สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง/ ส้มป่อย สมุนไพรมหามงคลมหาสงกรานต์ (1)

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

ส้มป่อย สมุนไพรมหามงคลมหาสงกรานต์ (1)

 

ในประเพณีสิบสองเดือนของไทยนั้น กล่าวได้ว่าวันมหาสงกรานต์เป็นเทศกาลรื่นเริงที่สืบทอดมายาวนานและเป็นที่นิยมของมหาชนมากที่สุด แม้รัฐบาลยุคมาลานำไทยสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม จะเปลี่ยนวันปีใหม่ตามอย่างฝรั่งมาตั้งแต่ปี 2483 แล้ว

แต่ตรุษไทยก็ยังคึกคักกว่าตรุษฝรั่งหรือยิ่งกว่าตรุษจีนเสียอีก

ทั้งนี้เพราะวันมหาสงกรานต์มีตำนานเล่าขาน และความเชื่อดึกดำบรรพ์ที่ผูกพันเป็นประเพณีชีวิตชาวไทยมานานนับพันปีไม่มีเสื่อมคลาย

และยังมีสมุนไพรตัวหนึ่งที่สร้างสีสันในตำนานตรุษไทย

นั่นคือ ส้มป่อย (ชื่อวิทยาศาสตร์ Acacia concinna (Willd.) DC.)

ส้ม หมายถึงรสเปรี้ยว

ป่อย หมายถึง ประเพณี

ซึ่งชื่อนี้ก็บ่งบอกความสำคัญของสมุนไพรชนิดนี้ว่า เป็นสิ่งรสเปรี้ยวที่เกี่ยวกับประเพณี

 

เนื่องจากเทศกาลตรุษไทยไม่เหมือนตรุษชาติอื่น ตรงที่มีมิติโหราศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตเศรษฐกิจ และชะตาของบ้านเมืองในคราวขึ้นศักราชใหม่  ซึ่งบางปีก็ดี บางปีก็ไม่ดีนัก

อย่างปีนี้เถลิงศกใหม่ปีกุนราศีมีนยกขึ้นสู่ราศีเมษในวันอาทิตย์ นางมหาสงกรานต์ประจำวันนี้ชื่อ ทุงสะเทวี ขี่ครุฑถือจักรสังข์มาอย่างน่าเกรงขาม ท่านว่าปีนี้ผลผลิตข้าวไม่สู้ดีนัก และจะเกิดเหตุจลาจล ถึงขั้นยุทธสงครามในบ้านเมือง ซึ่งจะจริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ

แต่การจราจรนั้นเกิดจลาจลแน่ๆ ในช่วงสัปดาห์สงกรานต์ ซึ่งจะมียอดคนบาดเจ็บ เสียชีวิตเป็นจำนวนมากยิ่งกว่าสงครามกลางเมืองเสียอีก

เคล็ดลับหนึ่งในการชำระล้างอัปมงคล ให้กลับร้ายกลายเป็นดี ก็คือการสรงน้ำพระพุทธรูป การรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ การปล่อยนกปล่อยปลา และการเล่นน้ำดับร้อนทั่วหล้า ส้มป่อยจึงเป็นสมุนไพรตัวเลือกอย่างหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มความศักดิ์สิทธิ์ให้น้ำมหาสงกรานต์

แต่ดั้งเดิมนั้น ส้มป่อยเป็นเอกลักษณ์ของเทศกาลปี๋ใหม่เมืองล้านนา น้ำที่ใช้ในการสรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่จะขาดสมุนไพรรสเปรี้ยวตัวนี้ไม่ได้เลย

ส่วนของส้มป่อยที่นิยมใช้ คือ ฝัก ถ้าได้ฝักส้มป่อยที่เก็บในวันพระใหญ่เดือนห้าที่แห้งคาต้นเลยก็ยิ่งดี โดยเลือกฝักที่มี 7 ข้อ ใช้จำนวน 7 ฝัก

นอกจากเป็นเคล็ดมงคลแล้ว ฝักสมบูรณ์ที่แห้งคาต้นเมื่อนำไปย่างไฟอ่อนๆ จนกรอบ จะมีกลิ่นหอมสะอาด

จากนั้นหักเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่แช่น้ำจะได้กลิ่นเปรี้ยวหอมอบอวล

เมื่อนำไปอาบ ดำหัว หรือทำน้ำมนต์ประพรม เชื่อว่า สามารถไล่เสนียดจัญไร ล้างอาถรรพ์ แก้คุณไสย ยาสั่ง ยาแฝด และยังช่วยเพิ่มพลังจิตวิญญาณ เสริมมงคลชีวิตให้สดใสตลอดทั้งปี

นอกจากใช้น้ำส้มป่อยอาบคนเป็นเพื่อความสุขสวัสดีแล้ว

ยังใช้อาบน้ำคนตายเพื่อส่งวิญญาณไปสู่สุคติอีกด้วย

 

หากทำตามสูตรโบราณแท้ๆ น้ำส้มป่อยต้องผสมขมิ้นชัน จึงจะขลังยกกำลังสอง เพราะนักเลงว่านนับถือว่า หัวขมิ้นชัน เป็นว่านพญายาตัวหนึ่งที่ใช้ล้างคุณไสยที่ศัตรูกระทำ สูตรน้ำส้มป่อยตำรับนี้มีชื่อว่า

“สุคันโธทกะ” (สุคันธะ = กลิ่นหอม, + อุทกะ = น้ำ) หรือ “น้ำหอม” นั่นเอง

สูตรดั้งเดิมประกอบด้วย ฝักส้มป่อยแห้งปิ้งไฟ หักแช่ในน้ำขมิ้นชันสด นอกจากนี้ยังมีดอกคำฝอย ลอยดอกไม้สดจำพวกมะลิ สารภี เพื่อเพิ่มความหอมจรุงใจ ให้สมชื่อว่าน้ำสุคนธ์หรือน้ำหอมอโรมาเทอราปี (Aromatherapy) ตำรับไทยโบราณขนานแท้

ในอดีตชนชั้นสูงนิยมใช้น้ำสุคนธ์เป็นทั้งน้ำหอมและน้ำเสริมสิริมงคล จนกลายเป็นกลิ่นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษ ดังคำกลอนของท่านสุนทรภู่ที่กล่าวอาลัยถึงพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 2 ว่า

 

“เคยหมอบใกล้ได้กลิ่นสุคนธ์ตลบ  ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา

สิ้นแผ่นดินสิ้นกลิ่นสุคนธา           วาสนาเราก็สิ้นเหมือนกลิ่นสุคนธ์”

 

สันนิษฐานว่า การที่ชาวล้านนาเลือกส้มป่อยเป็นไม้มงคลในเทศกาลตรุษไทย น่าจะมีอะไรที่มากกว่าความขลังในตำนาน

เพราะถ้าว่ากันตามตรง ต้นส้มป่อยเป็นพืชพรรณไม้หนามที่ไม่มีอะไรสะสวยน่าดูน่าชมเลย

แต่การที่คนโบราณท่านโปรโมตส้มป่อยให้เป็นสมุนไพรในวัฒนธรรม แสดงว่าต้องมีคุณประโยชน์อะไรที่จับต้องได้ เช่น สรรพคุณทางยาและคุณค่าทางอาหาร

แปลกแต่จริง ใบส้มป่อยเป็นผักพื้นบ้านสีเขียว รสเปรี้ยว แต่กลับอุดมด้วยแคโรทีนหรือโปรวิตามิน A จากพืช ช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ

ที่สำคัญคือ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงต้านโรค และต้านอนุมูลอิสระ

ทุกวันนี้ สารพัดเมนูอาหารล้านนา เป็นต้นว่า ต้มปลา ต้มเนื้อ ต้มขาหมู ต้มข่าไก่ก็ยังนิยมใส่ยอดใบส้มป่อยอ่อนๆ เพื่อดับคาวและให้รสเปรี้ยวละมุน

หรือเมนูพื้นๆ อย่างน้ำพริกอ่องใบส้มป่อย ใบอ่อนส้มป่อยสดจิ้มน้ำพริก ลาบ แจ่วก็ช่วยให้เจริญอาหารได้ไม่จำเจ หากมื้อไหนไม่มีเวลาบรรจง เพียงมีข้าวสวย ปลา ผัดกับยอดส้มป่อยแค่นี้ก็เป็นจานด่วนรสเลิศแล้ว

ส่วนสรรพคุณทางยาของส้มป่อย แม้จะดูพื้นๆ แต่ก็มีความสำคัญต่อสุขภาพชีวิตของชาวบ้านไกลปืนเที่ยง ห่างไกลหมอ โดยเฉพาะทางแถบป่าดงภาคเหนือในอดีตที่ชุกชุมด้วยไข้ป่าคร่าชีวิตคนนับหมื่น หากไม่มีน้ำต้มส้มป่อยดื่มแก้ไข้มาลาเรีย คงมีสถิติคนตายมากกว่านี้

ในปัจจุบันแม้ไข้ป่าหรือที่เรียกตามภาษาแพทย์แผนไทยว่า ไข้เหนือ จะสร่างซาไปแล้ว แต่ความสำคัญของส้มป่อยต่อสุขภาพของมหาชนยังมีอยู่เพียบ

สัปดาห์นี้ขอให้ได้น้ำส้มป่อยกลิ่นหอมบำรุงสุขภาพจิตใจ สร้างเสริมมงคลชีวิตรับขวัญปีใหม่ไทยกันถ้วนหน้า ฉบับหน้าเจาะลึกสรรพคุณใบและฝักส้มป่อยกัน

บทความก่อนหน้านี้เศรษฐกิจ / ฝันหวานเป้าส่งออกโต 8% พาณิชย์ให้มั่นใจอิทธิฤทธิ์ สั่งระดมสมองทูตทั่วโลก
บทความถัดไป“ธนกร” ชี้รอหลัง 9 พ.ค. ตั้งรัฐบาลชัด ย้ำหลายพรรคหนุน “ประยุทธ์” ทำงานต่อ