เกือบหัวใจวาย! ไม่รู้ว่าถูกล็อตเตอรี่ แล้วทิ้งลงถังขยะไปแล้ว

ได้เงินใช้ฟรีๆ เดือนละ 6 หมื่นไปตลอดชีวิต

ถูกล็อตเตอรี่ได้เงินรางวัล 25,000 ดอลลาร์ หรือราว 800,000 บาท

อาจจะ “โชคดี” กว่าถูกล็อตเตอรี่ได้เงินรางวัล 1,000,000 ดอลลาร์

หรือราว “32 ล้านบาท” ก็ได้นะ!!!

คือเราคิดแบบ “ผู้มีสายตายาว”!!!

อุ๊บ… “ผู้มีสายตากว้างไกล” ที่มองชีวิตในระยะยาวไกลไง!!!

555

ทั้งนี้ จากข่าวเล่าว่า นี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ดีที่สุดในชีวิตของนายเจฟฟ์ ไฮนิก ชายอเมริกัน ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

ที่โชคดีถูกล็อตเตอรี่ “ลักกี้ ฟอร์ ไลฟ์” หรือ “โชคดีตลอดชีวิต” งวดต้นเดือนเมษายนของรัฐมิชิแกน ซึ่งเจฟฟ์จะได้รับเงินรางวัลปีละ 25,000 ดอลลาร์ หรือราว 8 แสนบาท เฉลี่ยเดือนละ 66,666 บาทไปจนกว่าจะตาย!!!

แต่กว่าจะ “โชคดีสุดๆ” แบบนี้ เจฟฟ์เล่าว่า เขาก็ตกใจสุดๆ แทบหัวใจวายมาแล้ว

เมื่อ “ทิ้งล็อตเตอรี่ใบนี้” ลงถังขยะไปแล้ว เพราะคิดว่าไม่ถูก!!!

เจฟฟ์เล่าว่า เขาซื้อล็อตเตอรี่มาเมื่อวันพุธที่ 3 เมษายน

พอเช้าวันที่ 4 เมษายน ก็เปิดเว็บเพื่อตรวจรางวัลล็อตเตอรี่

เมื่อรู้ว่าไม่ถูก ก็ทิ้งลงถังขยะ!!!

แต่พอวันศุกร์ที่ 5 เมษายน เมื่อเขาเปิดเว็บตรวจดูรางวัลอีกที

ก็รู้สึก “คุ้นตา” กับเลขรางวัลที่ออกว่าเหมือนเลขชุดที่เขาซื้อเป็นประจำ

จึงรีบไปคุ้ยถังขยะ หาล็อตเตอรี่ขึ้นมาตรวจใหม่อีกครั้ง

จึงรู้ว่าถูกรางวัลใหญ่!!!

ใครที่ “ขยันซื้อล็อตเตอรี่” ต้อง “ขยันตรวจรางวัล” กันด้วยนะ

เหอๆๆ

ถอนเงิน 10 ล้านดอลลาร์ออกมานั่งมอง?

บ้าอ๊ะปล่าว “ถอนเงิน 10 ล้านดอลลาร์” หรือราว “320 ล้านบาท”

ออกมา “นั่งมอง” จากนั้นก็ “หอบเงิน” กลับไปฝากเข้าบัญชีธนาคารต่อ?

???

ไม่ได้เพี้ยน ไม่ได้บ้า!!!

แถมคนที่ทำยังเป็น “มหาเศรษฐี” ที่ร่ำรวยที่สุดในแอฟริกาด้วย

ขอบอก!!!

จากข่าวเล่าว่า นายอาลิโก ดันโกเต มหาเศรษฐีชาวไนจีเรีย วัย 61 ปี ซึ่งได้ชื่อเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในแอฟริกา ได้เล่าให้ที่ประชุมแห่งหนึ่งฟังว่า ที่เขาทำเช่นนั้น เพราะเขาต้องการจับต้อง “เงินจริงๆ” ให้มันสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก ไม่ใช่เห็นแต่ “ตัวเลข” ในกระดาษ

“เมื่อคุณยังหนุ่มยังสาว เงินล้านแรกมีความสำคัญมาก”

“แต่หลังจากนั้น จำนวนเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่”

“มีอยู่วันหนึ่ง ผมเคยถอนเงินสด 10 ล้านดอลลาร์ (ราว 320 ล้านบาท) ใส่ไว้ท้ายรถ แล้วหอบเข้ามาไว้ในห้อง”

“แล้วนั่งมองเงินเหล่านั้น กระทั่งผมเชื่อว่า ผมมีเงินจริงๆ”

“พอวันรุ่งขึ้น ผมก็นำเงินกลับเข้าไปฝากธนาคาร”

นายดันโกเตยังเตือนนักธุรกิจรุ่นใหม่ว่า อย่าหลงระเริงกับความสำเร็จเริ่มแรก

เพราะธุรกิจย่อมมีขึ้นมีลงตลอดเวลา!!!

บทความก่อนหน้านี้Sara Bareilles Amidst the Chaos เสียงสะท้อนการเมือง
บทความถัดไป“สุรพล” ตั้งโต๊ะแจง ถวายปัจจัยให้พระเป็นการส่วนตัว วอน กกต.ทบทวนยื่นใบส้ม