จรัญ พงษ์จีน : ศึกในคุกรุ่น ต้อนรับ “รัฐบาลประยุทธ์ 2”

จรัญ พงษ์จีน

จากห้าสิบต่อห้าสิบ กลับพุ่งขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ รัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ภาค 2/1

พลันที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสียงข้างมากมีมติโหวตเลือก “นายชวน หลีกภัย” บัญชีรายชื่อหมายเลข 2 จากพรรคประชาธิปัตย์ นั่งแท่น “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ได้สำเร็จ ทุกอย่างดูเหมือนจะลื่นไหล

การฟอร์ม ครม. “ตู่ 2/1” ปลอดอุปสรรค มีแนวโน้มปิดจ๊อบได้เร็วกว่าคาดหมาย ขนาดว่าสื่อบางสำนักโฟกัสข้ามช็อตไปถึงการแบ่งปันโควต้าแต่ละกระทรวงที่แต่ละพรรคร่วมพึงได้รับออกมาเป็นที่เรียบร้อย

มีการแยกย่อยซอยยิกว่า “พลังประชารัฐ” แกนนำในการฟอร์มรัฐบาล จะได้กำกับดูแลกระทรวงต่างๆ ประกอบด้วย 1.กลาโหม 2.มหาดไทย 3.ต่างประเทศ 4.พลังงาน 5.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 6.อุตสาหกรรม 7.เทคโนโลยีสารสนเทศ 8.ยุติธรรม 9.วัฒนธรรม 10.สำนักนายกรัฐมนตรี

“พรรคประชาธิปัตย์” 52 เสียง สมน้ำสมเนื้อ กับ 3 ว่าการ คือ “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์-กระทรวงพาณิชย์-การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” กับของแถมอีก 3 รัฐมนตรีช่วย ประกอบด้วย “มหาดไทย-เกษตรและสหกรณ์-คมนาคม”

“ภูมิใจไทย” ยิ่งแฮปปิ้เอ็นดิ้งกว่าใครเพื่อน คว้ากระทรวงเกรดเอบวกถึง 3 กระทรวง คือ “ว่าการคมนาคม-ว่าการสาธารณสุข-ว่าการการท่องเที่ยวและกีฬา” กับรัฐมนตรีช่วยอีกสามสี่ที่นั่ง สบายใจเฉิบ

“ชาติไทยพัฒนา” ทำตัวเป็น “เด็กดี” ได้ว่าการทรัพยากรธรรมชาติฯ และ 1 รัฐมนตรีช่วย ซึ่งคาดว่าเป็นเกษตรและสหกรณ์

กับว่าการกระทรวงแรงงาน ให้ “พรรคกำนัน” กับ “สุวัจน์” ไปเป่ายิ้งฉุบกัน

เหมือนจะง่าย แต่คำจำกัดความของการเมือง มัน “ไม่ง่าย” เหมือนแคะขนมครก

จริงๆ แล้ว “ตู่ภาค 2/1” เกิดคลื่นใต้น้ำ แปรปรวนตั้งแต่วินาทีแรกที่ออกจากจุดสตาร์ต ตั้งแต่วันเลือก “ประมุขนิติบัญญัติ” ตั้งแต่ตอนเช้าวันที่ 25 พฤษภาคม

เมื่อโผทำท่าจะประจักษ์ชัดว่าจะมีการผลักดัน “นายชวน หลีกภัย” มาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ “หลายซุ้ม” รวมหัวกันตีรวน ซุ้มหนึ่งไม่เห็นด้วย ที่ยกตำแหน่งประมุขนิติบัญญัติให้ “ประชาธิปัตย์” อยากสนับสนุน “นายสุชาติ ตันเจริญ” ที่สังกัด พปชร. นั่งแป้นมากกว่า เพราะโปรไฟล์ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ อย่างน้อยๆ ก็เคยผ่านการทำหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว

กอปรกับอีกมุ้ง ที่ทำงานพื้นที่ตอนหาเสียงมาอย่างหนัก กลับไม่มีชื่อว่าผู้นำกลุ่มตัวเองติดโผรัฐมนตรี เลยจับมือกันกดดัน ตีรวน ยกพวกออกจากห้องประชุม

มีแกนนำขาใหญ่รายหนึ่งฟิวส์ขาด ประกาศเสียงเขียวว่า “ทหารไม่เห็นหัวพวกเรา แอบไปดีลลับหลังเรามาตลอด ใช้พวกเราทำงานแต่ไม่เห็นหัว เอากระทรวงดีๆ ไปแจกพรรคร่วมหมด วันนี้ต้องแตกหัก สีเขียวจะมาสั่งพวก… ไม่ได้อีกแล้ว จะโชว์ให้ดูว่าในสังกัดมีกี่คน”

ดีที่วันนั้น “ปู่ชัย ชิดชอบ” ซึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมชั่วคราวรู้แกว อาศัยความเก๋า เล่นตลก ดึงเกม ขัดจังหวะ เลยรอดสันดอน ไม่งั้นละพี่น้องเอ๋ย “ตู่ภาค 2/1” ล้มตึงตั้งแต่ต้นยก

สุดท้าย ชั้นเชิง “ปู่ชัย” ทำให้ศึกเลือกตั้งประธานสภาผู้แทนราษฎรกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ และ “นายชวน หลีกภัย” ได้ฉันทานุมัติจากสมาชิก เหนือ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” จากพรรคเพื่อไทย

อย่างไรก็ตาม เสียงเข้ม-เขียวของแกนนำพรรค พปชร.ที่บริบทต่อหมู่มิตรด้วยอารมณ์โมโห ถูก “มือดี” ถอดรหัสนัย ส่งไปยัง “ผู้มีบารมี” และเพียงไม่กี่วินาทีถัดมา มี “ท.ทหารใหญ่” โทร.เข้ามากลางวงบอยคอต เสียงตามสายว้ากลั่น เกมจึงยุติ ทุกคนตบเท้าเข้าไปโหวตเลือก “นายหัวชวน” ตามใบสั่ง

 

อย่างไรก็ตาม ศึกใน พปชร.คุกรุ่นสืบต่อเนื่อง วันที่แกนนำแถวหน้ายกขันหมากไปทำพิธีสู่ขอพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาล และระหว่างเจรจา ของหมั้นโผล่ เมื่อมีการเอ่ยชื่อกระทรวงทบวงกรมที่มอบให้เป็นโควต้าของแต่ละพรรค ซึ่งต่อมาสื่อนำชื่อกระทรวงมาลงตัวบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกันเป็นที่เรียบร้อย

ดังที่เป็นข่าวว่า “ประชาธิปัตย์” ได้ว่าการกระทรวงพาณิชย์และเกษตรและสหกรณ์ ขณะที่ “ภูมิใจไทย” ได้ของดีทั้งว่าการคมนาคม กับสาธารณสุข และการท่องเที่ยวและกีฬา

และเมื่อคิดไปๆ มาๆ “เกรดเอ” ที่เป็นของโควต้าพรรค พปชร.มีวางตัว “คนนอก” จองเก้าอี้กันหมดแล้ว ขณะ “เกรดเอ” ส่วนที่เหลืออื่นๆ “พรรคร่วม” โกยไปทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย

ด้วยเหตุและปัจจัยดังกล่าว เลยมีปลุกของกันในยกที่สอง เมื่อดึกคืนวันที่ 29 พฤษภาคม เป็นการเคลียร์ใจกันเฉพาะระหว่างแกนนำบางซุ้มของ พปชร. กับ “ผู้มีบารมีนอกพรรค”

ถึงขนาดว่า หากพูดจาภาษาดอกไม้กันไม่รู้เรื่อง จะส่งผลต่อการโหวตเลือก “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ในลำดับถัดไปแน่นอน

“ผู้มีบารมีนอกพรรค” เจอเข้าเหลี่ยมนี้ ฝ่อเป็นเหมือนกัน ยอมอ่อนข้อ ด้วยการต่อสายไปยังแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ขอสลับกระทรวงกำกับดูแล ดึง “เกษตรและสหกรณ์” กลับมา แลก “ศึกษาธิการ” เอาไป

แต่ยี่ห้อ “ประชาธิปัตย์” การมีตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในมือ ถือว่าเหนือกว่าทุกประตู เลยปฏิเสธไม่รับมุข แถมโชว์พาวให้ดูอีกต่างหาก ด้วยการขอเลื่อนการประชุมพรรคเพื่อลงมติตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับ พปชร. ออกไปแบบ “ไม่มีกำหนด”

การจัดตั้งรัฐบาล ดัน “บิ๊กตู่” ยิ่งเพิ่มความสนุก

บทความก่อนหน้านี้ประกาศก้องจาก “ธนาธร” “สักวันหนึ่งผมจะกลับมา” เมื่อถูกสกัด ไม่ให้เข้าสภา ก็จะขออยู่กับประชาชน
บทความถัดไปอุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : ลูกข้าวเหนียว