คนของโลก : ราหุล คานธี คู่แข่งรองบ่อนเลือกตั้งอินเดีย

ราหุล คานธี ลงแข่งขันเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนล่าสุดของประเทศอินเดีย ในการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 11 เมษายน เรื่อยไปถึงวันที่ 19 พฤษภาคม

อย่างไรก็ตาม ราหุล เหลน หลาน และลูกของอดีตนายกรัฐมนตรี 3 คน ยังคงถูกมองว่าเป็นรองคู่แข่งอย่างนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียจากพรรคภราติยา จานาตา (บีเจพี) ในเวลานี้

แม้จะมีนามสกุลคานธี จากตระกูลที่มีชื่อเสียงที่สุดในอินเดีย ทว่าก็ไม่ได้มีความเกี่ยวโยงใดๆ กับมหาบุรุษผู้ปลดปล่อยอินเดียอย่าง “มหาตมะ คานธี” แต่อย่างใด

 

ราหุล คานธี เกิดเมื่อปี 1970 ช่วงเวลาที่ย่าอย่างอินธิรา คานธี ลูกสาวจาวาฮาร์ราล เนห์รู นายกรัฐมนตรีคนแรกของอินเดีย กำลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ปี 1984 อินธิราถูกบอดี้การ์ดชาวซิกห์ยิงเสียชีวิต ก่อนที่ลูกชายอย่างราจิฟ คานธี พ่อของราหุล จะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ

ราหุลมีอายุได้ 20 ปีพอดี ในปีที่ราจิฟผู้เป็นพ่อจะถูกลอบสังหารเช่นกันในปี 1991 จากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโดยกลุ่มชาวทมิฬ

ราหุลเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ต้องออกจากมหาวิทยาลัยกะทันหันหลังจากพ่อเสียชีวิต ก่อนที่จะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโรลลินส์ ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ก่อนจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ในปี 1994

ราหุลใช้ชีวิตในลอนดอนอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ก่อนที่โซเนีย คานธี จะมอบตำแหน่งหัวหน้าพรรคคองเกรส ที่รับต่อมาจากสามี ให้กับราหุล เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา

แม้เอกสารลับทางการทูตของสหรัฐอเมริกาจะระบุถึงราหุลเอาไว้เมื่อปี 2007 ว่าเป็นผู้ที่อ่อนประสบการณ์ทางการเมือง แต่ในปี 2009 มุมมองดังกล่าวของสหรัฐเปลี่ยนไป เป็นผู้ที่ช่ำชองและมีพื้นฐานทางการเมืองที่ดี

หลังชัยชนะของบีเจพี เมื่อปี 2014 ราหุลเริ่มกระตุ้นเพื่อฟื้นคืนพรรคคองเกรส มีมุมมองที่ตรงกันข้ามกับโมดี ผู้นำชาวฮินดูผู้มีแนวคิดชาตินิยม โดยราหุลยื่นมือไปหาชนกลุ่มน้อยของประเทศอย่างชาวมุสลิม รวมถึงมีนโยบายเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีพื้นที่ทางการเมืองมากขึ้น

ล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคม พรรคคองเกรสได้รับชัยชนะใน 3 รัฐสำคัญซึ่งรวมไปถึงพื้นที่ฐานเสียงของโมดี ทำให้ราหุลกลายเป็นคู่แข่งที่ดูเป็นจริงเป็นจังมากยิ่งขึ้น

ในการหาเสียง ราหุลโจมตีโมดีในด้านผลงานด้านการเกษตร การว่างงาน รวมถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างโมดีและธุรกิจใหญ่ๆ

“ทั่วประเทศอินเดีย ประชาชนท้อแท้และผิดหวัง โมดีพยายามใช้แนวคิดคลั่งชาตินิยมในการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชน” ราหุลระบุกับหนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ที่มีสำนักงานในนครกัลกัตตา และว่า “ประชาชนชาวอินเดียไม่ได้โง่ พวกเขามองเกมนี้ทะลุปรุโปร่ง”

ภาพป้ายหาเสียงของราหุล แสดงให้เห็นภาพราหุลกอดกับเกษตรกรร่างผอมพร้อมคำขวัญของพรรคในการแก้ไขปัญหาความยากจนภายในปี 2030 พร้อมทั้งนโยบายโอนเงินให้กับ 50 ล้านครอบครัว

 

ด้านนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดียคนปัจจุบัน ผู้ที่ไต่เต้ามาจากลูกชายคนขายชา ใช้การสื่อสารทั้งช่องทางแบบเดิม และช่องทางโซเชียลมีเดีย บวกด้วยคำปราศรัยหาเสียงอันเผ็ดร้อน สามารถยึดพื้นที่สื่อได้ตลอดเวลา

ช่วงที่ผ่านมา โมดีทุ่มความสนใจไปที่ความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถาน จากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศใส่กันเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เสนอตัวในฐานะ “ผู้พิทักษ์” อินเดีย

ด้านราหุลก็พยายามทำคะแนนด้วยการโจมตีตั้งข้อสงสัยต่อข้อตกลงมูลค่ามหาศาลในการซื้อเครื่องบินรบราฟาเอลจากฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้ทำให้คะแนนนิยมจากการสำรวจความเห็นประชาชนกระเตื้องขึ้นเท่าใดนัก

ต่างจากโมดีที่จับจุดโจมตีเปรียบเทียบจุดเริ่มต้นชีวิตจากความยากจน กับราหุลที่เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อมด้วยความร่ำรวย พร้อมเปรียบเทียบเย้ยหยัน “ราหุล” ด้วยคำว่า “เจ้าชาย”

เช่นเดียวกับความเห็นของผู้สื่อข่าวการเมืองมากประสบการณ์ของอินเดียอย่างปาร์สา เวนคเทศวาร์ ราว ที่ระบุว่า ราหุลยังคงยึดติดกับแนวคิดสังคมนิยม ในแบบที่อินธิรา คานธี เคยทำได้ แต่เวลานี้ชาวอินเดียเปลี่ยนไปแล้ว แม้แต่กลุ่มคนยากจนก็เปลี่ยนแปลงไป

ผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนค่อนข้างชัดเจนว่านายกรัฐมนตรีโมดียังคงมีคะแนนนิยมนำห่างด้วยสัดส่วน 62 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 32 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม คงต้องรอดูผลการเลือกตั้งที่จะตัดสินในอีก 1 เดือนข้างหน้า

บทความก่อนหน้านี้นิติ มช. จี้ถาม “กกต.มีไว้ทำไม” เป็นองค์กรอิสระ ไฉนจัดเลือกตั้งไม่โปร่งใส
บทความถัดไปธ.โลกปรับจีดีพีไทยเหลือ3.8% จับตาตั้งรบ.ใหม่ล่าช้าอาจกระทบลงทุน