พิศณุ นิลกลัด : ตั๋วเข้าชมกีฬาหาซื้อยากที่สุด

พิศณุ นิลกลัด

การแข่งขันกอล์ฟมาสเตอร์ส (Masters) เมเจอร์แรกของปีจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 เมษายนนี้ ที่สนามออกัสตา (Augusta) เมืองออกัสตา รัฐจอร์เจีย (Georgia) สหรัฐอเมริกา โดยรอบฝึกซ้อมจะมีขึ้นในวันที่ 8-10 เมษายน

มาสเตอร์สปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 83 แข่งเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่ปี 1934 งดจัดในปี 1943, 1944 และ 1945 เพราะอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ด้วยความที่มาสเตอร์สเป็นกอล์ฟเมเจอร์ที่เต็มไปด้วยจารีตประเพณี มีมนต์ขลัง จึงได้รับความสนใจจากแฟนกอล์ฟอย่างล้นหลามทุกปี

ทำให้กอล์ฟรายการนี้ได้ชื่อว่าเป็นการแข่งกีฬาที่ตั๋วหาซื้อยากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

เพราะไม่มีการเปิดขายตั๋วให้กับสาธารณชนนับตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมา ผู้ที่สนใจซื้อตั๋วต้องลงชื่อไว้ใน Waiting List และรอซื้อตามคิว

แต่สุดท้ายก็ต้องปิดระบบ Waiting List ในปี 1978 เพราะคนสนใจรอซื้อล้นหลามคิวยาวเหยียดถึงขนาดเข้าคิวปีนี้ ต้องรอนานเป็นสิบปีจึงจะได้สิทธิ์ซื้อตั๋ว

 

ต่อมาในปี 2000 ได้มีการเปิดระบบ Waiting List อีกครั้ง และได้รับความสนใจถล่มทลายเหมือนเดิม จนต้องปิด Waiting List ภายในไม่กี่เดือน

คนที่มีตั๋วเข้าชมมาสเตอร์สส่วนใหญ่ได้รับสิทธิ์ซื้อตั๋วสืบทอดมาจากพ่อ-แม่ หรือปู่ย่าตายาย โดยตั๋วเข้าชมการแข่งขันแบบ 4 วัน พฤหัสบดีถึงอาทิตย์ ราคา 375 ดอลลาร์ (12,000 บาท) ซึ่งคนที่ได้เข้าชมการแข่งขันมาสเตอร์สเป็นประจำทุกปี นิยมอวดความเก๋า ด้วยการนำตั๋วมาสเตอร์สปีที่ผ่านๆ มา แปะไว้รอบหมวกที่สวมเข้าชมการแข่งขัน

ยิ่งมีตั๋วมาก ยิ่งดูเท่

 

มีแฟนกอล์ฟบางส่วนที่ได้รับสิทธิ์ซื้อตั๋วเฉพาะปีนั้นๆ จากการลงชื่อสุ่มชิงโชคทางเว็บไซต์ masters.com ซึ่งต้องลงทะเบียนกันล่วงหน้าเป็นปี โดยการแข่งขันมาสเตอร์สปีนี้ปิดลงทะเบียนรับรายชื่อไปตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2018 และประกาศผลทางอีเมลในเดือนกรกฎาคม 2018

ซึ่งหลังจากประกาศผลทางอีเมลก็มีทั้งฝั่งที่ดีใจและเสียใจออกมาโพสต์กันในทวิตเตอร์

ผู้โชคดีจะได้สิทธิ์ซื้อตั๋วตามราคาจริงหน้าตั๋ว โดยตั๋วชมรอบฝึกซ้อมแบบรายวัน (practice rounds ticket : 8-10 เมษายน) ราคาใบละ 75 ดอลลาร์ (2,400 บาท)

ตั๋วแข่งขันแบบรายวัน (daily tournament ticket : วันที่ 11-14 เมษายน) ราคาใบละ 115 ดอลลาร์ (3,700 บาท)

ส่วนคนที่ไม่สามารถซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันผ่านทางผู้จัดได้โดยตรง แต่อยากไปชมการแข่งขันมาสเตอร์ส 2019 สุดขีด ก็ต้องยอมจ่ายหนัก ควักแพงกว่าคนอื่น โดยแต่ละปีจะมีตั๋วการแข่งขันมาสเตอร์สที่ทางโบรกเกอร์ขายตั๋วออนไลน์นำไปขายโก่งราคาแพงกว่าหน้าตั๋วหลายเท่าตัว

 

อย่างเว็บไซต์สตั๊บฮับ (Stubhub.com) มีตั๋วเข้าชมมาสเตอร์สหลายรูปแบบ หลายราคา

เช่น ตั๋วเข้าชมรอบฝึกซ้อมในวันจันทร์ที่ 8 เมษายน ราคาถูกสุดอยู่ที่ 546 ดอลลาร์ (17,300 บาท) แต่มีโอกาสน้อยที่จะได้เจอนักกอล์ฟฝีมือระดับท็อปครบทุกคนในวันจันทร์ เพราะเป็นช่วงที่นักกอล์ฟหลายคนเพิ่งเดินทางถึงจอร์เจียและเตรียมการเรื่องที่พักกันซะส่วนใหญ่

แต่ถ้าเป็นรอบซ้อมวันพุธซึ่งจะมีการแข่งขัน Par-3 Contest ที่ได้รับความนิยมในหมู่แฟนๆ และนักกอล์ฟ ราคาตั๋วเข้าชมอยู่ที่ 1,125 ดอลลาร์ (35,700 บาท)

และถ้าใครอยากชมการแข่งขันมาสเตอร์สแบบเป็นทางการ ตั๋วเข้าชมวันพฤหัสบดีราคาในเว็บอยู่ที่ 2,200 ดอลลาร์ (70,000 บาท) ซึ่งถือว่าแพงสุดขีดถ้าเทียบกับราคาจริงหน้าตั๋วแค่ 115 ดอลลาร์ (3,700 บาท)

นี่ยังไม่รวมตั๋วเหมาชมการแข่งขันมาสเตอร์ส 2019 ทั้ง 4 วัน (11-14 เมษายน) ซึ่งราคาถูกสุดในเว็บอยู่ที่ 6,490 ดอลลาร์ (206,000 บาท)

หรือถ้าใครอยากชมทั้งการซ้อมและการแข่งขันตลอดทั้งสัปดาห์ก็มีตั๋วขายถูกสุดที่หาได้ในเว็บ ราคา 11,450 ดอลลาร์ (363,000 บาท)

 

ก่อนที่จะตัดสินใจกดสั่งซื้อตั๋วมาสเตอร์สผ่านทางโบรกเกอร์ขายตั๋วออนไลน์ต้องคิดถึงความเสี่ยงให้ดี

เพราะตามกฎของออกัสตา ไม่อนุญาตให้นำตั๋วไปขายต่อ (re-sale) ให้คนอื่น ซึ่งหากใครซื้อต่อมาแล้วโดนจับได้ จะถูกทางสนามออกัสตายึดตั๋วทันที เสียเงินฟรีๆ โดยไม่ได้ตั๋ว ส่วนคนขายจะโดนลบชื่อออกจากผู้มีสิทธิ์ซื้อตั๋วอย่างถาวร

มีเหตุการณ์คนซื้อคนขายตั๋วผีที่สนามออกัสตาถูกจับเป็นข่าวแทบทุกปี เพราะตามกฎของรัฐจอร์เจีย ห้ามซื้อขายตั๋วเข้าชมกีฬาโดยไม่มีโบรกเกอร์ ภายในระยะ 2,700 ฟุต หรือ 822 เมตร จากสนามแข่งขัน

หากพบว่าทำความผิดจริง โทษสูงสุดคือถูกจำคุก 1 ปี และปรับ 1,000 ดอลลาร์ หรือ 32,000 บาท

 

สําหรับคนที่ได้ตั๋วเข้าชมไปแล้ว ยังมีกฎเข้มหยุมหยิมอีกมากมายที่ทางผู้จัดการแข่งขันตั้งไว้

เช่น ห้ามเดินเท้าเปล่า, ตอนนั่งก็ห้ามถอดรองเท้า, ห้ามยืนในบริเวณที่จัดไว้ให้นั่ง (No standing in officially designated sitting areas)

ห้ามนั่งในบริเวณที่จัดไว้ให้ยืน (No sitting in the standing areas)

ห้ามนอนแผ่, ห้ามเอารถเข็นเด็กเข้าสนาม

ห้ามถือกระติกคูลเลอร์

ห้ามใช้เก้าอี้พับแบบที่มีพนักวางแขน

ห้ามถือธง ถือป้าย

ห้ามสวมหมวกหันปีกไปด้านหลัง

ห้ามสวมหมวกขนาดใหญ่เกิน

แต่กฎเข้มที่สุดคือ ห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าสนามออกัสตาในวันแข่งขันโดยเด็ดขาด (วันซ้อมนำเข้าได้) แม้แต่ผู้สื่อข่าวก็ห้ามนำโทรศัพท์มือถือติดตัวลงสนาม ต้องฝากไว้ที่ Media Center ซึ่งเป็นศูนย์ทำงานของผู้สื่อข่าว ที่อนุญาตให้ใช้มือถือได้ (การแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์รายการอื่น ผู้ชมพกโทรศัพท์มือถือเข้าชมได้ แต่ต้องปิดเสียง)

แม้แต่นักกอล์ฟที่ลงแข่งขันมาสเตอร์ส ก็ห้ามพกโทรศัพท์มือถือลงแข่ง

เหตุผลที่ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะทางสนามออกัสตาเห็นว่าโทรศัพท์มือถือสร้างความรำคาญให้กับนักกอล์ฟและผู้ชมในสนามด้วยกันเอง แทนที่จะจดจ่อกับการดูการแข่งขันมาสเตอร์ส แต่มัวถ่ายเซลฟี่หรือถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดีย

เมื่ออยู่ในสนามออกัสตา จะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของสนามด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่มองผ่านเลนส์กล้อง หรือมัวแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์

หากถูกจับได้ว่าแอบเอาโทรศัพท์มือถือเข้าสนามจะโดนไล่ออกจากสนามทันที และอาจห้ามเข้าชมการแข่งขันมาสเตอร์สตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม ทางสนามออกัสตามีตู้โทรศัพท์สาธารณะเตรียมไว้ให้ตามจุดต่างๆ ทั่วสนาม สามารถโทรฟรีได้ทั่วโลก และคนที่ได้รับโทรศัพท์ จะเห็นชื่อ Augusta, Georgia ขึ้นหน้าจอ

แต่ปัญหาก็คือ คนสมัยนี้จำเบอร์โทรศัพท์ญาติพี่น้องไม่ได้แล้ว เบอร์โทรศัพท์ต่างๆ อยู่ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเมื่อทางผู้จัดมาสเตอร์สห้ามนำโทรศัพท์มือถือเข้าสนาม แม้จะมีตู้โทรศัพท์สาธารณะให้โทร.ฟรี…

ก็จำเบอร์ไม่ได้ ไม่รู้จะโทร.หาใคร

บทความก่อนหน้านี้ร้อง กกต. สอบ “ธนาธร” ดึงทูต 12 ประเทศฟังการแจ้งข้อหา เข้าข่ายใช้คนต่างชาติเพื่อประโยชน์การเลือกตั้ง
บทความถัดไป“ชูศักดิ์” จี้ กกต.เปิดดูคู่มือลต.ของตนเอง ดูเรื่องการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องไม่เกินจำนวนที่พึงมี