พิศณุ นิลกลัด : สูตรการยิงลูกโทษที่จุดโทษ

พิศณุ นิลกลัด

ใครที่หมั่นไส้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คงดีใจตอนที่เห็นโรนัลโด้ ยิงจุดโทษไม่เข้าในนาทีที่ 79 นัดลงเตะกับทีมออสเตรียรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลยูโร 2016

ในทวิตเตอร์มีการโพสต์คลิป และรูปภาพล้อเลียนโรนัลโด้กันยกใหญ่

ทันทีที่โรนัลโด้เตะลูกโทษพลาดมีการทำชาร์ตเปรียบเทียบความแม่นยำในการยิงลูกโทษของโรนัลโด้กับเมสซี่ทันที

ซึ่งผลออกมาดังนี้ครับ…

ในการเตะจุดโทษเวลาลงแข่งให้กับทีมชาติโปรตุเกส โรนัลโด้เตะจุดโทษทั้งหมด 10 ครั้ง เข้าประตู 6 ครั้ง ไม่เข้า 4 ครั้ง คิดเป็นยิงเข้า 60%

ส่วนเมสซี่ เตะจุดโทษให้กับทีมชาติอาร์เจนตินาทั้งหมด 17 ครั้ง ยิงเข้า 15 ครั้ง ไม่เข้า 2 ครั้ง คิดเป็นยิงเข้า 88.24%

ในการเตะจุดโทษให้กับทีมเรอัล แมดริด โรนัลโด้ยิงทั้งหมด 77 ครั้ง เข้า 66 ครั้ง ไม่เข้า 11 ครั้ง คิดเป็นยิงเข้า 85.71%

ส่วนเมสซี่ เตะจุดโทษเวลาแข่งให้กับทีมบาร์เซโลนาทั้งหมด 70 ครั้ง เข้า 53 ครั้ง ไม่เข้า 17 ครั้ง คิดเป็น 75.71% ที่ยิงเข้า

การรวบรวมสถิติครั้งนี้ลูกโทษที่จุดโทษ ที่เมสซี่เตะตอนลงสนามแข่งกับทีมเซลต้า บีโก้-เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเมสซี่เขี่ยลูกให้ หลุยส์ ซัวเรซ เตะเข้าประตูนั้น ทางผู้เก็บสถิตินับเป็นลูกโทษที่เมสซี่ยิงพลาด

ย้อนไปสมัยที่โรนัลโด้เล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาเตะจุดโทษ 23 ครั้ง เตะเข้า 19 ครั้ง ไม่เข้า 4 ครั้ง คิดเป็น 82.61% ที่ยิงเข้า

รวมสถิติการเตะจุดโทษทั้งหมดของโรนัลโด้ตั้งแต่สมัยเล่นให้กับแมนฯ ยู, เรอัล แมดริด และทีมชาติโปรตุเกส ทั้งหมด 110 ลูก เขาเตะเข้า 91 ลูก คิดเป็น 82.73%

ส่วนเมสซี่ สถิติการเตะจุดโทษตั้งแต่เล่นใหักับบาร์เซโลนา และทีมชาติอาร์เจนตินา รวมทั้งสิ้น 87 ลูก เตะเข้า 68 ลูก คิดเป็น 78.16%

จากการศึกษาของ เบ็น กูเรี่ยน ยูนิเวอร์ซิตี้ (Ben-Gurion University) ประเทศอิสราเอล ในปี 2007 โดยทำการศึกษาการเตะจุดโทษ 286 ครั้ง ของลีกในยุโรป, อเมริกาใต้, ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ และเวิลด์คัพ ได้ผลการศึกษาที่น่าสนใจดังนี้

การแข่งขันฟุตบอลแต่ละนัด โดยเฉลี่ยจะทำประตูได้ 2.5 ประตู ดังนั้น การยิงจุดโทษจึงมีความสำคัญอย่างมาก

หากผู้รักษาประตูยืนอยู่ตรงกลาง ไม่พุ่งไปทางซ้ายหรือขวา โอกาสที่จะป้องกันลูกได้สำเร็จมี 33.3% ดีกว่าการเสี่ยงทายใจพุ่งซ้ายหรือพุ่งขวา

การเสี่ยงทายใจพุ่งไปทางซ้ายของตัวเอง โอกาสป้องกันลูกได้สำเร็จอยู่ที่ 14.2%

ส่วนเสี่ยงทายใจพุ่งไปทางขวาของตัวเอง โอกาสป้องกันประตูสำเร็จอยู่ที่ 12.6% หรือป้องกันสำเร็จเพียง 1 ครั้งจาก 8 ครั้ง

จะเห็นว่าการที่ผู้รักษาประตูยืนปักหลักอยู่ตรงกลางประตู ไม่พุ่งไปทางซ้ายหรือทางขวา จะมีโอกาสป้องกันประตูสำเร็จมากที่สุด

แต่จากการสัมภาษณ์ผู้รักษาประตูพบว่า ส่วนใหญ่มักจะเสี่ยงพุ่งซ้ายหรือขวา เพราะเกรงว่าหากยืนอยู่เฉยๆ ตรงกลาง จะถูกคนมองว่าไม่พยายามป้องกันประตู และหากถูกยิงเข้า ตัวเองก็จะรู้สึกแย่ว่าไม่ได้พยายามป้องกันอย่างสุดความสามารถ ดังนั้น แม้พุ่งไปทางซ้ายหรือขวา แต่ทายใจคนยิงผิด ลูกเข้าประตู ก็ยังรู้สึกดีกว่าการยืนอยู่ตรงกลางเฉยๆ

94% ของผู้รักษาประตู ที่ทายใจโดยพุ่งซ้าย พุ่งขวา เวลารับลูกโทษ

จำนวน 40% ทายใจถูก

อย่างไรก็ตาม แม้จะทายใจคนยิงถูก แต่ก็ป้องกันประตูได้สำเร็จเพียง 25-30% เท่านั้น ในขณะที่หากยืนอยู่ตรงกลาง ไม่พุ่งไปทางซ้ายหรือขวา โอกาสที่จะรักษาประตูได้มีมากถึง 60%

การที่ผู้รักษาประตูพุ่งไปทางซ้ายหรือขวา หากแบ่งประตูออกเป็น 9 ส่วน เนื้อที่ที่ผู้รักษาประตูป้องกันประตูมีอยู่เพียง 1 ใน 9 (มุมล่างซ้ายหรือขวาของประตู)

ในขณะที่การยืนอยู่ตรงกลาง เนื้อที่ที่ป้องกันสามารถป้องกันได้ถึง 3 ใน 9 ส่วน คือ ส่วนล่าง กลาง บน (ตรงกลางประตู)

ลูกโทษหากไม่ยิงออกนอกกรอบ จำนวน 85% ยิงเข้าประตูสำเร็จ

ลูกโทษที่ยิงไปทางซ้ายหรือขวา โอกาสยิงเข้ามี 85%

ถ้ายิงตรงกลางประตู โอกาสเข้ามีถึง 87%

แต่มีนักเตะเพียง 30% เท่านั้นที่ยิงที่จุดโทษโดยเตะลูกเข้ากลางประตู

หากแบ่งประตูด้านความสูงออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนล่าง ส่วนกลาง และส่วนบน พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของการยิงลูกโทษที่จุดโทษ นักเตะจะเตะไปที่ส่วนล่างของประตู และ 80% ยิงลูกเข้าประตูสำเร็จ

มีเพียง 13% ของการยิงลูกโทษเท่านั้นที่นักเตะยิงไปที่ส่วนบนของประตู ซึ่งหากไม่ออกนอกกรอบ โอกาสทำประตูสำเร็จอยู่ที่ 100%!

แต่การยิงแบบนี้ไม่ค่อยมีใครกล้ายิง เพราะกลัวลูกข้ามคาน เล็งยิงความสูงระดับกลางหรือระดับล่าง ผิดพลาดสักฟุตสองฟุต ลูกก็ไม่หลุดกรอบ

บทความก่อนหน้านี้ประกวดเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ : สัจนิรันดร์ของวันอาทิตย์
บทความถัดไปพิศณุ นิลกลัด : ทีมเจ้าบ้านมักได้เปรียบ…จริงหรือ?