิทรรศการที่ตั้งคำถามถึงสถานการณ์ของสถาบันศิลปะในประเทศไทย (จบ)
บทความถัดไปเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | บิดาแห่งกลอนแปด