ยุค “หลัง” มาตรา 44

การกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี รอบที่ 2

ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น

ในฝั่งฟากที่ให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ พากัน “ตาเขียวปั้ด” ตามๆ กัน

เมื่อมีใครหรือกลุ่มการเมืองใด กล่าวหาว่านายกฯ และรัฐบาลใหม่เป็นเผด็จการ หรือสืบทอดมาจากคณะรัฐประหาร

คำตอบโต้ที่ได้ยินจนชินหูจากฝ่ายสนับสนุนตอนนี้ก็คือ

พล.อ.ประยุทธ์มาตามรัฐธรรมนูญอันถูกต้อง

ถือว่าเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยอันสมบูรณ์แล้ว

จะมากล่าวหาว่าเป็นเผด็จการเหมือนเดิมไม่ได้

หลายคนได้ยินแล้ว พยายามจะเชื่อตามนั้น

แต่ก็มากด้วยความตะขิดตะขวงใจ

ด้วยเพราะในท่ามกลางข้อกล่าวอ้างเป็น “ประชาธิปไตย” นั้น

สังคมกลับได้เห็น “ปฏิบัติการมืด” ของคนบางกลุ่มบางเหล่า

กระทำรุนแรงต่อนักกิจกรรมทางการเมือง บ่อยครั้งขึ้น อย่างผิดสังเกต

จนเกิดคำถามขึ้นว่า ขณะที่การรัฐประหารคลี่คลายไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างที่ว่า

แต่ไฉนการลอบทำร้ายต่อฝ่ายไม่เอาการรัฐประหาร จึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

และทวีความรุนแรงขึ้น

มีใครห่วงใย แบบ “เหาะเหินกรุงลงกา” หรือไม่

กล่าวคือ อาจมีคน กลุ่มคน หรือบางหน่วยงาน

เกิดปริวิตกว่า ทันทีที่มีนายกฯ ใหม่ ครม.ใหม่

สิ่งที่จะหายไปด้วยก็คือ “อำนาจเหล็ก” ตามมาตรา 44 ที่จะคอยกำราบฝ่ายตรงข้ามให้ “สงบราบคาบ”

ด้วยเหตุนี้ จึงอาจจะวิตกกังวลว่า ฝ่ายตรงข้ามจะฮึกห้าวเหิมหาญ

“ลองของ” ออกมาเล่นการเมืองในถนน เขย่ารัฐบาลมากขึ้น

เลยชิงโชว์ “พาว” ล่วงหน้า

ด้วยการระดมเอามือ เท้า ไม้ ไปไล่ตี ไล่ทำร้ายฝ่ายตรงข้าม

แบบ “ตัดไฟเสียแต่ต้นลม”

เราจึงเห็นภาพการทำร้ายนักกิจกรรมทางการเมือง อย่างอุกอาจกลางเมือง

ซึ่งคงน่าจะเศร้าใจ

หากวันข้างหน้าจะรุนแรงมากกว่าการทำร้ายร่างกาย

นำไปสู่การลอบสังหารด้วยปืนหรือระเบิด

สิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะยังไม่ถึงขั้นเหตุการณ์ก่อน 6 ตุลาคม 2519

แต่ภาพของ ดร.บุญสนอง บุณโยทยาน เลขาธิการพรรคสังคมนิยมแห่งประเทศไทย

รวมถึงผู้นำชาวนา กรรมกร นิสิต-นักศึกษา และนักการเมืองหัวก้าวหน้า ที่ถูกลอบสังหารไปจำนวนมาก

ผุดขึ้นมาหลอกหลอนอีกครั้ง

จากที่ในวันนี้เราได้เห็นภาพของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ “จ่านิว” นายเอกชัย หงส์กังวาน นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง

ถูกกระทำรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

นี่ยังไม่รวมปฏิบัติการลับๆ ในประเทศเพื่อนบ้านของเราอีก

เรากำลังจะมีนายกฯ และรัฐบาล ที่อ้างว่ามาจากประชาธิปไตย

แต่จะมีประโยชน์อะไร

เมื่อในอีกมุมหนึ่งของสังคม

มีความรุนแรงทวีขึ้น

อันเป็นผลจากการเมืองมืด โดยคน กลุ่มคน หรือหน่วยงานบางหน่วยงาน

ที่เชื่อว่า อาณาจักรแห่งความกลัว

คือคำตอบของความสงบราบคาบ!

บทความก่อนหน้านี้‘ศรีวราห์’ พอใจระดับหนึ่ง ‘คดีเปรมชัย’ มั่นใจหลักฐานตร.รัดกุม
บทความถัดไปรองโฆษกอัยการเผยเตรียมคัดคำพิพากษาจำคุก’เปรมชัย’ส่งอัยการศาลสูงภาค7 พิจารณายื่นอุทธรณ์