การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์ : ทวีปที่สาบสูญ ความฝันของเราสองคน

การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์[email protected]

เพียงบัวลูกรัก

แม่ขอเขียนจดหมายมาถึงลูกอีกฉบับหนึ่ง ด้วยความขอบใจที่ลูกได้ส่งหนังสือเล่มพิเศษให้แม่ด้วย

แม่เคยอ่านผลงานของนักกลอนคนนี้นานมาแล้ว มีบทกลอนที่แม่ประทับใจมาก แต่ก็จำได้เป็นบางตอนเท่านั้น ไม่น่าเชื่อเลยลูกจะค้นหาหนังสือมาให้แม่ได้ ทำให้แม่ได้อ่านบทใหม่ๆ ของเขาอีกด้วย ขอขอบใจลูกอีกครั้งอย่างสุดซึ้ง

แล้วหนังสือที่ลูกส่งมาให้แม่ ได้เห็นชื่อว่า “หลายอารมณ์” แม่ก็นึกประทับใจขึ้นมาทันที มันเหมือนกับจิตใจของแม่เช่นเดียวกัน ความรู้สึกของแม่ไม่มีใครจะเข้าใจได้แท้จริงหรอก แต่แม่จะขอบอกให้ลูกฟัง

แม่มีความซาบซึ้งใจกับบทกลอนหลายๆ บท ตอนที่ได้อ่านจากหนังสือ แต่ทุกบทก็มีความแตกต่างกันไป หลายอารมณ์เหมือนจิตใจของแม่นี่เอง

ที่น่าดีใจมาก คือในเล่มที่ลูกส่งมาให้แม่นี้ มีบทกลอนที่แม่ผูกใจจดจำอยู่ด้วย แม่จึงขอคัดมาให้ลูกอ่านด้วยอีกครั้ง

…แม้มิได้เป็นมหาสมุทรกว้าง

ขอเป็นอย่างทะเลก็พอใจฉัน

แม้มิได้เป็นเหมือนดวงตะวัน

ขอเป็นจันทร์เจิดแจ่มแอร่มดู

แม้มิได้เป็นต้นไทรระหง

ขอเป็นพงอ้อเอนระเนนหรู

แม้มิได้เป็นกลีบกุหลาบชู

ขอเป็นอยู่อย่างพยอมกลิ่นหอมทน

แม้มิได้เป็นอินทรีที่ผยอง

ขอเป็นเพียงแร้งลำพองครองกุศาล

แม้มิได้เป็นสิงห์หยิ่งคำรณ

ขอเป็นแมวคอยด้นค้นหนูไป

แม้มิได้เป็นสายฝนชายฉ่ำ

ขอเป็นน้ำค้างหยดลงสดใส

แม้มิได้เป็นเมืองเรืองวิไล

ขอเป็นบ้านปลูกในพนาลี…

แม่มีใจรักกลอนบทนี้อย่างที่สุด เพราะมันช่างตรงกับจิตใจของแม่ ตลอดชีวิตของแม่นั้นไม่มีโอกาสทำตามความฝันของตัวเองสักเท่าไหร่ แต่แม่ก็ตั้งใจจะอยู่อย่างเจียมตน แล้วทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในชีวิตการเป็นคนของแม่

 

เพียงบัวลูกรักอีกคนหนึ่งของพ่อ

ลูกคงได้อ่านจดหมายจากแม่แล้ว ซึ่งเขาได้เขียนรำพันความในใจมาให้ลูกได้อ่าน พ่อจึงอยากจะเขียนกลอนมาให้ลูกอ่านบ้าง ถึงแม้ว่าพ่อจะไม่ได้แต่งเก่งอย่างนักเขียนที่แม่เขาชอบ แต่พ่อก็เขียนจากใจจริงๆ ของพ่อให้กับลูก ก็หวังว่ามันจะไม่ด้อยค่าไปกว่ากัน

…แสงสุรีย์ที่ขอบฟ้าเพลาค่ำ

เป็นลำนำมีหมู่นกวิหคเหิน

ที่บ้านนาท้องฟ้าช่างงามเหลือเกิน

หากได้เดินจูงมือกันมันต้องดี

จะพาไปชมทุ่งข้าวและสาวสวย

มีควายด้วยกับผีเสื้องามเหลือที่

แมลงปอก็โบยบินอย่างยินดี

ถ้าลูกมาที่นี่จะสุขใจ

ทุกทุกคนรอคอยจะได้พบ

ช่วยกันลบอดีตกาลวาดวันใหม่

แม้ลูกเหนื่อยอ่อนล้าเวลาใด

มาซบได้ตักพ่อแม่พร้อมแน่นอน

 

คนเดินทางคะ…

ได้อ่านจดหมายของพ่อกับแม่ น้ำตาไหลเลยค่ะ ความรู้สึกมันอบอุ่น เหมือนยังรู้ว่าเรายังมีใครอยู่บ้าง (กับป้า เขาให้ฉันได้แค่สิ่งของกับเงิน) หากใครถามว่าพ่อแม่ชื่ออะไรจะตอบได้ว่า ชื่อนายชุม กับนางจินดา มีจดหมายจากพ่อกับแม่มา มันเป็นความรู้สึกอบอุ่นมาก ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีวันนี้

ทำใจนานแล้ว…ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยใช้คำว่าพ่อจากปากเลยค่ะ ไม่เคยเรียกใครเลย แล้วไม่คิดว่าจะได้เรียกด้วย

เคยนะคะ อยากมีพ่อตอนที่น้าปอน พิบูลศักดิ์ เขียนถึงลูกเขา…มันงดงามมากค่ะ ดีนะคะ ฉันอยากมีแม่ชอบอ่านหนังสือเหมือนแม่จินดา…ฉันจะได้คุยกับแม่ หาหนังสือให้แม่อ่าน อ่านแล้วก็มานั่งคุยกันถึงเรื่องราวในหนังสือ (วิจารณ์กัน) กับแม่จริงๆ ฉันก็แค่ฝัน ฝันอย่างแห้งแล้ง…

แม่ฉันไม่เคยชอบอ่านหนังสือ จะดูก็แต่หนังสือแฟชั่น หาชุดตัดเสื้อ ฉันเกลียด ไม่ชอบเลย ฉันไม่ชอบคนฟุ้งเฟ้อ สำอาง ตีนไม่ติดดิน จะทำอะไรก็หวาย! ทำไม่เป็น (พูดมาก่อน ทั้งที่ยังไม่ทำเลย) คนอื่นทำได้ เราต้องทำได้ซิ มีสมอง มีมือ ตีนติดดิน สมองติดฟ้าซี เป็นคน…

ฉันคงมีความสุขมาก หากได้เป็นคนหาหนังสือให้แม่อ่าน คนเดินทาง คงไม่นานจะถึงวันนั้นใช่ไหม?

“แม่อ่านเล่มนี้ซีคะ ดีมากเลย” ฉันอยากใช้คำนี้เร็วๆ จัง ฉันกับแม่ชอบพิบูลศักดิ์เหมือนกันเลยนะคะ คงคุยกันได้ยาวแน่ๆ…เธอหาบ้านดวงใจในวัยหวานให้แม่อ่านด้วยนะคะ

 

เพียงบัวลูกรัก

แม่ขอเขียนบทกลอนของ “ธาร ธาราทิพย์” ที่แม่ชอบมาอีก 1 บท เพื่อให้ลูกรู้ว่าอารมณ์ของแม่ในวันนี้เป็นอย่างไร

…เพราะ ใจรักแมกไม้ เมืองพนา

ขอบ โขดเนินแนวผา เพียบพร้อม

ฟ้า ใส หมู่เมฆา เคียงเกลื่อน

กว้าง กว่าขอบเขตล้อม ร่มรั้วเงินตรา…

 

คนเดินทางคะ

เรื่องฉันจะไปอยู่เหนือ ฉันบอกใครๆ หมดแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกป้า แต่เขาคงให้ไปค่ะ เพราะเขาคงอยากดูเหมือนกัน ไม่มีเขาแล้ว เราจะเอาตัวรอดไหม คงอยากดูน้ำหน้าเราว่าจะทนความลำบากได้ไหม อะไรเทือกนี้แหละค่ะ

แต่งานฤดูหนาวที่จังหวัดนี่ ฉันยังต้องอยู่ช่วยป้าขายของค่ะ (พวกเครื่องสำอาง) คงต่อไปถึงกลางมกราน่ะค่ะถึงเสร็จ แต่จะลองพูดกับเขาดูค่ะ ถ้าได้ ฉันก็จะไปปลายธันว์นะคะ…

หลายคืนก่อนโทร.ไปหาพี่แวว บอกว่าฉันจะไปอยู่เหนือแล้วนะ ทำไร่ พี่แววบอกจะไปเยี่ยม…พี่แววดีมากค่ะ น่ารักตัวเล็ก เหมือนพี่ก้าวนั่นล่ะ ใส่แว่น ผมยาว ขี้ใจน้อยนิดนึง น่าถนอม รักพี่แววมากเลย เธอเขียนจดหมายไปหาซิคะ ที่แฟลตที่เคยใช้เป็นที่อยู่พี่ก้าวนั่นล่ะ

จะว่าไปฉันนี่โชคดีมากค่ะในเรื่องเพื่อน คือมีแต่เพื่อนดีๆ ทั้งนั้นเลย มีความสุขมากกับการรอคอยจดหมายจากเพื่อน…คนดีทั้งนั้นที่ฉันได้รู้จัก ชีวิตไม่อันลัคกี้เสมอไปจริงนะคะ ได้รู้จักพี่ก้าว พี่แวว (อยากให้เธอรู้จักอีกคน เพื่อนพี่ก้าว) พี่แจ๋ว พี่แปม ฯลฯ ทุกคนแสนดีทั้งนั้นค่ะ…เวลาที่ฝันเราเป็นจริง ฉันจะชวนเขาขึ้นมาเยี่ยมเรานะคะ

ฉันฝันนะคะ ทำไร่เสร็จ…ช่วงเมษายน ฉันจะพาเธอลงมาเยี่ยมพี่แวว…กับเพื่อนๆ ที่กรุงเทพฯ แล้วก็กลับขึ้นไป…

พี่แววทำงานอยู่กอง บก.นิตยสารแก้วค่ะ ฉันรักพี่แววมาก อยากให้เธอรู้จักจัง พี่แววมีอะไรน่ารักเสมอ เวลางอนจะเงียบ โทร.ไปหาก็ทำเสียงงึมงำๆ ตอนดึกก็พิมพ์ดีดนิยายก๊อกแก๊กๆ ฉันนอนฟังเพลินเลย

เคยไปอยู่กับพี่แววช่วงหนึ่ง พี่ก้าวพาไปฝากไว้ค่ะ ตอนทำหนังสือ ช่วงนั้นดีมาก ตอนเช้าไปเจอพี่ก้าวกับพี่ตรังค์ที่วัยหวาน ตอนกลับก็ไปแยกกันขึ้นรถที่สนามหลวง แล้วไม่พี่ก้าวก็พี่ตรังค์จะโทร.มาถามที่แฟลต บัวกลับถึงหรือยัง…อบอุ่นมากค่ะ…พี่แววก็จะอำ ใครบัว ที่ไม่มีคนชื่อเพียงบัว

คือฉันชอบขึ้นรถผิดสายน่ะเธอ เขากลัวกลับบ้านไม่ได้

 

คนเดินทางที่คิดถึงทุกวัน

กับแม่ไม่ต้องพูดถึงค่ะ คนละทางกันนานแล้ว ไม่เคยรู้หรอกว่าความรักของแม่ของพ่อนี้อย่างไง อุ่นหวานแค่ไหนไม่เคยรู้เลยค่ะ ชีวิตก็เลยเหมือนคนที่ขาดความรักไม่ได้ตลอดเวลา โหยหาอยู่เสมอ ทั้งที่รู้ว่าเก้อก็ยังทำ

เกี่ยวกับป้าของฉัน…จริงๆ แล้วป้าเขาตามใจฉันมากค่ะ อยากทำอะไรเขาก็ให้ทำไม่ว่า…ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าป้าเขายอมรับในสภาพของฉันแล้ว…แทบทุกคนทางบ้านด้วย ฉันทำอะไรเขาไม่เคยว่าหรอก อย่างอยู่ในห้องทั้งวัน…คงทำใจแหละมั้งคะ นี่แหละ ไอ้บัวมันล่ะ อะไรอย่างนี้ …เขาคงรักฉันแหละค่ะป้าคนนี้ เพราะเป็นญาติคนเดียวที่ฉันอยู่กับเขาได้นานที่สุด…

เขาพยายามนะคะ ทุกวันนี้ พยายามจะหาอะไรมาผูกมัดฉันไว้ที่บ้าน หาอันนู้นอันนี้มาให้ทำเรื่อย แต่ลองมันไม่ชอบก็ไม่สำเร็จหรอกค่ะ คงมีแต่หนังสือที่ฉันจะอยู่กับมันนานๆ ได้…แล้วก็ทำอะไรสักอย่างก็ได้ ที่เป็นทางให้ไปสู่ความหวัง (อย่างทำไร่) คือทำแล้วรู้ว่ามีความหวังความสำเร็จรออยู่นี่ มีกำลังใจที่จะทำ…

แต่ที่ป้าให้ทำเขาแค่ไม่อยากให้เราว่าง ก็แค่นั้นละ ไม่มีจุดหมายอะไรเลย ทำไปวันๆ จนถึงวันเราแต่งงาน แยกจากเขาไป เขาก็คงคิดแค่นั้นแหละค่ะ…ไม่มีอะไรกว่านี้แล้ว ลูกเขาก็จะโตขึ้นมาทุกๆ วัน…เขาคงไม่เห็นหลานดีกว่าลูกหรอกค่ะ ความจริงป้าคนนี้ก็ไม่ใช่ป้าแท้ๆ นะคะ เป็นคนที่แม่มาฝากฉันเอาไว้

ใจจริงรักเขาเหมือนกัน มากกว่าแม่อีกค่ะ สงสารเขาด้วย วันๆ เขาวิ่งวนตลอด ติดกับดักสังคมแล้วค่ะ เคยบอกเขาหยุดบ้างไม่ได้เหรอ หยุดสักพัก แต่เขาก็ไม่หยุดค่ะ ชีวิตเขามีแต่ความร้อนรน จมอยู่แต่กับคำว่าเงินตรา เหนื่อยแทนเขา แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไง…

ความสุขของป้าอยู่แค่ละครทีวีหน้าจอ หลังข่าวจบ แค่นั้นแหละ แต่ป้าเป็นคนใจดีค่ะ เรื่องเงินนี่ไม่ขี้เหนียวเลย เขาทำเพื่อให้คนอื่นใช้ค่ะ ลูกชายเล็กๆ อยู่ 4-5 ขวบ ป้าตามใจมาก ใช้เงินวันนึงเกือบร้อย…ตอนนี้ก็เลยสมน้ำหน้าป้าค่ะ คือไม่รู้จักสอนลูกให้รู้ค่าเงินเลย หยิบได้ตามใจ…แล้วก็มานั่งบ่น มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ไม่แก้ที่ต้นตอ แล้วก็มานั่งพ้อ…คร่ำครวญ

รักเขาค่ะ สงสารด้วย ป้าไม่ค่อยรู้เรื่องราวทั่วไปนะคะ

อย่างที่บ้านป้าเขาเป็นตัวแทนขายเครื่องสำอางเอวอนน่ะค่ะ ขายเยอะด้วย สั่งที 3-4 หมื่น เขาไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับตัวสินค้าน่ะค่ะ ฉันก็ต้องทำหน้าที่แทนเขาเวลาสั่งของ เขาก็บอกจำนวนมา…ก็เลยห่วง เวลาเราไปเขาจะมีใครช่วยหรอก…ลุงนั้นไม่ยุ่งด้วยหรอกค่ะ อายุ 40 แล้วยังฟุ้งเฟ้ออยู่เลย

ทุกสิ่งทุกอย่างป้าคนเดียวค่ะในบ้าน

 

คนเดินทางที่รัก

ฉันเขียนจดหมายถึงเธอตั้งหลายหน้า เพราะอยากจะเขียนทุกคืนทุกวัน เธอก็ชอบเขียนจดหมายถึงฉันใช่ไหมคะ ฉันมีความสุขที่ได้อ่านจดหมายของเธอและของพ่อกับแม่

พ่อแม่ของเรา…ฝากกราบเท้าพ่อกับแม่ด้วย ฉันอ่านจดหมายของพ่อกับแม่อย่างน้ำตาซึม เพราะความอบอุ่นในใจเหลือเกิน

ที่นี่ฉันไม่มีเพื่อนหรอกค่ะ มีก็แค่คนรู้จักและหวังผลประโยชน์จากเราทั้งนั้น…เพื่อนดีๆ ของฉันเป็นเพื่อนทางจดหมายทั้งหมดเลย มีอ้ายคนหนึ่งนะคะ เป็นคนเชียงใหม่ แต่อยู่ลำปาง ส่งหนังสือมาให้อ่านมิได้ขาดเลย รักเธอมากค่ะ แต่ยังไม่เคยเจอ แต่คงได้เจออีกไม่นาน อีกคนเป็นคนใต้อยู่เชียงใหม่ ตอนกลับลพบุรีฉันก็โทร.ไปหาเธอ ทำงานเกี่ยวกับการพิทักษ์สิทธิมนุษยชนที่ภาคเหนือ ซื้อหนังสือส่งมาให้เสมอ…ปีใหม่ฉันคงได้เจอเขาเช่นกัน

อ้อ เมื่อคืนวาน ไม่รู้เป็นไง มันบ้าค่ะ ความรู้สึก กลางดึกออกไปโทรศัพท์ถึงพี่ชายคนหนึ่ง คุยเรื่องความฝันของเราให้เขาฟัง เขาบอกว่า พี่ร่วมด้วยได้ไหม…แต่วันนี้อ่านสยามรัฐได้ข่าวว่าร้าน “หนังสือหนังหา” เจ๊ง ร้านนี้เพื่อนพี่แจ๋วค่ะ แล้วร้านบ้านดอกไม้ของเราจะเป็นเช่นนั้นไหมนะ

คนเดินทางคะ ร้านที่ไร่ของเรา ใช้ชื่อว่า “ร้านบ้านดอกไม้” กันนะคะ ฉันคิดว่าชื่อนี้แหละ เหมาะกับความฝันของเราสองคนมากๆ

บทความก่อนหน้านี้กาละแมร์ พัชรศรี : สู่โหมดใจแข็ง
บทความถัดไปทราย เจริญปุระ | ดินแดนคู่ตรงข้าม