ทางเลือก (ตา)ใส-ใส โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่12 / สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

——————-

ทางเลือก (ตา)ใส-ใส

——————-

ขณะที่ ฝุ่นใน แอนิมอล ฟาร์ม คละคลุ้ง–แฮ่ม

ทั้งที่ใกล้วันเลือกท่านผู้นำ 5 มิถุนายน เข้าไปทุกที

ถามว่า เหล่าบรรดา”แอนิมอล”ที่ทรงเกียรติ จะฝ่าวิกฤตฝุ่น ด้วยวิธีการใด

1)เร่งเจรจาขันหมากให้ลงตัวเร็วที่สุดก่อน 5 มิถุนายน

2)จับขั้วหรือเปลี่ยนขั้ว การเมืองใหม่

3)ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่

4)ชิงตั้งนายกฯก่อน แล้วเจรจากับพรรคพันธมิตร เพื่อตั้งรัฐบาล

ในฐานะ คนนอก “คอก” ขออนุญาต”เผือก” ร่วมแสดงความเห็น

โดยส่วนตัว สนใจ ทางออก ที่ 1)และที่ 4)

แต่ นาทีนี้ ทางออกที่ 1) ดูจะอืด ไปสักหน่อยแล้ว

การเกี๊ยเซี๊ยะไม่คืบหน้า จึงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแล้ว

แม้ยังเชื่อว่า พรรคร่วม 20 พรรคที่รวมตัวตั้งรัฐบาลขณะนี้ คงไม่มีใครคิด ไม่ไปต่อ

เพียงแต่ขอต่อรอง เพื่อประโยชน์ แห่งตน จนวินาทีสุดท้ายก่อน

ดังนั้นที่จะเห็น การแตกหักในแนว ข้อที่2 และ 3 ไม่น่าจะเกิดขึ้น

ความน่าสนใจ จึงมาอยู่ข้อที่ 4

นั่นคือ พรรคพลังประชารัฐรวมเสียง พรรคการเมืองที่”ยอมรับ”ข้อเสนอแล้ว ไปบวกกับ 250 เสียง วุฒิสมาชิก โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อน

ซึ่งก็คงไม่ใช่ใครอื่น

คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามโผ นั่นเอง

ส่วนพรรคที่ยังไม่สุกงอม เช่น พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ต้องมาร่วมโหวต หรืองดออกเสียงไปก่อน

ค่อยมาเจรจาร่วมรัฐบาลหลังจากนั้น

วิธีการนี้ อาจจะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ขาดความสง่างามไปบ้าง ในแง่มาด้วยเสียงอันไม่ท่วมท้น

แต่ เพื่อให้การไปต่อ ไม่สะดุด ก็อาจต้องยอมเสียความรู้สึกไปบ้าง

ส่วน 2 พรรคคือประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ก็ไม่น่าจะมีข้อเสีย “ร้ายแรง”อะไรนัก

ตรงกันข้าม วิธีการนี้ อาจเป็นการช่วย 2 พรรคอย่างเนียนๆก็ได้

คือ วิธีการนี้จะไปทำให้ “เงื่อนไขไม่โหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี”ที่วางไว้ โดยเฉพาะบางส่วนของประชาธิปัตย์ หมดไป

โดย พวกที่ยึดเงื่อนไขนี้ สามารถไปอธิบาย”ตาใส-ใส”กับสังคม ได้ว่า พวกเราไม่ได้โหวตให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ ตามสัญญาไว้แล้วไง

เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ (ถูกคนอื่น)เลือกเป็นนายกฯไปแล้ว ก็แล้วกัน ทำอะไรไม่ได้ ถือว่าจบ

และไม่เกี่ยวกับการเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง ที่”พวกเรา”จะหารือกับพรรคพปชร ต่อไปได้

ซึ่งหลังจากนั้น ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นเพราะเงื่อนไขยากถูกขจัดไปแล้ว

แล้วคงนำไปสู่ การเข้าร่วมรัฐบาลผสมที่มีพล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำอย่างเนียนๆ ในที่สุด

โดยก่อนที่จะถึง จุดเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น

ก็ไม่ต้องเป็นห่วงว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯขาลอย เพราะเสียงข้างน้อย

เนื่องด้วยตามบทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 265 ระบุ ชัดเจนว่า หัวหน้าและคณะรักษาความสงบแห่งชาติปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่า มี คณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่

อันหมายความว่า แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะได้รับเลือกเป็นนายกฯ แล้ว แต่เมื่อยังไม่มีคณะรัฐมนตรี มารับหน้าที่

“อำนาจเหล็ก”ของคสช. จึงอยู่ในมือพล.อ.ประยุทธ์ เหมือนเดิมทุกประการ

พรรคการเมืองใด จะเปรี้ยว หรือเบี้ยว มีสิทธิถูกอำนาจเหล็กกำหราบ

วุ่นมากๆ อาจใช้มาตรา 44 ล้มโต๊ะ อย่างที่ลือๆกันตอนนี้ก็ได้

เมื่อ ทุกฝ่าย มีส่วนที่ได้ ขณะที่ส่วนที่เสียพอรับได้เช่นนี้

ทางเลือกที่ 4 ชิงตั้งนายกฯก่อน แล้วเจรจากับพรรคพันธมิตร เพื่อตั้งรัฐบาล จึงมีความเป็นไปได้

ไปกันแบบ(ตา) “ใส-ใส”ด้วยประการฉะนี้

—————

บทความก่อนหน้านี้อุรุดา โควินท์ / อาหารไม่เคยโดดเดี่ยว : ลูกข้าวเหนียว
บทความถัดไป“นิด้าโพล” เปิดโพลถอดบทเรียน “ประชาธิปัตย์” ประชาชนมองบทบาทพรรคเก่าแก่นี้อย่างไร?