ประกวดเรื่องสั้นทั่วไป : ปรารถนา

โดย มีเกียรติ แซ่จิว

ชําแหละเต้านมทั้งสองข้างของฉันไป คว้านเฉือนอวัยวะเพศของฉันไป

หากความรักของคุณ หวังเพียงแค่การสืบพันธุ์จากฉัน…

จงอย่าเรียกความใคร่กระหายราวสัตว์ป่านั่นว่าความรัก มันคือกามารมณ์ของเพศผู้ ตัณหาราคะที่พร้อมหลั่งทะลักไม่มีวันหมด หากฉันต้องการจากคุณเพียงเท่านี้ ฉันขอเลือกตัดลึงค์ของคุณไปไม่ดีกว่าหรือ ความรักของฉันไม่ใช่เรื่องพรรณนั้น ความรักของฉันคือบทสนทนา เรียนรู้นิสัยใจคอ สืบสานความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ ฉาบฉวย เร้าต่อความรวบรัดรวดเร็วฉับไว ฉันคลื่นเหียน ผะอืดผะอม เพียงแค่ได้กลิ่นน้ำหอมจากกายคุณ ฉันก็แทบทนรับไม่ไหว

ปรารถนา คุณเรียกชื่อฉัน คุณปรารถนาต้องการตัวฉัน คุณว่าอย่างนั้น ฉันบอกให้คุณรอ คุณว่านี่ตั้งสามเดือนแล้ว คุณร้อนรน รุกเร้าเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว ฉันปฏิเสธ เงียบหาย คุณงอนง้อและฉันกลับมา จะสามเดือนหรือสามปีถ้าฉันยังไม่พร้อม ฉันจะไม่ยอมพลีกายให้คุณ ฉันให้คุณช่วยตัวเอง ดับดิ้นแรงปรารถนา ฉันเสนอแนะทางออกให้คุณได้เพียงเท่านี้

คุณเห็นการร่ายรำของดวงดาวนั่นไหม คุณเห็นจันทร์เหงาแขวนลอยเดียวดายนั่นไหม สายลมอิสระนั่นละ ชำแรกผ่านม่านหน้าต่างห้องคุณบ้างไหม หากคุณปรารถนาคำตอบว่าฉันรักคุณไหม และความเงียบงันของฉันทำให้คุณน้อยอกน้อยใจตัดพ้อต่อว่า ว่าตลอดเวลาที่คุณทำดีกับฉัน (ตลอดเวลาสามเดือน) ไม่เคยสัมผัสต้องแตะตัวฉันเลยแม้สักครั้ง แม้แต่มือของฉันเวลาเดินข้ามทางม้าลาย ฉันก็ไม่ให้คุณจูงข้าม แค่บอกความรู้สึกที่ฉันมีต่อคุณบ้างไม่ได้เลยหรือ คุณถามฉันปากคอสั่น แต่ฉันตอบการร่ายรำของดวงดาวให้คุณฟัง ดวงจันทร์เหงาเดียวดายให้คุณแหงนมอง และสายลมอิสระ…สายลมนั่นกระทบถึงใจคุณบ้างไหม

ฉันถามคุณกลับ แต่คุณก้มหน้าเหมือนไม่อยากรับฟัง

 

มองจากหน้าต่างห้องคุณ ชั้น 30 สูงจนมองเห็นทั่วเมืองเหมือนตาเหยี่ยว พริบตาเดียวจากบนนี้ถ้าร่างฉันร่วงหล่น พริบตาเดียวร่างฉันแหลกสลาย คุณจะได้เห็นเศษชิ้นส่วนแหลกเละกระจัดกระจาย ตับ ไต ไส้ ม้าม ปอดฉีก เลือดสาดอาบพื้นถนน ผู้คนต่างแตกตื่นตกใจ ตะลึงงัน หวีดร้อง และคุณจะทำยังต่อกับเศษซากของฉัน

คุณส่ายหัวไม่มีคำตอบและถามฉันกลับว่า แล้วฉันจะกระโดดลงไปทำไม มันเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องจบชีวิตของตัวเอง บางทีการมีอยู่ของฉันก็เหมือนไม่มีอยู่ ฉันกับร่างกายไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ความคิดของฉัน การครวญใคร่ของฉัน ช่างไกลห่างจากตัวตนของฉันที่คุณมองเห็นอยู่ในตอนนี้เหลือเกิน

คุณถอนหายใจหนัก และว่า ตลอดเวลา (สามเดือน) คุณพยายามจะทำความเข้าใจในตัวฉันให้มากที่สุด เข้าใจว่าทำไมฉันจึงทำตัวเลื่อนลอยอยู่บ่อยครั้งและพูดอะไรที่คุณไม่สามารถเข้าถึง ไม่ทำตัวปกติธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ แต่นั่นก็เป็นเสน่ห์ เป็นสิ่งที่คุณสนใจฉันตั้งแต่แรกเห็น ตั้งแต่เห็นฉันในร้านขายโปสการ์ด ฉันซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้สูงทรงกลม นั่งเหม่อลอย ไม่เรียกลูกค้าแต่อย่างใด ซึ่งคุณบอกว่าปรารถนาอยากทำความรู้จักฉันทันที แต่กว่าคุณจะกล้าทำความรู้จักฉันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว คุณก็ซื้อโปสการ์ดรูปท้องฟ้า พระจันทร์ ดวงดาว น้ำทะเล ฝนพรำและพื้นทรายอยู่หลายใบ

คุณเคยตั้งคำถามว่าทำไมภาพถ่ายของฉันต้องเป็นขาวดำ ไม่มีผู้คน มีแต่ธรรมชาติ นั่นละคือฉัน ฉันคือสรรพสิ่ง ฉันตอบแล้วยื่นมือลูบใบหน้าคุณ คุณตกใจแต่ไม่ผงะถอย ฉันถามคุณว่ารู้สึกถึงสัมผัสไหม คุณหงึกหน้า เหมือนกันเพียงคุณมององค์ประกอบของภาพแล้วสัมผัสถึง ภาพหนึ่งภาพก็ถือว่าสมบูรณ์แล้ว คุณว่าฉันตอบได้น่าสนใจ และว่า รูปหน้าฉันเหมือนรอยบนพื้นทรายภาพที่คุณซื้อไป ใช่ นั่นรูปใบหน้าของฉันเอง ฉันจงใจฝังร่องรอยนั้นไว้ จงใจให้ดูเหมือนเป็นรอยภาพประติมากรรม

คุณอดใจไว้ไม่ไหวหรือ ฉันเปลือยเปล่าอยู่ต่อหน้าคุณใช่ว่าฉันอยากมีเพศสัมพันธ์ เพียงแต่ในห้องนอนของฉันฉันก็ไร้อาภรณ์เช่นนี้ อวัยวะเพศของคุณตื่นตัว คุณกลืนน้ำลายบ่อยครั้ง สายตาจับจ้องเรือนร่างฉัน คุณว่าคุณไม่ปฏิเสธ คุณกระสันอยากและปรารถนาในตัวฉันเหลือเกินตอนนี้ คุณขอจากฉัน ยอมคุกเข่าอ้อน แต่ฉันปฏิเสธ ฉันบอกคุณแล้วว่าฉันมาที่ห้องของคุณได้และฉันเปลือยกายได้ แต่ฉันไม่มีอารมณ์ความต้องการนั้นแม้เพียงน้อย

เราตกลงกันแล้วในร้านอาหาร หรือเราตกลงกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ฉันบอกคุณไปแล้วไม่ใช่หรือว่าฉันอาจไม่เหมือนผู้หญิงทั่วไปที่คุณเคยรู้จัก และคุณอาจไม่อยากรู้จักฉันก็ได้เผื่อถ้าคบกันไปนานๆ แต่คุณยืนยันเสียงแข็งเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าคุณอยากคบกับฉัน คุณหลงใหลในตัวฉัน คุณชอบในสิ่งที่ฉันพูด คุณชอบภาพถ่ายนามธรรมของฉัน คุณชอบตัวตนที่ฉันเป็น คุณเชื่อว่าคุณจะพิสูจน์ตัวเองให้ฉันเห็นได้ว่าคุณดีพอและฉันจะยอมรับในตัวคุณ

3 เดือน แต่นี่มันตั้ง 3 เดือนแล้ว คุณเน้นย้ำ เป็นสามเดือนที่ฉันไม่ยอมให้คุณถูกเนื้อต้องตัว และคุณก็วางตัวดีไม่ละลาบละล้วงล่วงเกิน ซึ่งฉันว่านั่นแหละดีแล้ว เพราะถ้าคุณทำเช่นนั้น วันนี้ฉันคงไม่ได้มาที่ห้องคุณ และมาแล้วก็ใช่ว่าฉันจะต้องมีอะไรกับคุณ คุณอย่าเข้าใจผิด เข้าใจ คุณว่าคุณเข้าใจ แต่อยากให้ฉันลองเป็นคุณดูบ้าง ลองคิดในมุมของผู้ชายดูบ้างว่าจะให้ทนไม่รู้สึกรู้สาได้อย่างไร ในเมื่อมีผู้หญิงมาอยู่ในห้องและเปลือยกาย

ฉันว่าคุณทำตัวเหมือนหมาติดสัด คุณว่าการที่คุณมีอารมณ์ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่แปลกคือฉันต่างหากที่ไม่มีความต้องการ ไม่แปลกเลยสักนิด ฉันว่า ฉันแค่ชอบมองเรือนร่างของตัวเองในกระจกเงา ชอบมองสีหน้าแรงใคร่แรงปรารถนาของคนอื่น ฉันถึงบอกให้คุณช่วยตัวเอง มองเรือนร่างฉันแล้วช่วยตัวเอง ปลดปล่อยมันออกมา ฉันอยากเห็นภาพคุณตอนนั้น ตอนสิ้นสุด ฉันอยากเห็นสีหน้าคุณตอนนั้น ทีแรกคุณทำท่าจะไม่ยอมทำตาม

ฉันว่าจะกลับ และตระเตรียมหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ แต่คุณขอ ขอร้องให้ฉันอย่าเพิ่งใส่ และคุณพร้อมจะทำตาม

 

เสร็จสิ้น คุณเหนื่อยอ่อนแรง นั่งลงบนโซฟา ฉันสวมเสื้อผ้ากลับคืน ฉันเดินเข้าไปหาคุณ ใช้มือลูบใบหน้าคุณ ลากมือทาบวางบนอกข้างซ้ายคุณ หัวใจคุณเต้นแรง หอบ ความหื่นกระหายเช่นก่อนหน้าหายไปจนหมดสิ้น ฉันว่าเห็นไหม ไม่มีความจำเป็นใดที่เราจะต้องร่วมรักกัน และความรักสำหรับฉัน หากคุณสัมผัสถึง คุณจะรับรู้มันได้เอง เชื่อฉันสิ หลับตาและพักผ่อน ได้เวลาที่ฉันต้องกลับแล้ว

คุณไม่ติดต่อฉันเป็นสัปดาห์ ไม่มาหาฉันที่ร้าน ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์จากคุณ ซึ่งฉันก็ไม่เดือดเนื้อร้อนใจเท่าไหร่นัก แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันสัมผัสถึง คือชีวิตคืนสู่ปกติสามัญอีกครั้ง ฉันระเรื่อยปล่อยตัวปล่อยใจล่องอยู่ในแสงแดดยามบ่ายบนเก้าอี้ปรับเอนอยู่หน้าร้านริมถนน แว่นกันแดดทรงกลมสีชา เสื้อยืดสีดำและกางเกงยีนส์เข้ารูป ล่องลอยหัวใจไปกับสายลมอิสระ ท่องไปในแดนดินปริศนา เมืองทั้งเมืองรกร้าง ไม่มีผู้คนเหลืออยู่ ไม่มีสัตว์หรือแมลงสักตัว มีแต่ผืนดินแห้งผาก ฉันในรูปของอากาศธาตุเหมือนเห็นเงาร่างของตัวเองสิงสถิตอยู่ในที่แห่งนี้ ฉันไม่เห็นการสมสู่ทั้งของคนและสัตว์ ฉันไม่เห็นการก่อเกิด ที่มาของฉัน พ่อแม่ของฉันคือใครกัน ไม่สิในความแล้งไร้ ฉันเห็นสิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังเดินมาจากที่แสนไกล จากสุดสายตาที่มองเห็น ใกล้เข้ามาจนเห็นภาพนั้นปรากฏชัดเจน คุณเดินมาหยุดยืนเบื้องหน้า คุณสภาพร่างกายเปลือยเปล่า ดูอ่อนล้า อิดโรย และที่สำคัญ ชวนตกตะลึงพรั่นพรึง คุณไม่มีลึงค์ มันหายไป

ขอโทษ คุณก้มหน้าพูดโดยไม่สบตาฉัน เรื่องอะไร ฉันถาม เรื่องที่หายไป คุณตอบ ฉันหัวเราะเห็นเป็นเรื่องขัน ฉันว่าฉันไม่ได้ว่าอะไรคุณเลย คุณอาจติดธุระ งานยุ่ง ครอบครัว หรืออะไรก็แล้วแต่ ฉันเพียงแต่สัมผัสถึงการเงียบหายไปของคุณก็เท่านั้น คุณไม่คิดถึงผมบ้างหรือ คุณย้ำถามฉันอีกครั้ง และฉันก็เงียบ เงียบงันเหมือนเช่นทุกครั้ง คุณถอนใจอีก ก้มหน้าลงอีกครั้ง ฉันเป็นผู้หญิงที่เข้าใจยากที่สุดตั้งแต่คุณเคยรู้จักมา คุณพูด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสบตาฉัน และเสียงดังเข้าใส่ฉัน คุณถามประโยคนั้นกับฉันว่า ทำยังไงฉันจะรักคุณ คุณจะมีทางพิชิตหัวใจฉันได้บ้างไหม คุณว่าคุณจะไม่ไหวอยู่แล้ว ความรักมันเหมือนกับคุณต้องยาพิษ มันเจ็บ มันปวด มันทรมาน และหัวใจมันก็แทบระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ

ขอโทษ ฉันเอ่ยคำขอโทษกับคุณ ฉันกล่าวตามความสัตย์จริง ฉันเป็นคนแบบนี้เอง และฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนตัวเองเพื่อใคร ฉันเข้าใจความรู้สึกนี้ของคุณดีว่าคุณรู้สึกอย่างไร ก่อนหน้าคุณก็เคยมีผู้ชายคนหนึ่งถวายตัวพลีใจเพื่อฉัน ทุกข์ทรมานจะเป็นจะตายเพื่อให้ฉันรับรักจากเขา เขายอมเห่าหอน เดินสี่ขาพล่านไปทั่วห้อง ปฏิบัติตามคำสั่งฉันทุกอย่างเท่าที่ฉันจะให้ทำ เขายอมทำทุกพฤติกรรมให้ฉันเห็น คาบหมอน คาบลูกบอลยางส่งให้ฉัน ยอมกระทั่งใส่หน้ากาก เสื้อหนังรัดรูป แต่งกายเป็นหญิง ทั้งเต้นและทำลีลาเย้ายวนให้ฉันดู แต่ถึงที่สุด ฉันก็ให้ได้เพียงร่างกายที่เพียงแต่นอนเคียงข้างกับเขา พร้อมคำสั่งห้ามจับ ห้ามสัมผัส นอกจากฉันเท่านั้นที่ทำกับร่างกายของเขาได้

คำถามเดียวกับคนก่อนหน้า คุณมาหลงใหลอะไรกับคนหน้าตาอย่างฉัน กับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ไม่ใช่ฉัน คุณอาจสมปรารถนาไปนานแล้ว หรือเพียงเพราะอยากเอาชนะ ได้ทั้งตัวทั้งหัวใจของฉันไปครอบครองจึงจะสมปรารถนา คุณเถียงว่าไม่ใช่ คุณไม่ได้ต้องการเพียงเท่านั้น คุณต้องการฉันมาเป็นคู่ชีวิต และหน้าตาของฉันก็ต้องตรงใจคุณ เรือนร่างของฉันก็ต้องตรงใจคุณ เพียงแต่ความรู้สึกนึกคิดของฉันเท่านั้นเองที่คุณเข้าไม่ถึง คุณว่าจะให้คุณทำทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนคนก่อนคุณก็ทำได้ ขอเพียงแค่ฉันออกคำสั่ง

ฉันย้อนถามกลับ การมีอะไรกันมันสำคัญกับคุณมากขนาดนั้นเลยหรือ คุณว่าถ้าคนจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เรื่องเพียงเท่านี้ถือว่าธรรมดามาก ฉันถามคุณอีกครั้ง คุณแน่ใจว่าคุณต้องการเรือนร่างของฉันจริงๆ คราวนี้ดูคุณผ่อนคลาย ไม่หายใจหนัก ไหล่ทั้งสองกระเพื่อมขึ้นลงอีก

คุณว่าคุณต้องการตัวฉันจริงๆ

 

ฉันถอดแว่นกันแดดทรงกลมสีน้ำตาลออก ลุกจากเก้าอี้ปรับเอน พับเก็บเข้าไว้ในร้าน พร้อมปิดร้านไปที่ห้องพักชั้น 30 ของเขา คุณรู้สึกแปลกใจ ทำหน้าฉงน เหมือนไม่เชื่อตัวเองว่าฉันพร้อมจะพลีกายให้คุณ แต่แล้วคุณก็รีบเดินจ้ำนำหน้าฉันไปเปิดประตูรถที่จอดอยู่ใกล้ๆ แดดบ่ายแม้ร้อนแรง แต่ความกระเหี้ยนกระหือรือของใจคนกลับร้อนแรงยิ่งกว่า

ระหว่างทางที่นั่งอยู่ในรถ ฉันหวนนึกถึงเขาคนก่อน หวนคิดถึงทุกสิ่งอย่าง ฉันว่าความทรงจำฉันทำหล่นหายไปหมดแล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม อยู่ๆ ในทุกความทรงจำเกี่ยวกับเขาคนก่อนกลับมาปรากฏชัดเสมือนว่าคนที่กำลังขับรถอยู่เหมือนสวมอยู่ในเงาร่างของเขา มันคือความคล้ายคลึงกันที่แสนประหลาด รูปแบบเดียวกันตั้งแต่แรกเจอ ทักทายไถ่ถามเหมือนกัน และพร้อมทำตามที่ฉันสั่ง จำนน เชื่อฟัง เชื่องเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของฉัน

ที่ห้องชั้น 30 ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง หลับตา แน่นิ่ง ภาพร่างแหลกสลาย เลือดอาบไหลนองเต็มพื้น ความตายเป็นเรื่องสามัญ ชีวิต ฉันเห็นภาพของตัวเอง ความพ่ายแพ้ ก่อนหน้านี้ฉันเคยตายมาแล้วหนหนึ่ง ฉันเป็นเช่นนั้น ภาพประหลาดปรากฏขึ้นขณะฉันมองออกไปเห็นนกสีขาวตัวหนึ่งร่อนผ่าน นกสีขาวตัวนั้นเหมือนนกตัวที่ตายอยู่หน้าบ้านของฉัน บ้านเก่าสมัยฉันยังเป็นเด็ก เด็กที่ไม่รู้ประสีประสาที่วิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ขณะที่พ่อพาเพื่อนๆ ของพ่อมาเล่นอยู่ในบ้าน พ่อบอกให้ฉันวิ่งเล่นอยู่ตรงนี้ อย่าดื้อนะเด็กดีของพ่อ ฉันเห็นเพื่อนๆ ของพ่อหายเข้าไปนาน ฉันจึงย่องตามเข้าไปดู เดินตามเส้นทางมืดๆ คดเคี้ยวเหมือนอยู่ในท้องของงูยักษ์ จนกระทั่งเห็นแสงลิบๆ อยู่ไม่ไกล ฉันเข้าไปเห็นพ่อและเพื่อนๆ ของพ่อ พ่อและเพื่อนๆ ของพ่อหันมายิ้มให้ฉันและพูดว่า ไว้โตกว่านี้ค่อยมาเล่นกัน ตอนนี้ออกไปเล่นข้างนอกก่อนนะลูก แล้วแสงนั้นก็มืดลงดังเดิม ฉันคลำหาทางออกอยู่ในความมืดอยู่นาน กว่าจะออกมาพบแสงสว่างที่หน้าบ้านอีกครั้ง

ฉันเรียนจบและโตพอที่จะออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวเอง ฉันหายไปจากบ้านไม่ได้บอกลาพ่อ ก่อนไปฉันชงเหล้าให้พ่อดื่ม พ่อหลับ ฉันขโมยนิ้วก้อยข้างขวาของพ่อมาเก็บไว้เป็นที่ระลึก (นิ้วก้อยที่พ่อเคยให้สัญญาจะปกป้องดูแลฉันแทนแม่) ฉันเห็นนกสีขาวตัวหนึ่งตายขณะเดินออกจากบ้าน ฉันไม่รู้มันเป็นอะไรตายและทำไมจึงต้องมาตายที่หน้าบ้านของฉัน ฉันเห็นสีแดงที่ท้องของมัน เลือดสีเดียวกับที่เปื้อนอวัยวะเพศของฉัน เปื้อนติดผ้าปูที่นอนสีขาว ขณะฉันนอนหลับและตื่นขึ้นมาเห็น ผ้าปูที่นอนและตรงช่องคลอดของฉันก็แปดเปื้อน หลังวันรับปริญญาบัตร ฉันบอกเลิกชายคนหนึ่งที่คบหาดูใจกันมาตลอดสี่ปี เขาถามหาเหตุผลว่าทำไมจึงต้องเลิก ในเมื่อเราไม่เคยมีเรื่องทะเลาะหมางใจกัน และตลอดเวลาเขาก็เป็นสุภาพบุรุษให้ฉันเห็นมาตลอด ฉันไม่มีคำตอบที่เหมาะสมในเรื่องนี้ ฉันรู้แต่ว่าเขาเป็นคนดีมากคนหนึ่ง แต่สุดท้ายฉันก็หายไปจากชีวิตเขา และหายออกไปจากบ้านที่ฉันเติบโตมา

ฉันพาตัวเองพร้อมกล้องถ่ายรูปตัวเก่าเดินทางโดยสารไปกับรถไฟ ชีวิตคือการรอนแรม ฉันคิดเช่นนั้น สายลมแสงแดดคือเพื่อนของฉัน ฉันคิดเช่นนั้น การพาตัวเองไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ ออกจากความคุ้นเคยเก่าๆ ให้ประสบการณ์ใหม่แก่ฉัน ภาพทุกภาพ ทุกสถานที่ ทุกเวลา ทุกห้วงอารมณ์ความรู้สึก ฉันจับเก็บบรรยากาศเหล่านั้นแล้วถ่ายทอดมันออกมา วันหนึ่งสิ่งที่รักจะกลายเป็นงานที่รัก ฉันไม่รู้ว่าฉันรักการถ่ายภาพหรือเปล่า แต่ฉันเป็นคนไม่ชอบจดบันทึก ไม่ชอบพูดคุยกับผู้คนมากมาย รู้แต่เพียงว่าเมื่อไหร่ที่ใจฉันสัมผัสถึง ฉันเป็นต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ และนานวันเข้ามันก็มากพอที่ฉันจะใช้ประโยชน์จากภาพเหล่านั้นมาใช้จัดการกับชีวิตของตัวเอง

คุณเรียกฉันและบอกว่าคุณพร้อมแล้ว ฉันหันมองเรือนร่างกำยำของคุณ มองความอวดดีของลึงค์ของคุณ มองใบหน้าของชายคนหนึ่งและอีกหลายๆ ใบหน้าที่วาดวิมานไว้เสียสวยหรู การสอดใส่ทุกท่วงท่าเร่งเร้าอารมณ์ดิบด้านความเป็นมนุษย์ มนุษย์จึงไม่ต่างจากสัตว์เวลาติดสัดเลยแม้แต่นิดเดียว ความกำหนัดที่มิอาจหักห้ามได้ เห็นได้จากใบหน้าที่ปกปิดไม่มิด ฉันเห็นภาพตรงหน้า ชายตรงหน้าเป็นเหมือนชายคนก่อนหน้าและชายคนก่อนหน้าก็เป็นเหมือนใบหน้าพ่อของฉัน พ่อที่เคยรักฉันมาก เลี้ยงดูฉันแทนแม่มาตั้งแต่เล็ก เกี่ยวก้อยให้สัญญา และความรักมากของพ่อก็ทำให้ฉันแทบคลั่งจนต้องวิ่งหนีออกจากทุกสิ่ง

ฉันเปลือยร่างต่อหน้าคุณ เราต่างยืนเปลือยมองกันและกัน องคชาตของคุณชูชัน คุณเดินเข้าใกล้ฉัน กำลังจะยื่นมือเข้ามาสัมผัส แต่ฉันสั่งห้าม ฉันออกคำสั่งให้เขาคุกเข่า เห่าหอนให้ฉันดู คุณทำหน้าแปลกใจ แต่คุณก็ปฏิบัติตาม เดินสี่ขาเหมือนหมาไปทั่วห้อง เห่าหอนส่งเสียงไปทั่วห้อง ทำท่าหมาฉี่รดผนัง ฉันสั่งอีก คุณมองฉันอย่างฉงน ฉันทำเสียงดุ ทำ คุณปฏิบัติตามอย่างซื่อสัตย์และฉี่รดผนังห้องจริงๆให้ฉันเห็น มานี่ ฉันว่าเสียงดัง ทำลิ้นห้อยๆ แลบออกมาอีก แลบออกมาอีก แลบออกมาเยอะๆ ทำให้เหมือนหมา ฉันออกคำสั่งราวกับว่าฉันเป็นครูฝึกหมาตัวหนึ่งให้เชื่อง

คุณว่าคุณเหนื่อยแล้วและองคชาตของคุณก็หดลง คุณเหนื่อยและไม่ต้องการแล้วใช่ไหม ฉันถาม พอฉันเอ่ยเรื่องนี้ขึ้น ความต้องการทางเพศของคุณก็ตื่นตัวขึ้นมาอีก คราวนี้คุณเว้าวอนร้องขอ เอ่ยชื่อฉันว่าปรารถนา ได้โปรดเถอะปรารถนา อย่าทรมานคุณอีกเลย คุณคร่ำครวญ ฉันถามว่าแค่จับเฉยๆ ไม่สอดใส่ได้ไหม คุณส่ายหัวและยืนกรานเสียงแข็งว่าไม่ คุณว่าคุณต้องการมีอะไรกับฉันไม่ใช่แค่เพียงลูบคลำหรือจับเฉยๆ อย่างที่ฉันว่า คุณทวงถามขึ้น และคล้ายว่าน้ำเสียงนั้นจะตัดพ้อ คุณว่าถ้าฉันไม่อยากมีอะไรกับคุณแล้วฉันมากับคุณที่ห้องทำไม และถ้าฉันไม่อยากมีอะไรกับคุณจริงๆ คุณก็จะขอยอมแพ้และบอกว่าพอแล้ว ไม่เป็นไร คุณจะไม่วิ่งตามฉันอีกต่อไป คุณว่าคุณเหนื่อยแล้ว พูดจบคุณก็คอตกเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต

ฉันยืนเงียบอยู่นาน ก่อนเดินเข้าไปหาและโอบกอด กอดคุณแนบแน่น ฉันไม่มีคำพูดคำอธิบายใด ไม่มีแม้คำบอกรัก บอกความรู้สึก รู้สึกอยากสัมผัสและกอดคุณเท่านั้น จากนั้นคุณก็กอดฉันกลับแน่นขึ้นและจูบปากฉันอย่างใคร่ เถื่อน และดุดัน ก่อนจะพาร่างฉันขึ้นเตียง

แต่ฉันปฏิเสธให้คุณขึ้นคร่อม ฉันเป็นฝ่ายนั่งทับคุณแทน บงการคุณ ซึ่งคุณยอม

 

ขณะฉันปรนเปรออยู่บนร่างคุณ ภาพเก่าก่อนของคนเก่า ภาพพ่ายแพ้ของเขา เสียงจากสายโทรศัพท์ เสียงของเขาที่บอกให้ฉันเปิดหน้าต่างออกมาดูนกกำลังโบยบิน ภาพร่างร่วงกระแทกลงพื้น เสียงผู้คนหวีดร้องและฉันที่ถือโทรศัพท์ค้าง ตกตะลึงกับภาพสะเทือนขวัญบาดตาและติดตรึงอยู่เนิ่นนาน ร่างกายของฉันมันมีค่ามากกว่าชีวิตของเขาขนาดนั้นเชียวหรือ

และตอนนี้เป็นฉันเองที่พ่ายแพ้ พ่ายแพ้ต่อแรงปรารถนาของคุณ ฉันไม่อยากเห็นภาพความตายก่อเกิดขึ้นอีก ฉันควรจะไปจากคุณ ออกเดินทางรอนแรมอีกครั้ง ชีวิตคือการเดินทาง ฉันยังคงคิดเช่นนั้น คุณกำลังหลับลึก กรนสนั่น ฉันเดาว่าคุณคงกำลังฝันดี และคุณจะคิดถึงฉัน เรียกชื่อฉัน…ปรารถนา

เอาละ ก่อนไป ฉันจะขอบางอย่างจากคุณเก็บไว้เป็นที่ระลึก!

บทความก่อนหน้านี้กรินทร์ จิรัจฉริยากูล : นกกระจอกตาล
บทความถัดไปมนัส สัตยารักษ์ : หนทางอยู่รอด ของ ว่าที่ ร.ต.ต. ที่เพิ่งก้าวออกจากโรงเรียน