‘นุ่น วรนุช’ ในวัย 39 กับ ประสบการณ์22 ปี ในวงการ ที่ยังอยาก “ทำตัวว่างเปล่าเพื่อเรียนรู้”

ว่างเปล่าเพื่อเรียนรู้ เทคนิคเพื่อความอยู่รอดของนุ่น วรนุช

ถึงแม้จะเป็นนางเอกเบอร์ต้นๆ ของเมืองไทย แต่พอถามนุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี ในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกรับงาน คำตอบที่ได้กลับกลายเป็นว่า ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับ “นุ่นจะได้รับโอกาสจากใครมากกว่า”

ว่าแล้วก็ยิ้ม-สวยเหมือนอย่างที่แฟนๆ ได้เห็นในจอ

ปีนี้นางเอกคนดังมีงานละครแล้ว 5 เรื่อง ซึ่งทั้งหมดนั้นเลือกรับจากความสนใจ และคิดว่าน่าจะทำงานได้สนุก หนึ่งในนั้นคือเรื่อง “วุ่นรักนักข่าว” ทางช่องพีพีทีวี ที่แสดงร่วมกับพระเอกแอนดริว เกร็กสัน ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยมีโอกาสได้ร่วมงาน แค่ได้แต่ติดตามผลงานของอีกฝ่ายผ่านหน้าจอ

ในเรื่องนี้ เธอมีเขา ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวคนดังเป็นไอดอลในดวงใจ ครั้นมีโอกาสได้ร่วมงาน มาอ่านข่าวคู่ก็เกิดเป็นความรัก ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า “เขาหลอกเรา ที่จริงแล้วเขาเป็นเกย์”

แค้นก็แค้น-นี่นุ่นเผยความรู้สึกของตัวละครที่เธอสวมบท

หากนอกจากกล้ำกลืนและอดทนแล้ว ก็ไม่สามารถทำอะไรอื่นได้

“เพราะการเป็นผู้ประกาศข่าวคู่ขวัญมันค้ำคอ เราต้องรักษาภาพลักษณ์เพื่อองค์กร เพื่อช่อง”

แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งคิดว่านี่จะเป็นเรื่องดราม่า อยากฆ่า หรือว่ากรีดร้องตบตี เพราะที่จริง “มันป็นคอ,เมดี้ค่ะ” เธอบอก

แถมเป็นงานคอ,เมดี้ที่มีต้นตอจาก “Los exitosos Pells” (The Successful Mr. and Mrs. Pells) ของเกาหลี ซึ่งต่อมาก็ไปได้รับความนิยมจากผู้ชมหลายชาติ ขณะที่ของบ้านเราก็นำมาปรับให้เข้ากับรสนิยมแบบไทยๆ ซึ่งอ่านบทแล้วเธอเองก็รู้สึกว่าสนุก แปลกใหม่ น่าสนใจทีเดียว

นอกจากนั้นยังมีละครพีเรียด “เพลิงเสน่หา” ทางช่อง 7 มี “ศรีอโยธยา” ของหม่อมน้อย ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล มี “คลับฟรายเดย์ เดอะ ซีรี่ส์” ตอนรักซึมเศร้า ที่ “เล่นไปก็จะบ่นกับคนรอบข้างตลอด เพราะมันยาก” แล้วยังมี “รักเอาคืน” ซึ่งรับบทเป็นภรรยาผู้ตอบแทนสามีที่นอกใจ ด้วยการไปมี “เด็กไซด์ไลน์” ของตัวเองบ้าง

ดังนั้น ใครจะติดต่อให้แสดงอีกก็ต้องรอคิวอีกนาน เนื่องจากกว่าจะว่างก็ราวกลางปี 2563 โน่น

เธอบอกด้วยว่า อันที่จริงมีคนติดต่อมามากกว่านั้น แต่ “ก็ต้องดู” เพราะในความเป็นนักแสดงอิสระ ก็ต้องเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง

“ไม่ใช่ว่าทุกเรื่องมาแล้วรับหมด ต้องประเมินความเป็นไปได้ของตัวเอง คุณภาพงานของตัวเอง และหลายๆ อย่าง”

“เมื่อก่อนนุ่นมีความคิดว่าพอแต่งงานไป งานคงดร็อป แต่วงการละครไทยตอนนี้กลายเป็นว่านักแสดงผู้ใหญ่งานเยอะกันทุกคน ทุกคนจริงๆ แล้วตัวละครที่มาในตอนนี้ มันก็เติบโตมาพร้อมกับตัวนุ่น พร้อมกับนักแสดงหลายๆ คน”

ดังนั้น สิ่งที่เธอคิดและตั้งใจจะทำอย่างเต็มความสามารถจึงได้แก่ “จะทำงานเต็มที่ พยายามเป็นตัวละครให้ได้มากที่สุด อยากเป็นนักแสดงที่อยู่ด้วยความสามารถ เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีใครจ้างงานเรา”

“เราอยากเป็นนักแสดงคุณภาพ”

ทุกวันนี้ แม้จะมีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว 22 ปี แต่นุ่นในวัย 39 ก็บอก อย่าว่าแต่จะเป็น “น้ำครึ่งแก้ว” เลย เพราะสำหรับตัวเอง เธอ “ทำตัวว่างเปล่าตลอด”

“โลกเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทุกคนก็ต้องปรับตัว ในทุกอาชีพด้วยถือว่า “ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด” ทุกธุรกิจ เราต้องหมุนตามโลก ใครไม่ทัน ยังคิดว่าตัวเองดี เก่งอยู่ตลอด จะค่อยๆ ลดลงไป ความดังของนักแสดงเองช่วงเวลาหนึ่งก็ต้องลง มีคนเข้ามาใหม่เป็นวัฏจักร อันนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจมาตลอด”

“ถ้าคิดว่าจะอยู่ได้ก็คงต้องเป็นเรื่องของงานเท่านั้น”

“เราถึงตั้งใจ”

ตั้งใจจะทำตัวว่างเปล่า เพื่อเรียนรู้อะไรใหม่ๆ และตอบรับกับทุกความเปลี่ยนแปลง

เรื่องเศร้าอันไกลตัว

“สมมุติละครเศร้า 3 เรื่อง การเศร้าของแต่ละเรื่องมันไม่เหมือนกันนะ” นางเอกคนดังยกตัวอย่างการทำงานของเธอมาเล่า

ดังนั้น การเศร้าแต่ละครั้ง จึงต้องแตกต่าง

นั่นคือต้องเศร้าตามแคแร็กเตอร์ของตัวละครแต่ละเรื่อง ซึ่งแน่นอนว่าอินเนอร์ของความเศร้าไม่เหมือนกัน และแม้จะเป็นความเศร้าในระดับร้องไห้ น้ำตาไหล แต่รายละเอียดก็ยังแตกต่าง

ทั้งนี้นุ่นบอกด้วยว่า บทแบบนี้สำหรับเธอนั้น ถือว่าไกลตัวมาก

“เพราะชีวิตจริงไม่ได้นั่งร้องไห้” ว่าแล้วก็ยิ้ม

ดังนั้น จึงต้องใช้ประสบการณ์ชีวิต หรือสิ่งที่พบเห็นเข้าช่วย

“ชีวิตจริงของนุ่น วรนุช เป็นคนที่ชอบสังเกตคนอื่น มองคนอื่น ซึ่งเป็นตั้งแต่เด็ก เวลาเพื่อนมีปัญหามาเล่า เราก็รับฟัง นั่นก็เป็นครูให้เราเรียนรู้”

“มีโอกาสเราก็ดูซีรี่ส์ ดูหนัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และแพสชั่นในการทำงานให้ตัวเอง ดูว่าเขาเล่นดีจังเลย”

“ก็อยากให้ของเราเป็นแบบนี้ อยากให้คนชอบเยอะๆ”

และทุกวันนี้ก็อยู่ระหว่างก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายนั้น

บทความก่อนหน้านี้ฐากูร บุนปาน | เงื่อนไขต่างๆ แม้จะรัดกุมเพียงไร ก็มักจะมีช่องโหว่อยู่เสมอ
บทความถัดไปเลื่อนอ่านฎีกาครั้งที่ 2 “หญิงเป็ด-จารุวรรณ” อดีต ผู้ว่า สตง.