บ้านเมืองในยุคถูกดิสรัปชั่น โชห่วยหายไปหมดแล้ว?

ปริญญา ตรีน้อยใส

บ้านเมืองถูกดิสรัปชั่น

ฉบับที่แล้ว พาไปมองสถาปัตยกรรม การปฏิบัติวิชาชีพ และโรงเรียนที่สอนวิชาชีพสถาปัตย์ ที่ได้รับผลอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงในโลกดิจิตอล

ฉบับนี้ขอต่อไปยังอาคารและกิจการอื่นบ้าง

เริ่มง่ายๆ จากธนาคาร ที่ธุรกรรมการเงินถูกดิสรัปชั่นอย่างรุนแรง ภาพลักษณ์ธนาคารที่มีเคาน์เตอร์หินยกสูง พนักงานดูเป็นผู้มีอำนาจ เหนือลูกค้าที่ไปขอกู้ยืมเงินมลายหายไป

กลายเป็นว่า พนักงานต้องทำเหมือนอยู่ร้านสะดวกซื้อ ที่คอยถามว่า รับประกันเพิ่มไหมคะ

ส่งผลให้สาขาธนาคารที่เป็นตึกสองสามชั้น ต้องปีนบันไดสูงขึ้นไปติดต่อ กลายเป็นเทวสถานโบราณ ที่ไม่มีใครขึ้นไปใช้

มีแต่สาขาธนาคารในศูนย์การค้า ที่สะดวก ด้วยมีชั่วโมงบริการเหมาะสม หรือเป็นเพียงแค่ตู้ริมทาง ที่ใครจะแวะเวียนไปหาเมื่อไหร่ก็ได้

ผู้บริหารธนาคารก็ไม่รู้จะทำอะไรกับอาคารที่มีอยู่ ยิ่งการออกแบบธนาคารแบบเดิมเน้นให้รูปทรงตามการใช้สอย หรือสร้างภาพลักษณ์มั่งคั่งและมั่นคง เลยกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใช้การปัจจุบันไม่ได้

รูปทรงก็ไม่เหมาะกับภาพลักษณ์ปัจจุบัน

กิจการโรงแรมก็แปรเปลี่ยนไปเช่นกัน มีรูปแบบและการบริการหลากหลายมากขึ้นตามสภาพผู้ใช้บริการ จึงมีตั้งแต่ โรงแรมขนาดใหญ่ มีหลายร้อยห้อง และมีบริการครบครัน หรือโรงแรมขนาดใหญ่ แต่ไม่มีบริการ

โรงแรมส่วนใหญ่ค่อยๆ ลดขนาดและการบริการลง จนเป็นโรงแรมเล็กๆ ไม่มีอะไรนอกจากห้องพัก จนกลายเป็นที่พักแรมห้องเดียว ที่เจ้าของดัดแปลงบ้าน เปิดให้บริการโฮมสเตย์

ทุกวันนี้มีบริการหาที่พักมากมายในอินเตอร์เน็ต จึงทำให้การจอง การติดต่อ แม้แต่การจ่ายเงิน ล้วนกระทำผ่านมือถือ ส่งผลให้เคาน์เตอร์ติดต่อ ห้องผู้จัดการในโรงแรม หมดความจำเป็น บางโรงแรมจึงมีเพียงแค่ตู้ต้อนรับเท่านั้น ห้องอาหาร กลายเป็นสาขาร้านอาหารจานด่วน หรือสาขาร้านกาแฟชื่อดัง มีร้านสะดวกซื้อให้บริการทุกอย่าง รวมทั้งการเช็กอิน เช็กเอาต์

โรงแรมรุ่นเก่า จึงมีปัญหา เมื่อมีพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้สอยเหลือมากมาย กลายเป็นต้นทุนที่ไม่เกิดรายได้

ที่สำคัญ ภาพลักษณ์ไม่ตรงกับจริตผู้พักแรมยุคนี้ ที่จะต้องถ่ายรูปอวดชาวบ้าน

เช่นเดียวกับสถานที่ราชการ เดิมทีนอกจากเป็นที่ทำงานแล้ว ยังต้องเป็นที่เก็บเอกสารราชการ ที่ในยุคสมัยอะนาล็อกนั้น เอกสารราชการเป็นสิ่งสำคัญ ต้องใช้อ้างอิง รับรอง เปรียบเทียบ จึงต้องเก็บรักษาไว้อย่างดี

ทุกวันนี้ แค่บัตรประชาชนใบเดียว ก็ติดต่อได้ทุกเรื่อง คณะรัฐมนตรียังมีมติสั่งการ ไม่ต้องยื่นเอกสารสำเนาอีกต่อไป

เมื่อการติดต่อโดยตรงลดลง นำเอาระบบไอทีเข้ามาใช้แทน ส่งผลให้ข้าราชการที่มีภาระหน้าที่พิมพ์ คัดลอก ทำสำเนา จัดเก็บ รักษา หมดไป ถูกแทนที่ด้วยเครื่องกลแบบใหม่ รวมทั้งเอกสารที่ต้องเก็บ และห้องเก็บเอกสารที่จะสูญหายไป

ต่อไป อาคารราชการจะโล่งว่าง น่าจะสวยงามมากขึ้น ที่สำคัญ จะไม่มีข่าวเหตุเพลิงไหม้ห้องเก็บเอกสารในสถานที่ราชการอีกต่อไป

ทุกวันนี้ ร้านค้าตามห้องแถว โดยเฉพาะร้านโชห่วยหายไปหมดแล้ว มีแต่ร้านสะดวกซื้อเปิดบริการยี่สิบสี่ชั่วโมงมาแทนที่ ร้านหนังสือ ร้านขายยา ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ล้วนโยกย้ายไปหาลูกค้าในศูนย์การค้า ที่มีที่จอดรถสะดวก เดินหาง่าย และเย็นสบาย

เพียงแต่ว่า ทางเท้ายังไม่ได้ว่างหรือกว้างขวางมากขึ้น แม้จะไม่มีการยื่นสินค้าออกมานอกร้านแบบเก่า เพราะว่ามีหาบเร่แผงลอยมาแทนที่ ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านสตรีตฟู้ด ส่งผลให้ถนนหนทางวุ่นวายกว่าเดิม

ในขณะที่บ้านเมืองเราถูกดิสรัปชั่น อาคารสถานที่ต่างๆ เปลี่ยนไป แต่ถนนหนทางกลับเรโทร

ย้อนยุคได้อย่างน่าอัศจรรย์แบบไทยไทย

บทความก่อนหน้านี้สั่งเพิกถอนมติ กสทช. ให้ถอนใบอนุญาตคลื่น’พีซ ทีวี’
บทความถัดไป“แหวน” พยานคดี6ศพวัดปทุมฯ ถาม”หมอพรทิพย์” กระสุนสองนัดในร่างน้องเกดไปไหน