ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์ /THE HUSTLE ‘นักต้มตุ๋น’

นพมาส แววหงส์

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์

THE HUSTLE

‘นักต้มตุ๋น’

 

กำกับการแสดง Chris Addison

นำแสดง Anne Hathaway Rebel Wilson Alex Sharp

 

นึกๆ ดูแล้วหนังเกี่ยวกับชีวิตและกลโกงของนักต้มตุ๋นมีมากมายพอดู

บางเรื่องก็ฮิตติดตลาดจนแตกหน่อเป็นหลายภาค อย่างเช่น หนังชุด Ocean ที่ตามมาด้วยตัวเลข สิบเอ็ด สิบสอง สิบสาม เป็นต้น

แถมยังมีหนังชื่อคล้ายๆ กับหนังที่กำลังพูดถึงอยู่ขณะนี้ คือ American Hustle (2013, คริสเตียน เบล แบรดลีย์ คูเปอร์ เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ เอมี่ อดัมส์) ซึ่งจริงจังกับเนื้อหาแบบนี้หลายขุม แม้ว่าจะพราวพรายไปด้วยอารมณ์ขันและความสนุกสนาน

The Hustle ใช้โครงเรื่องของ Dirty Rotten Scoundrels หนังตลกในปี 1988 ที่มีสตีฟ มาร์ติน และไมเคิล เคน นำแสดง  แต่เปลี่ยนตัวละครนักต้มตุ๋นเป็นผู้หญิง

 

เพนนี (เรเบล วิลสัน) เดินทางมายังภาคใต้ของฝรั่งเศสเพื่อหาเหยื่อกระเป๋าหนักๆ และได้พบกับสาวไฮโซ โจเซฟีน เชสเตอร์ฟีลด์ (แอนน์ แฮธะเวย์) สาวสวยผู้ใช้ชีวิตอย่างหรูเริ่ด และพูดจาคล่องแคล่วด้วยสำเนียงต่างๆ ทั้งสำเนียงอังกฤษ เยอรมัน ฯลฯ

เพนนีพบว่าตัวเองมือคนละชั้นกับโจเซฟีนโดยสิ้นเชิง และเธอต้องการเรียนรู้จากศิลปินต้มตุ๋นมืออาชีพ เธอจึงสมัครเข้าเป็นศิษย์

จนได้ร่วมงานโครงการใหญ่ครั้งแรกที่โจเซฟีนใช้เป็นเครื่องทดสอบเธอไปด้วย

นั่นคือโปรเจ็กต์ “ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์” ซึ่งตีความตรงตามตัวอักษร คือการได้เป็นเจ้าของผู้ครอบครองแหวนประดับอัญมณีเม็ดโตจำนวนมากที่หลอกเอามาจากอภิมหาเศรษฐี ซึ่งมอบให้อย่างเต็มอกเต็มใจยิ่ง

แผนการต้มตุ๋นของสองสาว ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคนรับใช้และตำรวจท้องถิ่นที่ได้รับส่วนแบ่งอย่างอิ่มเอม

ทั้งนี้และทั้งนั้นก็เนื่องจากสองสาวมีความคับแค้นขุ่นใจกับพวกผู้ชายที่คอยแต่จะเอาเปรียบตักตวงจากสตรีเพศ จึงพุ่งเข็มคอยหลอกลวงดูดเงินจากชายกระเป๋าหนักทั้งหลาย

ผู้ที่สมควรจะถูกหลอก ไม่ใช่เพราะจากความโง่อย่างเดียว แต่ยังเพราะความหน้ามืดตามัวนึกจะเอาเปรียบผู้หญิงด้วย

 

ปัญหาของหนังก็คือแผนการต่างๆ ที่สองสาวใช้นั้นไม่ได้ดูฉลาดเฉลียว แนบเนียนหรือน่าเชื่ออะไรเลย จะหลอกได้ก็แต่คนโง่ที่จะมาตกหลุมแบบโงหัวไม่ขึ้น

หนังก็เรียกเสียงหัวเราะได้พอควรในระหว่างที่นั่งดูอยู่ แต่อารมณ์ขันเข้าไปสะกิดเพียงผิวๆ ไม่ได้ลงลึกจี้เส้นแบบที่ชวนประทับใจ

ตัวละครคอนทราสต์กันคนละขั้ว คนหนึ่งสาวสวยไฮโซผอมเพรียวกับอีกคนสาวบ้านนอกเจ้าเนื้อเซอะซะ ที่สำคัญคือทั้งสองแทบไม่มีสายใยเชื่อมโยงเข้าไว้ด้วยกันเลย

ทั้งสองวิวาทกัน ร่วมมือกัน และแข่งขันกันด้วยเดิมพันสูงลิ่ว หน้าแตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยกันจากการถูกตลบหลัง และรวมพลังรวมใจเข้าด้วยกันใหม่ แถมเปลี่ยนแนวทางนโยบายการแก้แค้นพวกผู้ชาย โดยการร่วมมือกับนักต้มตุ๋นผู้ชายเสียเลย

ดูโครงเรื่องออกจะเป็นไปตามลมเพลมพัด ปราศจากทิศทางและเหตุผลเบื้องหลังการกระทำของตัวละครไปหน่อย

 

ยุโรปเป็นฉากหลังสวยงามสำหรับหนังประเภทนี้หลายเรื่อง ดูอย่างเรื่อง The Tourist ที่มีจอห์นนี่ เดปป์ กับแอนเจลีนา โจลี ปะไร เดินแผนเหนือชั้น หักหลังกันไปมา จนเดาไม่ถูกว่าใครเป็นใคร ใครเป็นฝ่ายดีฝ่ายร้าย ท่ามกลางการใช้ชีวิตเลิศหรูสวยงามอย่างที่คนส่วนใหญ่จะไม่มีวันได้รู้จัก นอกจากบนจอภาพยนตร์

The Hustle ใช้ฉากหลังเป็นเมืองพักผ่อนหรูบนชายฝั่งริเวียร่าของฝรั่งเศส ที่ซึ่งมีแต่เศรษฐีมหาเศรษฐีชุมนุมกันอยู่ ชื่อเมืองโบมองต์-ซูร์-แมร์ได้รับการเอ่ยถึงบ่อยๆ จนชินหู และการเดินทางแบบเท่ๆ แบบหนึ่งบนรถไฟของยุโรปก็มีอยู่ในหนังด้วยเหมือนกัน

เป็นสถานที่ซึ่งนักต้มตุ๋นกระจอกอย่างเพนนีกลายเป็นสิ่งสะดุดตาของนักต้มตุ๋นที่ชำนาญการและบินสูงกว่านั้นมาก แผนการของเพนนีมีอยู่เพียงในระดับที่หาผู้ชายกระเป๋าหนักและหลอกให้เลี้ยงอาหารเธอสักมื้อเท่านั้น

ครั้นเมื่อเพนนีบากหน้าแบกเป้ขึ้นเขาอย่างเหน็ดเหนื่อยไปหาโจเซฟีนในวิลลาหรูริมทะเล เพื่อขอเรียนรู้จากฝีมือระดับตัวแม่ โจเซฟีนเพียงบอกปัดอย่างไม่ไยดีในช่วงแรก แต่แล้วก็กลับใจตอบรับ โดยยอมลำบากลำบนสอนกลเม็ดเด็ดพรายและเตรียมสภาพความพร้อมทางร่างกายให้

เรื่องราวดูผิวเผินจนไม่อยากเชื่อ แต่ในฐานะคนดูที่ดี ก็ต้องยอมเชื่อไปตามบทที่กำหนดมาให้เพื่อเดินเรื่องต่อไปโดยเก็บงำความไม่อยากเชื่อไว้กับตัวเอง

เสียแต่ว่าความไม่เชื่อนั้นไม่ยอมหายไปง่ายๆ แต่ผุดกลับมาใหม่เมื่อเรื่องราวยังไม่มีอะไรน่าประทับใจยิ่งกว่านั้น

 

หลังจากโปรเจ็กต์ “ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์” แล้ว สองนักต้มตุ๋นก็แตกคอกันจนได้ แถมลูกศิษย์มือใหม่หัดขับยังคิดว่าจะวัดรอยเท้าครู โดยการท้าประลองในโครงการใหม่ตรงหน้า ด้วยเดิมพันเป็นเงินห้าแสนเหรียญ นั่นคือเงินทั้งหมดที่เพนนีสะสมได้จากอาชีพนี้

เป้าหมายหรือเหยื่อในการต้มตุ๋น คือหนุ่มน้อยหน้ามน มหาเศรษฐีจากแอพพ์ยอดฮิตในสังคมออนไลน์

โธมัส เวสเตอร์เบิร์ก (อเล็กซ์ ชาร์ป) ดูเหมือนเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ในเกมพิสูจน์ฝีมือของสาวเจนโลกสองคน เกมนั้นคือใครจะหลอกเอาเงินห้าแสนเหรียญจากกระเป๋าของมหาเศรษฐีคนนี้ได้ก่อน

ขณะที่โจเซฟีนเตรียมพร้อมจะหว่านเสน่ห์ของสาวสวยใส่เต็มที่ แต่เพนนีก็ใช้จุดอ่อนที่เธอค้นพบในตัวผู้ชายคนนี้ การมีคุณย่าตาบอด และเธอใช้ความตาบอดเฟอะฟะเป็นเหยื่อล่อในครั้งนี้

แต่โจเซฟีนก็ยังงัดกลเม็ดแพรวพราย-รวมทั้งสำเนียงหนักๆ ฟุดฟิดแบบคนเยอรมัน–ออกมาต่อสู้แย่งชิงเงินในกระเป๋าผู้ชายคนนี้โดยไม่ยอมเลิกราวาศอกลดละให้

ศึกชิงไหวพริบในการหลอกล้วงกระเป๋าเหยื่อผู้บริสุทธิ์ครั้งนี้ยังมีจุดไคลแมกซ์เหนือคาดเป็นตอนตลบกลับ ซึ่งไม่อยากเล่าให้เป็นสปอยเลอร์

 

The Hustle ยังคงความเป็นคอเมดี้ที่จี้เส้นแบบตลกโปกฮาไว้จนตลอดรอดฝั่ง  ตัวละครซึ่งถ้าดูดีๆ ก็ต้องเรียกว่าเป็นอาชญากรมืออาชีพ หลุดรอดไปอย่างสำราญบานใจ และเข้มแข็งรวมพลัง รวมไหวพริบ รวมมันสมองของคนโกงกันยิ่งกว่าเดิม

ผู้เขียนเองก็อยากมองว่านี่เป็นเพียงแค่ความบันเทิงฉาบฉวยนะคะ แต่ใจส่วนหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่าความขาดศีลธรรมและไร้คุณธรรมแบบนี้จะนับเป็นเรื่องสร้างสรรค์หรือเปล่าสำหรับเยาวชนที่ยังขาดวิจารณญาณในการแยกแยะความผิดถูกดีชั่ว

หรือว่าคนสมัยนี้จะมองเห็นเรื่องแบบนี้เป็นความเก๋ความเท่และความฉลาดที่สามารถใช้ชีวิตหลอกลวงต้มตุ๋นโดยสร้างความร่ำรวยให้กับตัวเอง

รู้สึกว่านี่เป็นความบันเทิงที่เป็นดาบสองคม แบบที่ควรจะต้องจับต้องและจัดการให้ดีสำหรับสื่อในกระแสทั้งหลายทั้งปวง

อย่างน้อยคนดูก็ควรได้ภาพว่าชีวิตของนักต้มตุ๋นแบบนี้ตั้งอยู่บนคมหอกคมดาบและมีความเสี่ยงของการพลัดตกลงมาอย่างสิ้นท่าเหมือนกัน

…ใช่ว่าจะลอยนวลไปได้โดยผนึกกำลังให้แกร่งกล้ายิ่งขึ้นไปอีก

ไม่อยากคิดเลยว่าสังคมจะเดินไปในทิศทางใดถ้าคนในสังคมพยักหน้าให้กับพฤติกรรมแบบนี้ว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนโง่ที่ถูกคนฉลาดกว่าหลอกลวง…

บทความก่อนหน้านี้‘วัน อยู่บำรุง’ สับงูเห่าทุเรศ! ชี้ตนกว่าจะได้เป็น ส.ส. สุดยาก ยันจะไม่มีวันหักหลัง ปชช.
บทความถัดไปนิด้าโพลเผย ชาวบ้านทั่วไทยดีใจ คสช.พ้นหน้าที่ ชี้น่าจะไปตั้งนานแล้ว