บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ /วาทกรรม ‘ส.ส.ตลาดล่าง’ สะท้อน อนค. ‘ใหม่แค่อายุ’??

นงนุช สิงหเดชะ

บทความพิเศษ/นงนุช สิงหเดชะ

วาทกรรม ‘ส.ส.ตลาดล่าง’

สะท้อน อนค. ‘ใหม่แค่อายุ’??

ดูไปสักพัก คำสบประมาทที่ว่าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นพรรคของเด็กๆ ที่ยังดูดขวดนมคาปาก ส่อเค้าให้เห็นว่าบางทีอาจจะจริงตามนั้น

กรณีที่แสดงให้เห็นว่าสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ยังมีความเป็นเด็กในทางความคิดอยู่มาก ขาดมุมมองหลายมิติก็สืบเนื่องมาจากมีอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคนี้อย่างน้อย 2 คนที่โพสต์ข้อความออกมาแล้วโดนสวนกลับด้วยหมัดน็อก กระทั่งไม่สามารถหาเหตุผลที่ดีกว่ามาหักล้างได้ ไปต่อไม่ได้ ต้องหมอบไพ่และออกมาขอโทษอย่างเดียว

คนแรกเป็นชายหนุ่มอายุน้อยชื่อเล่นเบสท์ ลงสมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขตภาษีเจริญ (แต่สอบตก) ข้อความที่สร้างปัญหาก็คือ “เป็น ส.ส.หรือพระครับ วิ่งรอกงานศพขนาดนั้น” พร้อมติดแฮชแท็ก #ส.ส.ตลาดล่าง

ข้อความนี้จะไม่เป็นปัญหา ถ้าไม่มีแฮชแท็ก “ส.ส.ตลาดล่าง” เพราะนี่คือข้อความดูถูก ส.ส.คนอื่นที่ไปงานบุญ งานบวช งานศพ งานแต่ง ว่าเป็นพวก ส.ส.ตลาดล่าง

ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้แทนของประชาชนที่มีรายได้น้อย อันเป็นคนกลุ่มใหญ่ในสังคมบ้านเรานั่นเอง

 

ทําให้ ส.ส.รุ่นพี่จากพรรคอื่นเรียงแถวออกมาสอนมวย

เช่น นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ที่ระบุว่า “การไปดูถูกวิถีชีวิตของคนชนบทเช่นนั้นไม่น่าใช่วิธีการของคนที่อ้างตัวว่าเป็นคนรุ่นใหม่แบบคุณ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไปร่วมงานศพ บวช แต่งของชาวบ้านทุกงานที่เชิญผม ผมไม่เชื่อว่าพวกเขาหวังเงินใส่ซองเพียงเล็กน้อย เชื่อว่าเขามองผมเสมือนญาติ ที่อยากให้ไปร่วมดีใจและเสียใจกับเขาในโอกาสต่างๆ นี่คือเสน่ห์ของชนบทวิถีที่ไม่อาจสัมผัสได้บนโลกโซเชียลของคุณ”

เช่นเดียวกับนายวัน อยู่บำรุง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ก็ได้เข้ามาแจม โพสต์ข้อความว่า “ผมก็เป็น ส.ส.ตลาดล่างนะครับ #งานเล็กงานใหญ่ผมไปหมด #ใจถึงพึ่งได้”

ส่วนนายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ อดีต ส.ส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย เขียนว่า “นี่เราเป็น ส.ส.ตลาดล่างไปแล้วรึ!! มาถึงวันนี้ก็เพิ่งรู้ว่าคนที่พยายามจะไปให้ครบทุกงานที่พี่น้องประชาชนเชิญมา คือพวกตลาดล่าง!! โอ๊วว!! เพิ่งรู้วันนี้เองว่า ส.ส.ตลาดบนเป็นแบบพวกคุณ ถ้าอย่างนั้นผมก็ขอเป็น ส.ส.ตลาดล่างตลอดไป ถ้าหาเสียงแบบพวกคุณแล้วได้เป็น ส.ส.ตลาดบน ผมก็ขอเป็น ส.ส.สอบตกและเป็น ส.ส.ตลาดล่างที่อยู่กับประชาชนตลอดไป”

นายเบสท์คนนั้นอ้างว่าการจะไปคลุกคลีรับฟังปัญหาชาวบ้านทำได้หลายทาง ไม่จำเป็นต้องไปงานศพ งานบวช งานแต่ง เพราะสิ้นเปลืองเงิน

 

ส่วนอดีตผู้สมัคร ส.ส.หญิง (อายุน้อยและสอบตกเหมือนกัน) เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ของ อนค.อีกคนก็โพสต์ในทำนองเดียวกัน ว่าการที่นักการเมืองนำเงินใส่ซองไปช่วยงานศพ งานบวช งานแต่งของชาวบ้าน เป็นการคอร์รัปชั่น เธออ้างว่านักการเมืองที่ใช้เงินไปในเรื่องพวกนี้สุดท้ายจะถอนทุนคืน

ทำให้มีคนแขวะว่า “แล้วงานแต่งของปิยบุตร (แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค อนค.) มีนักการเมืองไปเต็ม เขาใส่ซองให้หรือเปล่าล่ะ”

อย่างที่ทราบกัน พรรคอนาคตใหม่ขายจุดแข็งเรื่องการเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ และประสบความสำเร็จในการหาเสียงผ่านโซเชียลมีเดีย ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอายุน้อยเป็นวงกว้างโดยลงทุนไม่มาก ไม่ต้องเหนื่อยเดินเท้าหาเสียงมากนัก

อย่างที่ทราบกัน เด็กยุคนี้ ทั้งเจน Y เจน Z เกิดมาในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามาก สมาร์ตโฟนและโซเชียลมีเดียกลายเป็นอวัยวะสำคัญที่ขาดไม่ได้ พวกเขานึกไม่ออกว่าถ้าขาดอินเตอร์เน็ตชีวิตจะอยู่อย่างไร ผลก็คือพวกเขาไม่ค่อยให้ความสำคัญในการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์แบบเห็นหน้ากันจริงๆ จึงเป็นที่มาของการไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องไปงานศพ งานบวช งานแต่ง ของใครต่อใคร

ก็ยังดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ออกมาขอโทษแทนลูกพรรค แต่ว่าไปแล้วการที่เด็ก อนค.สองคนนั้นมีแนวคิดต่อต้านวัฒนธรรม ประเพณีไทย ตลอดจนการพูดแบบไม่รู้กาลเทศะก็มีสาเหตุมาจากต้นแบบอย่างนายธนาธร ที่ก่อนหน้านี้เคยเสนอแนวคิดยกเลิกการไหว้ครู อ้างว่าล้าหลัง อำนาจนิยม หรือให้ยกเลิกการเรียกใครว่าพี่ ป้า น้า อา ให้ใช้คำว่าคุณ กับผม หรือดิฉันก็พอแล้วเพื่อแสดงถึงความเท่าเทียม

 

ตัวอย่างที่แย่สุด ใหม่หมาดที่แสดงให้เห็นถึงการไม่รู้จักกาลเทศะและอารยธรรมของมนุษย์ก็คือ การที่นายธนาธรไปร่วมสัมมนาในงานหนึ่งเรื่องรัฐสวัสดิการ แล้วไปพาดพิงว่าระบบเปรมทำให้รัฐสวัสดิการเกิดไม่ได้ เป็นการพูดทั้งที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพิ่งถึงแก่อสัญกรรมเพียง 2 วัน และทุกคนยังอยู่ในระหว่างการไว้อาลัย

มีนักวิชาการบางคน (ที่ไม่รู้จักกาลเทศะและมารยาทของมนุษย์อีหรอบเดียวกัน) ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กแก้ต่างแทนนายธนาธรแบบอวยสุดๆ ว่า ไม่ได้พูดถึงตัวบุคคล แต่พูดถึงตัวระบบและเป็นการพูดเชิงวิชาการ

แต่ไม่ว่าจะแก้ตัวอย่างไร จะพูดถึงคนหรือถึงระบบ ก็มีความหมายเดียวกันคือหมายถึง พล.อ.เปรม ซึ่งไม่สมควรที่จะปฏิบัติต่อผู้เพิ่งวายชนม์ที่ได้รับการยกย่องว่ามีคุณูปการต่อแผ่นดินเช่นนั้น

ในวันนั้นไม่มีความจำเป็นที่นายธนาธรจะต้องพาดพิง พล.อ.เปรมในแง่ร้าย การไปพาดพิงว่าระบบเปรมทำให้รัฐสวัสดิการเกิดไม่ได้ เป็นการกล่าวหาด้วยอคติ เพราะไม่ได้มีอะไรมาพิสูจน์ และก็สะท้อนว่าเจ้าตัวไม่ชอบ พล.อ.เปรมเป็นการส่วนตัว เห็นได้จากสรรพนามที่เรียก พล.อ.เปรม ว่า “คุณเปรม” คือพยายามแสดงออกถึงการไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติ

เทียบกันแล้ว คนอายุน้อยอย่างนายธนาธร (และพวกยุวชนส้มทั้งหมด) ยังไม่ได้ contribute อะไรต่อประเทศชาติมากเท่า พล.อ.เปรม หรือผู้อาวุโสทั้งหลายที่มีคุณูปการต่อชาติ (หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง) มาก่อนหน้านี้ ดังนั้น ควรให้เกียรติและนึกถึงบุญคุณของคนรุ่นก่อนหน้าบ้าง

ข้อสรุปที่เหมาะสมสำหรับพรรคอนาคตใหม่ (ที่อ้างว่าเป็นพรรคคนรุ่นใหม่ที่จะมาเปลี่ยนแปลงประเทศ) ไม่ผิดนักที่จะบอกว่า “ใหม่แค่อายุ”

บทความก่อนหน้านี้การ์ตูนโกหน่อง/พฤติกรรม (หมาๆ) เดิมๆ
บทความถัดไปกวีกระวาด/เถิด, ท่านผู้นำ