อนุสรณ์ ติปยานนท์ : คำตอบหัวใจ

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

รัก/หลง/เมือง (18)

“Listen to your heart. It knows all things.”

Paulo Coelho

“ฟังเสียงจากหัวใจของคุณ คำตอบทั้งหมดอยู่ที่นั่น”

ปาโล โคเอโย

 

เขาจ้องมองหญิงสาวผู้นั้น หญิงสาวที่อ้างตนว่าเป็นภรรยาของเขา เขาจ้องมองหญิงสาวอีกคน หญิงสาวที่เขาเชื่อว่าเธอคือคู่ชีวิตที่เขาใฝ่ฝัน

ความยากเย็นของการตัดสินใจมีเสมอในชีวิตมนุษย์ แต่เขารู้แล้วว่าความยากเย็นในการตัดสินใจเกี่ยวกับความรักคือความยากเย็นที่สุดในชีวิตของเขา

ความรู้สึกหนักอึ้งจากการต้องตัดสินใจทำให้เขาลุกขึ้นและเดินออกจากห้องนั้นไป ที่ใดสักที่ที่เขาจะได้นั่งลงอย่างสงบและขบคิดถึงทางเลือกที่ดีที่สุด

ทว่าเมื่อเดินออกจากห้องนั้น เขากลับพบกับบุคคลที่เขาหลงลืมไปแล้ว ชายหนุ่มผู้ที่เป็นคนรักของหญิงสาวที่เขาหลงรักยังคงนั่งอยู่ตรงแถวเก้าอี้ตัวเดิม เขาจ้องมองไปยังห้องฉุกเฉิน สีหน้ากังวล ดวงตาอ่อนล้า เขายังคงนั่งรออยู่เช่นนั้นราวกับเป็นปะติมากรรมหุ่นตัวหนึ่ง

เขานั่งลงเคียงข้างชายหนุ่มผู้นั้น ทุกครั้งที่มีใครออกจากห้องฉุกเฉิน ชายหนุ่มผู้นั้นจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตรงเข้าไปหาบุคคลเหล่านั้นพร้อมกับคำถาม ก่อนจะกลับมาพร้อมกับความผิดหวัง

สิบห้านาที ครึ่งชั่วโมงจนถึงหนึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มผู้นั้นดำเนินชีวิตไปราวกับตกอยู่ในเขาวงกต นั่งลง กระวนกระวาย ลุกขึ้น สอบถามและกลับมานั่งยังที่เดิมพร้อมกับความผิดหวัง

ภาพที่ว่านี้ทำให้เขารู้สึกหดหู่ ทำให้เขารู้สึกเห็นใจ

ในที่สุด เขาก็เอ่ยปากสนทนากับชายหนุ่มผู้นั้น เป็นบทสนทนาฆ่าเวลาที่เขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นั้นต้องการเป็นที่สุดในยามนี้

“คุณกำลังรอคอยใครอยู่หรือ?” เขาถาม

“คนรักของผม” ชายหนุ่มผู้นั้นหันมามองเขา “เธอบาดเจ็บมาก อุบัติเหตุจากความประมาทของผม”

“เสียใจด้วย” เขาเอ่ยเบาๆ “ผมเห็นคุณนั่งอยู่ที่นี่แทบตลอดเวลา”

“ผมรอการผ่าตัดของเธอ” ชายหนุ่มผู้นั้นตอบ “แต่ดูเหมือนการผ่าตัดของเธอจะยาวนานจนไม่มีทางจบสิ้น” เขาถอนหายใจ “ไม่สิ ทุกอย่างต้องจบสิ้น ไม่มีอะไรที่เริ่มต้นแล้วและไม่เคยจบสิ้น”

เขามองดูชายหนุ่มผู้นั้น แม้ว่าบทสนทนาที่เกิดขึ้นจะเป็นไประหว่างเขากับชายหนุ่มผู้นั้น ทว่ามันดูเหมือนกับชายหนุ่มผู้นั้นกำลังสนทนากับตนเอง

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ไปที่ตู้ขายเครื่องดื่มก่อนจะกลับมาพร้อมกับน้ำดื่มสองขวด

“เสียงของคุณแหบแห้งมากทีเดียว ดื่มน้ำในขวดนี้เสียก่อน มันน่าจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น”

ชายหนุ่มผู้นั้นรับน้ำดื่มจากเขาอย่างไม่มีท่าทีปฏิเสธ เขาดื่มน้ำในขวดจนหมด วางมันลงข้างตัวและจ้องมองไปที่ประตูทางเข้าของห้องฉุกเฉิน

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ดวงตาเขาแห้งผาก ไร้แวว

“คุณคงรักเธอมาก” เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ในเชิงคำถาม

 

ชายหนุ่มผู้นั้นพยักหน้าเบาๆ

“ผมกำลังจะแต่งงานกับเธอ นี่เป็นการมาท่องเที่ยวครั้งสุดท้ายของเราในฐานะคนรัก หลังจากนี้ เราจะเดินทางร่วมกันในฐานะของสามีและภรรยา แต่…”

เขาหยุดพูดและหยิบขวดน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งก่อนจะพบว่าไม่มีน้ำในขวดอีกต่อไป เขาวางขวดน้ำลง

“แต่…เป็นความโชคร้ายของเธอจริงๆ รถจักรยานยนต์ของเราประสบอุบัติเหตุและเธอต้องบาดเจ็บ ผมนำเธอมาที่นี่ เข้ารับการผ่าตัด แต่ดูจะเป็นการผ่าตัดที่ไม่มีทางจบสิ้นเลย ไม่สิ ไม่มีอะไรที่เคยเริ่มต้นแล้วจะไม่มีทางจบสิ้นลง”

เสียงพูดของชายหนุ่มผู้นั้นกลับมาแหบพร่าอีกครั้ง เขายื่นขวดน้ำในมือที่ยังไม่ได้เปิดออกให้กับชายหนุ่มผู้นั้นซึ่งรับมันไปดื่มอย่างหิวกระหาย ท่าทีและสภาพร่างกายของเขาดูอ่อนแอราวกับพร้อมจะพังลงและถึงกาลพินาศในทุกขณะ

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ ตั้งใจจะซื้อน้ำดื่มอีกขวดให้ชายหนุ่มผู้นั้น แต่แล้วประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก นางพยkบาลคนหนึ่งขานชื่อของชายหนุ่มผู้นั้น

เขาผลุนผลันหายเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงตะโกนและเสียงร่ำไห้อันแสดงถึงความผิดหวัง

ไม่นานนักรถเข็นคันหนึ่งก็ออกจากห้อง มีร่างของใครบางคนที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวจนทั่วร่าง ชายหนุ่มผู้นั้นใช้มือของเขาเกาะขอบรถเข็น เห็นได้ชัดว่าเขากำลังทรงกายให้ได้โดยอาศัยราวจับบนรถเข็นนั้น

สีหน้าของเขาซีดเผือด รถเข็นคันนั้นถูกเข็นหายไปอีกด้านของโรงพยาบาลโดยมีชายหนุ่มผู้นั้นตามติดมันไป

 

ในยามนี้เหลือเพียงเขาเพียงคนเดียวที่เก้าอี้นั่งยาวแถวนั้น

เขาต้องการความสงบ เขาต้องการพื้นที่สำหรับการขบคิด

บัดนี้เขาได้รับในสิ่งนั้นแล้ว เขาเอนกายลงกับพนักเก้าอี้ ทบทวนสิ่งต่างๆ เขามาที่เมืองแห่งนี้เพื่อหลีกหนีใครบางคน

แต่แล้วเขาก็พบบุคคลนั้นอีกครั้ง เขาหลีกหนีเธอไม่พ้นต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดที่ได้เห็นเธอคลอเคลียกับคนรัก

เขาตัดสินใจจะไปจากเธอ มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นในเมืองนี้ นำพาความฝันของเขาไปยังที่ใดที่หนึ่ง เขาร่วมเพศกับใครคนนั้น บรรลุซึ่งความสุขและความต้องการที่โหยหา

แต่แล้วใครคนนั้นก็บาดเจ็บ แต่แล้วคนที่เขาต้องการหลีกหนีก็เข้ามาแทนที่ พร้อมจะรักเขาอย่างที่เขาปรารถนา เขามีความสุขที่สมหวัง แต่การทอดทิ้งให้ใครบางคนผิดหวังเป็นสิ่งที่ควรกระทำกระนั้นหรือ

เขาทบทวนเรื่องราวทั้งหลายไปมา เขาทบทวนเรื่องราวทั้งหลายรอบแล้วรอบเล่า ทำไมทุกสิ่งจึงดูสับสน อลหม่าน

ทำไมทุกสิ่งจึงดูผิดที่ผิดทาง

เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะความลังเลของเขาเอง เขาผู้ไม่ยอมเดินหน้า เขาผู้ไม่ยอมสูญเสียอะไรเลย เขาผู้หลงรักในตนเองอย่างหมดจิตหมดใจและพยายามบอกกับตนเองว่าจะไม่ยอมเจ็บปวดเรื่องความรักแม้ว่าจะทำให้ทุกคนบนโลกนี้เจ็บปวดเพราะเขาก็ตามที

เขาพบแล้วว่าทางออกอยู่ที่ใด

เขาพบแล้วว่าคำตอบอยู่ที่ใด

 

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ กลับเข้าไปในห้องพยาบาล เขาตรงไปยังเตียงของหญิงสาวผู้ที่อ้างว่าเป็นภรรยาของเขา

เขากล่าวกับเธอว่า “ขอโทษด้วยที่เขามาช้าเกินไป”

เขาจับมือของเธอ สัมผัสมันอย่างรักใคร่และทำให้เธอรู้สึกว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งเธอไปที่ใดอีก แม้ว่าเธอจะเต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับจำนวนมากมาย

แม้ว่ารอบกายเธอจะเต็มไปด้วยสิ่งที่อธิบายไม่ได้จำนวนมากมาย แต่เขาไม่ใส่ใจมันอีกต่อไป

เขามองดูชื่อของเธอ จดจำมันไว้ ก่อนจะเดินออกจากห้องนั้นมา

ผ่านเตียงของหญิงสาวผู้ที่เขาหลงรัก เธอจ้องมองเขา ดวงตาแสดงความผิดหวัง เขาไม่สบตาเธอ เพียงแต่เหลือบมอง ไม่มีอะไรหยุดยั้งเขาได้อีกต่อไปแล้ว เขาตัดสินใจแล้วที่จะเดินหน้าต่อไปในโลกนี้

เขากล่าวขอโทษหญิงสาวผู้นั้นในใจ ก่อนจะเดินจากเธอมา

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถพยาบาลก็พร้อม พนักงานของโรงพยาบาลนำหญิงสาวผู้ที่อ้างตนว่าเป็นภรรยาของเขาขึ้นรถ รถพยาบาลแล่นไปยังที่พักของพวกเขา เขาเก็บสัมภาระทุกอย่างของเธอขึ้นใส่รถ ไม่นานนัก รถพยาบาลพาเขาทั้งคู่ออกจากเมืองเล็กแห่งนั้นไปสู่เมืองใหญ่

โรงพยาบาลที่เพียบพร้อมในเมืองแห่งนั้นดูแลหญิงสาวผู้นั้นอย่างดี

สามถึงสี่วัน เธอก็แข็งแรงเป็นปกติ เขาพาเธอกลับเมืองหลวง เขาพาเธอกลับบ้าน บ้านที่เคยมีเขาอยู่เพียงลำพัง บัดนี้ได้มีใครบางคนทำให้มันมีชีวิตชีวา

เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอแม้กระทั่งยามนี้

เขารู้เพียงว่าเขาพบเธอที่วัดแห่งหนึ่ง เขารักเธอหลังจากนั้น และหลังจากช่วงเวลานั้นในโรงพยาบาล เขาตัดสินใจแล้วที่จะรักเธอตลอดไป

เธอดับความฝันของเขาเกี่ยวกับทุกสิ่ง และนำพาเอาความฝันจำนวนมากที่เขาไม่เคยคาดคิดถึงมันล่วงหน้ามามอบให้

เขาแต่งงานกับเธอหลังจากนั้น มีชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่

อยู่กับใครสักคนที่ยังคงเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขา แต่นั่นไม่สำคัญ

ในเมืองอันกว้างใหญ่นั้น คนรักคือคนแปลกหน้าของเรา

ในเมืองอันกว้างใหญ่นั้น มิตรสหายคือคนแปลกหน้าของเรา ในเมืองอันกว้างใหญ่นั้น แม้แต่ตัวเราเองก็คือคนแปลกหน้าสำหรับเรา

จบ

บทความก่อนหน้านี้ปชป. ตั้ง คกก.ขีดหลักเกณฑ์เลือกหน.พรรค ยังไม่ชัดจะยกเลิกหยั่งเสียงหรือไม่
บทความถัดไป5 ปี “บิลลี่” หายตัวไป ความยุติธรรมที่ยังต้องรอคอย