ใส่บ่าแบกหาม / พรพิมล ลิ่มเจริญ/ Someone Great

พรพิมล ลิ้มเจริญ

ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ

Someone Great

 

เธอจ๊ะ

Someone Great ชื่อไม่น่าเป็นชื่อหนังเลยนิ ดูธรรมดามาก ไม่ชวนดูเอาเสียเลย แต่ฉันอยากรู้อยากเห็นไง ว่า Someone Great ที่ว่านี้คือใคร?

Someone Great เขาว่าเขาเป็นหนังแนวโรแมนติกคอ,เมดี้ เป็นเรื่องราวของสาวสามคนอายุใกล้สามสิบแล้วที่เป็นเพื่อนรักกัน เผชิญชีวิตในอุปสรรคที่มีรูปแบบต่างๆ กัน

แต่บอกตรงๆ ฉันก็ไม่ทันได้ขำนะ เพราะเขาเป็นเพื่อนสาวที่พูดคำหยาบคายใส่กันตลอดเวลา F-Word เดี๋ยวๆ มา เดี๋ยวๆ มา หูชาไปหมด

มาถี่ขนาดว่า ถ้าหนังเรื่องนี้มาฉายทางโทรทัศน์ช่องสาธารณะ เราคงได้ยินเสียงตู๊ดๆๆ ที่เขาใช้มาดูดเสียงคำหยาบคาย พาoจะฟังไม่เข้าใจว่าบทสนทนาเขาพูดเรื่องอะไรกัน

คำหยาบคายนำมาใช้แสดงความสนิทสนมกลมเกลียวอีกแล้วสินะ หรือเขาจะใช้แสดงความเป็นสาวสมัยใหม่

ฉันว่าไม่เข้าท่า เสียอรรถรสไปเยอะ

 

สโลแกนหนังเขาว่า

Life is about growing up, turning up, and moving on.

ชีวิตมันเป็นเรื่องของการเติบโต พบเจอสิ่งไม่คาดคิด และก้าวข้ามผ่านให้ชีวิตดำเนินไป

grow up คือ เติบโตเป็นผู้ใหญ่ แบบสาวสามคนนี้ จะลาจากอายุ 20 ไปสู่ 30 แล้ว ถึงเวลาต้องเป็นโล้เป็นพายให้ได้แล้วสิ

turn up ใช้อธิบายเวลาที่บางสิ่งบางอย่างมันเกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิด บางทีมันก็เป็นเหตุการณ์ บางทีมันก็เป็นโอกาส เราก็ต้องรู้จักรับมือ อย่างเช่น เราพูดกันบ่อยๆ ว่า Something will turn up. หรือไม่ก็ A new job will turn up soon.

move on คือ เวลาเราอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ พอถึงเวลาต้องเคลื่อนย้าย เราต้องออกจากจุดนั้นและไปต่อไป

เรื่องก็เริ่มที่ Jenny เป็นคนแรก

 

เจนนี่ได้งานทำ แต่ต้องจำใจจากมหานครนิวยอร์ก เพราะงานที่ฝันใฝ่มานานแสนนานนั้นอยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโก ที่อยู่อีกฝั่งมหาสมุทร คนละฟากกันเลยกับที่อยู่ปัจจุบัน งานที่ว่านั้นนั่นก็คือไปเขียนข่าววงการดนตรีให้กับนิตยสารโรลลิ่งสโตน ก็น่าไปสินะ

แต่เจนนี่มีแฟน รักกันมานาน

วันนั้นจึงมาถึง

Me and my man broke up,

of nine years.

No big deal.

ฉันกับแฟนเลิกกันแล้ว

9 ปีเชียวนะ

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ไม่ใช่เรื่องใหญ่สินะ เชื่อได้ไหม น้ำตาคลอตาตลอดเวลาขนาดนั้น เพียงแค่เอ่ยปากเล่าให้เพื่อนฟังไม่กี่คำ เสียงก็สั่นเครือมากแล้ว

I’m moving to San Francisco,

’cause I got my dream job.

ฉันกำลังจะย้ายไปซานฟรานซิสโก

เพราะได้งานทำในฝัน

น้ำเสียงช่างเฉยชา ไม่ได้มีความกระตือรือร้นแฝงอยู่ในนั้นแม้แต่น้อย

Erin สังเกตเห็นเป็นคนแรก ชวน Blair ว่า เราสองคนต้องอยู่เป็นเพื่อนเจนนี่ในวันนี้

I’m presenting my Instagram strategy today,

and I can’t miss the hashtag roll-out.

วันนี้ฉันต้องนำเสนอกลยุทธ์อินสตาแกรม

พลาดปล่อยแฮชแท็กไม่ได้หรอก

roll out ในที่นี้เป็นศัพท์ทางการตลาด หมายถึง การเปิดหรือปล่อยตัวสินค้าหรือบริการสู่ตลาดเป็นครั้งแรก

อ้าว! แบลร์!! ไหงเป็นคนแบบนี้ ทำไมเห็นงานสำคัญกว่าเพื่อนรักที่เพิ่งเลิกกับแฟนชายผู้เป็นที่รักเป็นนักเป็นหนาไปเมื่อคืนนี้เอง!

 

เจนนี่อยากไปเที่ยวคลับชื่อ Neon Classic คืนนี้ที่นั่นมีการแสดง เจนนี่อยากดู (แต่ที่จริงไม่ใช่ดอก อยากไปเจอหน้าแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกไปนั่นแหละ นางรู้ว่าเขาต้องไป)

เรื่องสำคัญคือ ต้องหาทางเข้าไปงาน ซึ่งไม่น่ายากสิ เราอยู่ในสายสื่อมวลชน

The list for Neon Classic is tapped out.

รายชื่อคนเข้างานนีออนคลาสสิคเต็มแล้ว

tapped out ใช้กับลิสต์รายชื่อแขกเข้างาน หมายถึงมันเต็มมันล้น

ถ้าใช้แบบ We’re tapped out. หมายความว่า เงินหมด อันเกิดจากการใช้จ่ายไปจนหมดสิ้นไม่เหลือหลอ แต่บางทีก็แปลว่า เหนื่อยมาก หมดเรี่ยวหมดแรงก็ได้ แต่ในที่นี้ ไม่ได้พูดถึงคน พูดถึงชื่อแขกที่เขาเชิญ

แอรินเพื่อนรักก็พยายามหนักหนาที่จะเป็นกำลังใจให้เพื่อน แต่ที่จริงก็ทำเพื่อจะได้แอบลืมเรื่องราวของตนเอง แอรินเป็นหญิงผิวสี มีแฟนสาวใหญ่เป็นหญิงผิวสีเหมือนกัน แต่ความสัมพันธ์ไม่คืบหน้าไปไหน เพราะแอรินแอบกลัว ด้วยว่าเป็นคนมีประเด็นด้านความสัมพันธ์

อยู่กับเจนนี่ไปไม่เท่าไหร่ แอรินก็ตระหนักว่า ทำคนเดียวไม่ไหวแล้วงานนี้ เจนนี่เพื่อนรักอาการหนักหนากว่าที่คาดไว้ และบัตรเข้างานต้องใช้พลังเครือข่าย ก็งานจะมีขึ้นก็คืนนี้แล้ว

We need all hands on deck.

We’re gonna go to Blair’s office,

and tell them that her mom died

so she can leave.

ทุกคนต้องมาช่วยกัน

 

all hands on deck เป็นสำนวน หมายถึง ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องมาร่วมด้วยช่วยกันอย่างด่วน สำนวนนี้มีความด่วนอยู่ในนั้น อันนี้เป็นสำนวนอเมริกัน แต่ถ้าเป็นสำนวนอังกฤษ เขาจะใช้ all hands to the pumps เดาได้ว่าสำนวนนี้ต้องมาจากเหล่ากะลาสีเรือ

ว่าแล้ว เจนนี่กับแอรินก็บุกไปที่ทำงานของแบลร์เพื่อนรัก และพาเพื่อนหนีงานออกมาได้อย่างสวยงาม

สามสาวใช้เวลาหนึ่งวันอยู่ด้วยกัน ทั้งต้องหาบัตรไปงาน ต้องหาเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่ไปงานนั้นด้วยอีก ทำให้ความลับที่สามสาวยังคงเก็บไว้ไม่บอกเพื่อน ไม่สามารถเก็บไว้ได้อีกต่อไป

Go, tell me all your secrets!

Spill the tea.

บอกความลับมาให้หมด

เมาธ์มาเลย

Spill the tea. เป็นสำนวน ใช้พูดเวลาอยากให้คนอื่นๆ เมาธ์ หรือซุบซิบให้เราฟัง

ในตำราหนึ่งเขาว่าจริงๆ มาจาก Spill the T. อันเป็นตัวย่อของ truth ที่มีนัยยะถึงความจริงที่แอบซ่อนไว้ และความจริงที่แอบซ่อนไว้จะเปิดเผยออกมาก็มักจะต้องผ่านการเมาธ์กันหรือซุบซิบนั่นเอง

หนังเขาใช้กลวิธี flashback ย้อนภาพความรักของเจนนี่กับแฟนหนุ่ม เดินไปแห่งหนไหนก็จะรำลึกได้สมัยเรายังรักกัน รำลึกได้ตอนเรานิสัยเสียใส่แฟน รำลึกได้ตอนเราอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง รำลึกได้ว่าวันนี้ที่มาถึงมันมีสาเหตุไม่ใช่เหตุสุดวิสัย และสุดท้าย ก็รำลึกได้ว่าความฝันของเราก็สำคัญอยู่ดี

I’m sorry about San Francisco.

I can’t turn down this opportunity,

but we can try long distance.

ฉันเสียใจเรื่องซานฟรานสซิสโก

ฉันบอกปัดโอกาสไม่ได้

แต่เราลองคบกันแบบทางไกลได้นะ

เจนนี่หมายถึง long distance relationship แฟนหนุ่มนั้นแกว่าไม่ได้

ชอบหนังเรื่องนี้ก็ตรงนี้ ที่ให้ความสำคัญกับชีวิตและความฝันของเรา เมื่อถึงคราวมันมีทางเป็นจริงขึ้นมาได้ มันต้องได้เป็น เราต้องไม่ยอมให้แม้ความรักมาขวางทางชีวิต แนวคิดนี้ดีงาม ฉันสนับสนุนสุดตัว

ฉันเอง

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ/ คลองเชื่อมแม่กลอง-ท่าจีน เส้นทางการค้านับพันปีมาแล้ว
บทความถัดไปภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์ /GODZILLA : KING OF THE MONSTERS