เศรษฐกิจ / จับตา ‘ทีวีดิจิตอล’ เปิดศึกชิงคนดู หลัง กสทช.เขย่าใหม่…คืนใบอนุญาต เริ่มนับหนึ่งใหม่แบบไร้ตัวช่วย

เศรษฐกิจ

 

จับตา ‘ทีวีดิจิตอล’ เปิดศึกชิงคนดู

หลัง กสทช.เขย่าใหม่…คืนใบอนุญาต

เริ่มนับหนึ่งใหม่แบบไร้ตัวช่วย

 

“แต่เดี๋ยวก่อน หากคุณโทร.มาภายใน 20 นาทีนี้…” คือวลีสะกดใจที่ชวนให้ซื้อของทางจอทีวี ผ่านช่องรายการแนะนำสินค้าซึ่งสร้างปรากฏการณ์ตัดสินใจซื้อแบบ ‘ทันที’ มาแล้วนักต่อนัก

มาวันนี้ มีผู้ชมทีวีดิจิตอล บ่นอุบเรื่อง “โฮมช้อปปิ้ง” ที่เกลื่อนกลาดจอ เปิดไปช่องไหนก็เจอรายการขายสินค้าแทรกอยู่ตามช่วงเวลาต่างๆ ทำให้มีผู้ชมไม่น้อยตัดสินใจดึงปลั๊กออก แล้วหันไปชมรายการทีวีย้อนหลัง ผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่แม้จะมี “รายการขายสินค้า” ตามมารังควานบ้าง แต่ก็ประหยัดเวลากว่าการรับชมกันแบบสดๆ ลงไปได้เยอะ

นายภวัต เรืองเดชวรชัย ผู้อำนวยการธุรกิจ-สายงานการวางแผน และกลยุทธ์สื่อโฆษณา บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด (เอ็มไอ) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มีเดีย อินไซต์ จำกัด อธิบายถึงปรากฏการณ์ที่ธุรกิจ “โฮมช้อปปิ้ง” ครองจอ ว่า เพราะสถานการณ์ของ “ทีวีดิจิตอล” ซึ่งมีเวลาเหลือ และผู้ประกอบการไม่อยากนำคอนเทนต์มารีรันซ้ำ ดังนั้น จึงขายเวลาแบบยกแพ็กให้กับผู้ประกอบการโฮมช้อปปิ้ง

อีกทั้งยังมีโมเดลที่แบ่งรายได้จากการขายของกัน รวมถึงการที่ช่องทีวี เช่น ช่อง 8 ของอาร์เอส มีธุรกิจขายสินค้าของตัวเอง และใช้สื่อของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ทำให้รายการขายสินค้ารูปแบบนี้ครองจอ โดยเฉพาะช่วงดึกและเช้ามืด

ขณะที่นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด (มหาชน) หรือทีวีดี ให้ 3 เหตุผล “โฮมช้อปปิ้ง” ครองจอ อาทิ ภาวะการแข่งขัน เนื่องจากจำนวนทีวีดิจิตอลที่บานเบอะ

อย่างกรณีช่อง 8 ของ “เฮียฮ้อ” นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ซึ่งใช้ช่วงเวลาของทีวีช่อง 8 มาเป็นช่องทางขายสินค้าเสริมอาหาร เครื่องสำอาง ฯลฯ ปั้นรายได้เติบโตเป็นกอบเป็นกำ กลายเป็นธุรกิจสร้างรายได้หลักให้เฮียไปแล้ว

หรือล่าสุดอย่างช่องโมโน 29 ก็เข้ามาขอส่วนแบ่งตลาดกับเขาด้วยเหมือนกัน แม้อาจจะดูแล้วไม่ได้มีความโดดเด่นเทียบผู้เล่นรายเดิม

แต่ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามอง ยังไม่จบแค่นี้ มีช่องทีวีดิจิตอลบางช่องเตรียมปั้นธุรกิจนี้อยู่เหมือนกัน เชื่อว่าคงจะได้เห็นกันในเร็ววันนี้ เพราะมองเห็นโอกาสทางการตลาด และการใช้ทรัพยากรในมือมาทำให้เกิดมูลค่า ส่วนผู้เล่นรายเดิมก็ทำตลาดรักษาฐานของตัวเองด้วยเหมือนกัน

อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงการใช้งบฯ โฆษณาผ่านสื่อ ของผู้ประกอบการต่างๆ โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ ซึ่งมักจะได้รับนโยบายระดับภูมิภาคให้ลดงบฯ โฆษณาการใช้เม็ดเงินผ่านสื่อทีวีลง 30-40% แล้วหันไปใช้สื่อออนไลน์แทน ช่องทีวีที่เคยขายเวลาได้เต็มหรือเกือบเต็ม ก็เหลือเวลากันจำนวนมาก และยิ่งช่องทีวีดิจิตอลที่เพิ่มขึ้นจาก 6 ช่องหลักเป็น 22 ช่อง ทำให้มีเวลาว่างที่สามารถนำมาใช้เพื่อโฆษณาสินค้า

หากจะกล่าวว่า “โฮมช้อปปิ้ง” คืออานิสงส์ของจำนวนทีวีดิจิตอล ที่มีให้เลือกดูกันจนตาลายก็อาจจะไม่ผิดเพี้ยน เพราะทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป พาให้เม็ดเงินโฆษณาที่ไหลเวียนในสื่อโทรทัศน์ไม่กระเตื้อง หรือเงินก้อนเท่าเดิมแต่กลับมีตัวหารเพิ่มขึ้น “โฮมช้อปปิ้ง” จึงเป็นหนึ่งตัวเลือกเรื่องปากท้องที่จะทำให้ธุรกิจทีวีดิจิตอลดำเนินต่อไปได้

แต่จะมี “รายการขายสินค้า” แทรกอยู่ในทุกช่วงเวลาก็ดูจะละลานตาเกินไปสักหน่อยไหม เรื่องปากท้องของทีวีดิจิตอลก็จริง แต่ผู้ชมก็ควรจะได้รับการบริโภคเนื้อหาสาระที่มีคุณภาพ

 

และกับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลล่าสุด ที่มีการไฟเขียวให้ผู้ประกอบการขอคืนใบอนุญาตได้ ทั้งรัฐสนับสนุนค่าใบอนุญาตและค่าเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (มักซ์) ก็หวังว่า “ทีวีดิจิตอล” จะนำเงินส่วนนี้มาปรับปรุงเนื้อหาให้มีคุณภาพยิ่งๆ ขึ้น และหันมาปรับผัง “รายการขายสินค้า” ให้เบาบางลง

อีกทั้งมี 7 ช่อง ยอมแขวนนวมขอคืนใบอนุญาต ได้แก่ ช่อง 13 ช่อง 3 แฟมิลี่, ช่อง 14 เอ็มคอตแฟมิลี่, ช่อง 19 สปริงนิวส์, ช่อง 20 ไบรท์ทีวี, ช่อง 21 วอยซ์ ทีวี, ช่อง 26 สปริง และช่อง 28 ช่อง 3 เอสดี ยิ่งจะทำให้ทีวีดิจิตอลที่เหลืออยู่ 15 ช่อง สู้กันแบบยิบตาขึ้นไปอีก

และจากจำนวน 7 ช่องที่แจ้งขอคืนใบอนุญาต ส่งผลให้มีพนักงานถูกเลิกจ้างราว 2,000 คน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) จึงกำชับให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลพิจารณาจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างให้เหมาะสม โดยอาจจ่ายให้มากกว่าที่กฎหมายแรงงานกำหนด

หรือแม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังแสดงความห่วงใยต่อพนักงานที่ต้องถูกเลิกจ้าง เปรยให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่คืนใบอนุญาต มีมาตรการดูแลพนักงานเป็นอย่างดี เงินชดเชยต้องได้มากกว่าอัตราที่กฎหมายแรงงานกำหนด

ขณะที่นายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ระบุว่า อยู่ระหว่างประสานขอเข้าหารือกับนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) ถึงมาตรการเยียวยาพนักงานที่ถูกเลิกจ้าง

“ผลพวงของการคืนใบอนุญาตของผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่มีพนักงานจำนวนไม่น้อยถูกเลิกจ้าง ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยคาดคิด เพราะข้อเรียกร้องต่างๆ มีจุดมุ่งหมาย คือทำอย่างไรให้ทั้ง 22 ช่องสามารถประกอบธุรกิจต่อไปได้ แต่มาตรการช่วยเหลือที่ออกมาล่าสุด เปิดทางให้คืนใบอนุญาตแถมได้ชดเชย จูงใจให้ผู้ประกอบการแห่ขอคืนใบอนุญาต”

 

ส่วนที่เหลือ 15 ช่องทีวีดิจิตอลที่ตัดสินใจลุยธุรกิจต่อ ยังไม่มีหลักประกันใดที่จะบอกได้ว่าธุรกิจจะไปได้ตลอดรอดฝั่ง

เมื่อสแกนดูพบว่ายังมีหลายช่องที่อาการน่าเป็นห่วง แต่ยังหวังแบบใจดีสู้เสือว่าการได้รับแรงอุดหนุนจากภาครัฐ ทั้งสนับสนุนค่าใบอนุญาตและค่าเช่าใช้โครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิทัล (มักซ์) เพื่อลดต้นทุนดำเนินการ จะทำให้มีเงินเหลือพอพัฒนาคอนเทนต์ให้มีคุณภาพมากพอที่จะดึงดูดเม็ดเงินโฆษณาจาก 7 ช่องที่หายไปมาได้ รวมถึงเพื่อการตั้งรับดิสรัปชั่นของเทคโนโลยีระลอกใหม่ในอนาคต

ขณะที่เลขาธิการ กสทช.ให้ความเห็นทั้งเรื่องพนักงานที่ถูกเลิกจ้างและผู้ประกอบการที่เหลือ 15 ช่อง ไว้น่าคิดว่า แนวทางการช่วยเหลือพนักงานที่ถูกเลิกจ้างเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ กสทช.ทำได้เพียงเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการจ่ายเงินชดเชยให้กับพนักงานได้มากกว่าอัตราที่กฎหมายแรงงานกำหนด ตามที่นายกฯ ได้กำชับไว้ ส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการมีอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งช่วยหมดทุกทางแล้ว

“หลังจากนี้กว่า 9 ปีที่เหลืออยู่ (อายุใบอนุญาต) คงต้องขึ้นอยู่กับฟ้าดิน หรือที่ว่า วิชาความรู้เป็นของมนุษย์ การจะประสบผลสำเร็จขึ้นอยู่กับฟ้าดิน” นายฐากรเลขาธิการ กสทช. กล่าวทิ้งท้าย

แบบบอกใบ้ว่า กสทช.ช่วยผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลจนหยดสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้ 15 ช่องทีวีต้องช่วยตัวเอง จะงัดกลยุทธ์ตรึงคนดูไว้ได้เหนียวแน่นยาวนานแค่ไหน อยู่ที่ฝีมือล้วนๆ

   ศึกชิงคนดูยกใหม่…เริ่มต้นแล้ว!!

บทความก่อนหน้านี้สมุนไพรมหิดล /คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล/มะม่วงหัวแมงวัน
บทความถัดไป‘ภูมิธรรม’ ลั่นปลุกทุกฝ่าย ผ่าทางตัน ฟื้นฟูปชต. หยุด คสช.สืบทอดอำนาจ