ฟ้า พูลวรลักษณ์ | การบิดเบือนของแดง-เหลือง-สลิ่ม

ฟ้า พูลวรลักษณ์

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก เล่มใหม่ (๒๗.๑)

เมื่อฉันเข้าไปในโลกของยูทูบ ฉันตกตะลึงที่พบว่า มี

๑ การบิดเบือนของแดง

๒ การบิดเบือนของเหลือง

๓ การบิดเบือนของสลิ่ม

มีมากมายยิ่งนัก เรียกได้ว่าท่วมท้น ฉันพยายาม screen ออก ให้เหลือแต่ข่าวสารที่เป็นกลาง เชื่อถือได้ ก็ทำได้ด้วยความยากลำบาก

อย่างน้อย พวกแดงมีดีอยู่หนึ่งอย่าง คือความรักในประชาธิปไตย นอกนั้นก็คล้ายกัน การบิดเบือนเหล่านี้ ทำกันไปทำกันมา ทำให้เกิดการก่อตัวของมรสุม ประเทศไทยจึงเหมือนเรือที่ตกอยู่ท่ามกลางมรสุม

มีข่าวเท็จ ข่าวปลอม ข่าวที่มีเจตนาร้าย ข่าวที่ขยายความให้ใหญ่เกินจริง ฯลฯ แต่จะทำอย่างไรได้ ยูทูบเป็นเพียงสื่อชนิดหนึ่ง หากคนในสังคมเป็นเช่นนี้ มันก็ต้องเป็นเช่นนี้ อยู่ที่คนเสพจะเสพยังไง จะ screen สิ่งที่ไม่ใช่ออกไปอย่างไร แต่คลิปเหล่านี้ มีคนดูเป็นหมื่นเป็นแสน

โลกข้างนอกวุ่นวายเป็นอันมาก หากเปรียบเป็นการจราจร ก็ติดขัดไปกันหมด ในทุกทิศทาง เราจะเดินทางไปไหน ด้วยความยากลำบาก

ทําไมต้องถอดถอน กกต. พวกเขามีความผิดใดหรือ จากที่ฉันเห็น พวกเขาไม่ได้โกงอย่างเป็นระบบ เพราะหากโกงอย่างเป็นระบบ พรรคอนาคตใหม่จะได้ ส.ส.เยอะอย่างนี้หรือ ที่จริงผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยเป็นฝ่ายชนะ ทำไมคุณยังต้องก่อความวุ่นวายอยู่อีก เพียงแต่การจัดการอย่างไร จึงจะตั้งรัฐบาลได้ นี้เป็นปัญหาที่ต้องคิด

หากนี้เป็นการโกงอย่างเป็นระบบ พรรคพลังประชารัฐต้องได้ ส.ส.มากกว่าสองร้อยคน นี้จึงจะโกงจริง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ แสดงออกให้เห็นว่า กกต.กลุ่มนี้

๑ ทำงานอย่างด้อยประสิทธิภาพ

๒ ใช้ระบบที่ล้าหลัง

๓ ในหมื่นกว่าเขต อาจมีปัจเจกชนบางคนทำการทุจริตก็ได้ คนเป็นแสนคน ไม่รู้ใครเป็นใคร ภายใต้ระบบที่หละหลวม อะไรก็เกิดขึ้นได้

เปรียบเทียบกับอินเดีย ประเทศนั้นมีประชากรมากกว่าไทยหลายสิบเท่า แต่การเลือกตั้งกลับว่องไวและชัดเจน พวกเขาทำได้อย่างไร ควรที่ไทยจะศึกษา

การที่ไทยไม่ยอมให้ฝ่ายอียูเข้ามาสังเกตการณ์อย่างเป็นทางการ ก็เป็นการกระทำที่โง่เขลา มันยิ่งไปตอกย้ำความหวาดระแวงของฝ่ายที่เชื่อว่าจะมีการโกง เพราะหากคุณไม่คิดโกง ทำไมไม่ปล่อยให้มีคนมาสังเกตการณ์เล่า มันทำให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งก็ย้อนกลับมามีคุณต่อตัวคุณเอง เวลาคุณเถียง คนอื่นจะไม่ฟัง แต่หากผู้มาสังเกตการณ์เถียงแทนคุณ มันจะชัดเจน

ความเย่อหยิ่ง ความดักดาน นี้เป็นปัญหาเก่าแก่ของฝ่ายอนุรักษ์ แบบแก้ไม่ได้ด้วย

หากจะมีความผิด ก็เป็นความผิดอีกแบบหนึ่ง

แต่ฝ่ายประชาธิปไตยชนะแล้ว ทำไมยังไม่พอใจอีก ทำไมไม่เดินต่ออย่างสงบเล่า มีปัญหาต้องแก้มากมาย การวกกลับมากล่าวหาว่า กกต.โกงการเลือกตั้งนั้น นี้คือการขยายความเกินจริง นี้คือกับดัก อย่าเดินลงไปเลย

ต้นกำเนิดมาจากฝ่ายแดง

ฝ่ายแดงเชื่อมาตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้งแล้วว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการโกง ฉันคุยกับฝ่ายแดงทุกคน และทุกคนจะคิดอย่างนี้ เหมือนการสะกดจิตกันและกันเลย เชื่อตั้งแต่ยังไม่ทันมีการกระทำใดเลย พอมีเหตุการณ์ผิดปกตินิดหน่อย แต่ละคนก็เชื่อทันที เพราะหวาดระแวงอยู่แล้ว จิตกระทบกันและกัน ทันใดนั้นก็เกิดกระแส

มรสุมก็ก่อตัวขึ้นอย่างไม่จำเป็นเลย

อาการคลั่งไคล้ในประชาธิปไตย ให้โทษต่อระบอบประชาธิปไตย มากกว่าให้คุณ เพราะมันตั้งอยู่บนการขยายความเกินจริง และเป็นข้ออ้างให้ฝ่ายทหารประกาศกฎอัยการศึก ซึ่งก็คือก้าวแรกของการทำรัฐประหารนั่นเอง

ทำไมไปช่วยพวกทหาร ทั้งๆ ที่ผลการเลือกตั้งคุณก็ชนะอยู่แล้ว การที่ยังชนะแบบไม่ถล่มทลาย ก็เพราะมันเป็นเรื่องจริง ฉันเจอคนมากมายที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ การที่พวกเขามาได้ขนาดนี้ มันเป็นของจริง ส่วนการมาติดด่าน ส.ว. ๒๕๐ อันนี้เรารู้อยู่ล่วงหน้าแล้ว มันเป็นหนามใหญ่ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ซึ่งเราต้องแก้อย่างชาญฉลาด

ที่ฉันเห็นทางออกคือให้พรรค ปชป. และพรรคภูมิใจไทย รวมทั้งพรรคขนาดกลางและเล็กที่เหลืออีกหลายพรรคที่มีแนวคิดยอมรับข้อเสนอสามข้อของอนาคตใหม่ได้ รวมกันจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีเพื่อไทยหรืออนาคตใหม่ สองพรรคใหญ่จะสนับสนุนและถอยออกมายืนคุมเชิง ให้สัญญาว่าจะให้พวกเขาบริหารอย่างไม่มีการสะดุดเป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปี พอปีที่สองค่อยมาว่ากันตามเนื้อผ้า

แบบนี้ ปชป.จะไม่เอาได้อย่างไร เพราะยังจะมีอะไรดีกว่านี้อีก พวกเขาแม้จะแพ้การเลือกตั้ง แต่กลับชนะในการเมือง มีเพียงประเทศไทยเท่านั้น ที่ผลการเลือกตั้ง พรรคขนาดกลางและขนาดเล็กได้เป็นรัฐบาล พรรคใหญ่ล้วนติดกับดักของ ส.ว. ๒๕๐ ขยับตัวไม่ได้ ครั้งนี้เป็นปรากฏการณ์สำคัญ แสดงให้เห็นความผิดปกติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ว่ามันเพี้ยนอย่างไร แต่ถึงมันจะเพี้ยน เราก็เล่นแบบเพี้ยนๆ คือเล่นตามกติกา ที่พวกคุณเขียนขึ้นมา ถึงอย่างไร มันก็มีความงามอีกแบบ

ปล่อยให้พวกเขาคุยกันเอง ว่าจะให้ใครเป็นนายกฯ คุณอภิสิทธิ์หรือคุณอนุทิน

สมมุติว่า ตกลงกันว่าให้คุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ผลก็คือ คุณอภิสิทธิ์จะได้กลับมาเป็นนายกฯ อย่างคาดไม่ถึง และในวัยนี้ ฉันว่าเขาจะทำงานแบบทิ้งทวนเลย พรรคภูมิใจไทยก็จะได้กระทรวงใหญ่ๆ หลายแห่ง สมใจอยาก พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก อย่างเสรีรวมไทย ชาติไทยพัฒนา หรือเศรษฐกิจใหม่ ก็ล้วนมีเก้าอี้สำคัญนั่งในรัฐบาล นี้เป็นความสามัคคีกันอย่างใหญ่หลวงของฝ่ายประชาธิปไตย และปิดสวิตช์ ส.ว. ๒๕๐ อย่างสิ้นเชิง

พรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในการปิดกั้นการสืบทอดอำนาจของฝ่ายเผด็จการ และนี้คือสิ่งที่พวกเขาจะภาคภูมิใจไปตลอด

ที่คาดไม่ถึง และนั่งงง คือฝ่ายเผด็จการ

สิ่งที่วางแผนมาอย่างยาวนาน เตรียมการมาเสียดี กลับสูญเปล่า จะทำรัฐประหารก็ทำไม่ได้

เพราะไม่มีแม้แต่วี่แววของพายุ

 

บทความก่อนหน้านี้คำ ผกา | ความสูญเสียเกินเยียวยา
บทความถัดไป“ฟอร์ด-เอกชัย” ยื่นร้อง กกต.ยุบ “พปชร.” ปม “บี-พุทธิพงษ์” ติดคดีอั้งยี่