วิเคราะห์ : ขยะบนเทือกเขาเอเวอเรสต์ และศพนักปีนเขาหลังน้ำแข็งละลาย

นับหลายสิบปีที่นักปีนเขาจำนวนมากพากันพยายามขึ้นไปพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เทือกเขาที่สูงที่สุดในโลก

ระหว่างเส้นทางของการปีนเขา แน่นอนว่า ย่อมมีการทิ้งขยะต่างๆ เอาไว้ตามทางมากมาย และคงไม่ค่อยมีใครขึ้นไปบนเขาเพื่อเก็บขยะเหล่านี้กัน เนื่องจากหนทางอันแสนลำบาก ทำให้มีขยะถูกทิ้งอยู่บนเทือกเขาแห่งนี้มากมายจนแทบจะกลายเป็น “ภูเขาขยะ”

สำหรับฤดูกาลของการปีนเขาในปีนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สิ่งที่รัฐบาลเนปาลทำ ในฐานะประเทศที่มีนักปีนเขาใช้เป็นเส้นทางในการปีนเขาเอเวอเรสต์ ได้จัดทีมอาสาสมัครกลุ่มหนึ่งขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่เก็บขยะที่ถือว่ายากลำบากมากที่สุดครั้งหนึ่งของโลก ด้วยการปีนขึ้นไปเก็บขยะตามทางบนเทือกเขาเอเวอเรสต์

โดยทีมงานเก็บขยะนี้ที่มีสมาชิก 14 คน มีเป้าหมายเพื่อนำขยะบนเทือกเขาเอเวอเรสต์ลงมาให้ได้ 10 ตัน ภายในเวลาของการปฏิบัติงาน 1 เดือนครึ่ง

ผลที่ได้จากการเก็บขยะ 2 สัปดาห์แรกคือ ได้ขยะที่มีน้ำหนักรวมถึง 3 ตัน!!

มีตั้งแต่เต็นท์เรืองแสง อุปกรณ์สำหรับปีนเขา กระป๋องแก๊สที่ใช้แล้ว ขยะพลาสติกทั้งหลาย กระป๋องเปล่า หรือแม้แต่อุจจาระของมนุษย์ ที่อยู่ตามเส้นทางของการขึ้นไปสู่ยอดเขาที่สูงถึง 8,848 เมตร

ขยะส่วนใหญ่จะกองอยู่ใกล้ๆ กับเบสแคมป์ต่างๆ ที่นักปีนเขาเตรียมข้าวของไว้ใช้สำหรับการปีนขึ้นสู่ยอดเขา

 

นายดันดู ราช กีเมียร์ ผู้อำนวยการกรมการท่องเที่ยวของเนเปาล กล่าวว่า การทำความสะอาดของทีมงานเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และสมาชิกได้เริ่มไต่ขึ้นไปบนเทือกเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเก็บขยะเพิ่มเติมต่อไปเรื่อยๆ

โดยขยะที่เก็บแล้วนั้น จะมีเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพเนปาลขนไปไว้ที่กรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล เพื่อทำการรีไซเคิลต่อไป สำหรับขยะที่สามารถย่อยสลายได้จะถูกนำไปยังเขตโอคาลดุงกาที่อยู่ใกล้เคียงกัน เพื่อนำไปกำจัดตามความเหมาะสม

สำหรับการทำงานนั้น ในระยะแรก ทีมงานเก็บขยะ 8 คนได้ทำความสะอาดแคมป์ 2 ที่ความสูง 6,400 เมตร และอีก 3 คนจะขึ้นไปที่แคมป์ 4 ที่ความสูง 7,950 เมตร

โดยจะใช้เวลา 15 วัน เพื่อเก็บขยะที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะตามเนินเขา

 

นอกเหนือไปจากขยะแล้ว ยังมีการพบ “ศพ” ถึง 4 ร่าง ที่ความสูงระดับ 8,848 เมตรด้วย

โดยนายกีเมียร์กล่าวว่า โครงการทำความสะอาดจะมีขึ้นต่อๆ ไป เพื่อทำให้เทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้ “สะอาด” เพราะถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของเนปาลที่จะต้องทำให้เทือกเขาเอเวอเรสต์สะอาด

จริงๆ แล้วความพยายามในเรื่องการทำความสะอาดเทือกเขาเอเวอเรสต์แห่งนี้มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2011 ที่มีการนำขยะกลับลงมาจากเทือกเขาได้หลายตัน และมีการนำระบบบริหารจัดการขยะมาใช้

และเมื่อปี 2014 ทางการเนปาลได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งสำหรับเป็นเงินที่คืนให้แก่นักปีนเขาแต่ละคนที่นำขยะกลับลงมาได้อย่างน้อย 8 กิโลกรัม

แต่ดูเหมือนเงินดังกล่าวจะไม่ได้จูงใจอะไรมากนัก จึงมีนักไต่เขาเพียงครึ่งหนึ่งของทั้งหมดเท่านั้นที่นำขยะกลับลงมา

 

ไม่ใช่แค่เพียงเนปาลเท่านั้นที่พยายามจะทำให้เทือกเขาเอเวอเรสต์สะอาด แม้แต่ฝั่งทิเบต ที่เป็นอีกทางขึ้นหนึ่งของเอเวอเรสต์ก็มีความพยายามเช่นเดียวกัน

โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จีนได้สั่งห้ามบุคคลที่ไม่ใช่นักปีนเขาเข้าไปยังบริเวณเบสแคมป์ของเทือกเขาเอเวอเรสต์ที่ฝั่งทิเบต ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความพยายามทำความสะอาดเทือกเขาเอเวอเรสต์ฝั่งทิเบต

นอกเหนือไปจากขยะแล้ว จำนวนศพก็ถือว่าถูกพบมากขึ้น โดยเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลก ที่ทำให้หิมะบนเทือกเขาแห่งนี้ละลายอย่างรวดเร็วขึ้น จึงทำให้พบเจอกับร่างผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

อัง เชริง เชอร์ปา อดีตประธานสมาคมการไต่เขาเนปาล เปิดเผยกับซีเอ็นเอ็นไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลกและภาวะโลกร้อน หิมะและน้ำแข็งละลายเร็วมาก ทำให้มีการพบศพของนักไต่เขาเพิ่มมากขึ้น โดยศพเหล่านี้พวกนักไต่เขาเป็นผู้พบระหว่างการไต่เขานั่นเอง

สำหรับเทือกเขาเอเวอเรสต์นั้น มีบันทึกว่า มีผู้ที่ปีนขึ้นไปถึงยอดเขาแห่งนี้แล้วกว่า 4,000 คน โดยปีที่แล้วถือว่าเป็นปีที่มีผู้ปีนถึงยอดเขามากที่สุดคือ 807 คน และนับตั้งแต่ปี 1922 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นปีแรกของการบันทึกการตายบนเทือกเขาเอเวอเรสต์จนถึงปัจจุบัน มีนักไต่เขาเสียชีวิตอยู่บนยอดเขาแล้วกว่า 200 คน และเชื่อว่าร่างผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ถูกฝังกลบอยู่ภายใต้แผ่นน้ำแข็งหรือไม่ก็หิมะที่อยู่บนเทือกเขา

และเมื่ออากาศร้อนผิดปกติจนทำให้น้ำแข็งและหิมะละลายเร็ว ศพเหล่านี้ก็ถูกพบมากขึ้นนั่นเอง

บทความก่อนหน้านี้ฐากูร บุนปาน : ว่าด้วยกฎหมาย กับ “การถือหุ้นสื่อ”
บทความถัดไปเปิดคำพิพากษาศาลฎีกา ชี้ชัดนปช.ไม่ได้เผาเมือง สั่งบริษัทประกันชดใช้ ตามรอยคดีเซ็นทรัลเวิลด์