ต่างประเทศ : ไฟป่าครั้งใหญ่ของเกาหลีใต้ บทเรียนการจัดการภัยพิบัติ

เหตุไฟป่าครั้งใหญ่ของเกาหลีใต้ ซึ่งเกิดขึ้นบริเวณเทือกเขาในเมืองโกซอง จังหวัดคังวอน ที่อยู่ห่างจากชายแดนติดกับเกาหลีเหนือราว 45 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ราว 210 กิโลเมตร ที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 4 เมษายน และลุกลามไปอย่างรวดเร็วไปยังเมืองใกล้เคียง อันเนื่องจากลมที่กระโชกแรง ที่ทำให้เกิดภาพไฟป่าที่ลุกโชนไปทั่ว จนท้องฟ้าที่ดำมืดยังกลายเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับกลุ่มควันที่พวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าจำนวนมาก

โดยเมืองที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า ได้แก่ เมืองโกซอง เมืองอินเจ เมืองคังนึง เมืองดงแฮ และเมืองซกโช แหล่งท่องเที่ยวเมืองชายหาดยอดนิยมแห่งหนึ่งของเกาหลีใต้ด้วย

ชาวบ้านคนหนึ่งในเมืองซกโช จังหวัดคังวอน หนึ่งในเมืองที่ประสบภัยไฟป่าครั้งนี้ด้วย บอกว่า โกซองเคยเกิดไฟป่าครั้งใหญ่มาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยรุนแรงเท่าครั้งนี้มาก่อน

และว่า ที่ผ่านมาไฟป่าจะเผาผลาญเฉพาะพื้นที่บริเวณเทือกเขาเท่านั้น แต่ไฟป่าครั้งนี้กลับรุนแรงอย่างมาก

และได้แผ่ขยายเข้าไปในเขตพื้นที่อยู่อาศัยของผู้คน จนทำให้บ้านเรือนเสียหายไปจำนวนมาก

 

ไฟป่ารุนแรงถึงขั้นที่ประธานาธิบดีมุน แจ อิน ของเกาหลีใต้ต้องออกคำสั่งให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันหาทางควบคุมไฟป่าครั้งนี้

และทางการเกาหลีใต้ต้องประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไฟป่า เพื่อระดมกำลังช่วยดับไฟอย่างเร่งด่วน

มีการส่งทั้งเฮลิคอปเตอร์ราว 60 ลำ และรถดับเพลิง 300 คัน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่าหมื่นนายจากทั่วประเทศลงพื้นที่เพื่อช่วยกันดับไฟป่าครั้งนี้

ขณะที่กองทัพเกาหลีใต้ต้องแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นให้แก่เกาหลีเหนือได้รับทราบ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ไม่ไกลจากชายแดนที่ติดกับเกาหลีเหนือ

โดยต้องมีการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงราว 4,200 คน เพื่อความปลอดภัย

และแม้ว่าไฟป่าครั้งนี้จะดับลงหมดแล้วหลังไฟป่าโหมหนักอยู่ 3 วัน

หากแต่ก็ยังมีกลุ่มควันที่เป็นพิษปกคลุมเมืองอยู่หนาทึบ

ขณะที่หลังจากดับไฟได้ลงสนิท พบว่าบ้านเรือนราว 400 หลัง เหลือแต่เพียงซากอาคารและยานพาหนะที่ถูกพระเพลิงเผาผลาญ โดยไฟได้เผาผลาญเนื้อที่ไปทั้งหมด 2.5 ตารางกิโลเมตร

แต่ไฟป่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริเวณพื้นที่จัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่เมืองพยองชางที่อยู่ใกล้เคียงกันแต่อย่างใด รวมทั้งศูนย์สเก๊ตในเมืองคังนึงด้วย

 

เหตุไฟป่าครั้งนี้ยังทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน โดยผู้เสียชีวิตรายหนึ่งเป็นชายวัย 60 ปี ที่เสียชีวิตในกองเพลิง อีกรายหนึ่งเป็นสตรีวัยประมาณ 70 ปี ที่ถูกกระจกร่วงลงมาใส่เนื่องจากลมแรงขณะอยู่บนท้องถนน

ในขณะที่สาเหตุของไฟป่าครั้งนี้ก็ผิดคาด จากเดิมที่คิดว่ามาจากการเกิดไฟป่า

แต่เบื้องต้นมีการตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดใกล้กับรีสอร์ตแห่งหนึ่งของเมืองโกซอง จนทำให้เกิดประกายไฟจนเกิดไฟลุกไหม้

บวกกับการที่มีลมกระโชกแรงและสภาพอากาศที่แห้ง ทำให้ไฟลุกลามเข้าไปยังบริเวณเทือกเขากลายเป็นไฟป่าที่ลุกลามไปอย่างรวดเร็ว และลุกลามไปยังเมืองใกล้เคียง

หลังจากดับไฟได้ กระทรวงมหาดไทยและความปลอดภัยแจ้งว่าไฟป่าได้เผาผลาญเมืองโกซองและเมืองซกโชจนหมดสิ้น ส่วนเมืองคังนึงกับอินเจนั้นมีพื้นที่ถูกเผาผลาญไปทั้งสิ้นราว 70-80 เปอร์เซ็นต์

โดยรวมแล้วถือว่าเป็นไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้เลยทีเดียว

แม้ว่าความเสียหายจะใหญ่หลวงมากนัก ทั้งผืนป่าและบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ หากแต่ก็ยังโชคดีที่มีการสูญเสียชีวิตผู้คนไม่มากนัก และมีการดำเนินการเพื่อจัดการอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการประกาศเขตภัยพิบัติเพื่อการดำเนินการช่วยเหลือที่คล่องตัวมากขึ้น

และจะกลายเป็นบทเรียนครั้งสำคัญอีกครั้งสำหรับอนาคต ในการบริหารจัดการกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ที่ไม่รู้ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หากแต่ถ้ามีการตั้งรับที่พร้อม ก็จะลดการสูญเสียได้อย่างมาก

บทความก่อนหน้านี้ข้อมูลล่าสุดแจ้งครอบครองกัญชา 1,053 ราย อย.ย้ำรีบยื่นภายใน 19 พ.ค.นี้เพื่อเว้นโทษ!
บทความถัดไปคนมองหนัง : “ขวานฟ้าหน้าดำ 2562” ใครว่า “ละครจักรๆ วงศ์ๆ” ไม่มีอะไร “ใหม่”