แมลงวันในไร่ส้ม/ กรณี ‘ฝรั่งขี้นก’ การเมืองหลัง 24 มี.ค. เกมยื้อแย่งชัยชนะ

แมลงวันในไร่ส้ม

กรณี ‘ฝรั่งขี้นก’

การเมืองหลัง 24 มี.ค.

เกมยื้อแย่งชัยชนะ

 

ผลการเลือกตั้ง 24 มีนาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ได้รับคะแนนเสียงรวมถึง 6.2 ล้าน เป็นอันดับ 3 และคาดหมายว่าจะได้ ส.ส.ทั้งเขตและบัญชีรายชื่อรวม 80-88 เสียง

เป็นชัยชนะที่นอกเหนือการคาดหมายสำหรับพรรคเกิดใหม่ กลุ่มอำนาจประเมินว่าพรรคนี้จะไม่ได้ ส.ส.จำนวนมากนัก เพราะหาเสียงนอกระบบ ใช้โซเชียลมีเดีย ไม่มีการใช้หัวคะแนน

รัฐธรรมนูญ 2560 ดีไซน์ให้พรรคใหญ่มีเสียงลดลง ซึ่งได้ผล เพราะพรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขต 137 คนแล้วไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อีก พรรคพลังประชารัฐ คาดว่าจะได้ ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อรวม 116-119 ที่นั่ง ก็เป็นไปตามที่ดีไซน์

ปัญหาคือ พรรคอนาคตใหม่ที่ประกาศแนวทางไม่เอา คสช. ได้รับเสียงถล่มทลาย พรรคนี้ประกาศสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ให้พรรคได้รับเลือกมากที่สุด ได้เป็นนายกฯ และแกนนำตั้งรัฐบาล

อนาคตใหม่จึงกลายเป็นเป้า ด้วยการหยิบยกเอาคดีความต่างๆ มาดำเนินการ รวมถึงโจมตีทางการเมือง โดยระบุว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค เป็น “ทักษิณ” คนที่สอง

นอกจากตามถล่มนายธนาธรอย่างเอาเป็นเอาตายแล้ว ล่าสุด ยังขยายไปถึงนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอีกด้วย

นายปิยบุตรถูกนักร้องชื่อดังร้องทุกข์ต่อกองปราบฯ ให้ตรวจสอบคลิปคำพูดในงานเสวนาที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556 ว่าเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงหรือไม่

ระหว่างการเล่นงานบุคคลทั้งสอง สื่อบางค่ายเชิญนายธนาธรและนายปิยบุตรไปชี้แจง ทำให้สื่อบางสำนักตั้งคำถามว่า ทำไมเปิดพื้นที่ให้นายธนาธรกับนายปิยบุตร

เท่ากับว่า การเปิดพื้นที่ให้ผู้ถูกกล่าวหาทางการเมืองชี้แจง กลายเป็น “ความผิด” ไปด้วย

 

ควบคู่ไปกับการไล่ล่าพรรคอนาคตใหม่ กลุ่มอำนาจยังโดดเข้าปกป้องการทำหน้าที่ของ กกต.

กกต.โดนโจมตีอย่างหนัก จากความล่าช้าในการประกาศผลเลือกตั้ง การชี้แจงวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จนมีการตั้งเรื่องถอดถอน ผ่านเว็บไซต์ มีผู้ร่วมลงนามเกิน 8 แสนคนในเวลาไม่กี่วัน

หลังจากโดนวิจารณ์อย่างหนัก นายกรัฐมนตรีและ ผบ.เหล่าทัพ ออกมาเรียกร้องขอโอกาสให้ กกต.ทำงาน

และยังเกิดกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ออกมาแถลงข่าว เตือนทุกฝ่ายให้รอฟังผลเลือกตั้งจากการทำงานของ กกต.

และแสดงความไม่พอใจต่อ “ซ้ายจัด” ที่ไปเรียนต่างประเทศ แล้ว “ดัดจริต” จะมาปรับเปลี่ยนประชาธิปไตยไทย

ตอกย้ำ การตกเป็นเป้าของนายธนาธร นายปิยบุตรและพรรคอนาคตใหม่เพิ่มมากขึ้น

กลุ่มแนวคิดขวาจัด เผยแพร่ข้อมูลเพื่อมุ่งทำลายพรรคอนาคตใหม่อย่างแข็งขัน พบได้ในเว็บข่าวของหลายสำนัก เฟซบุ๊กและโซเชียลมีเดีย รวมถึงใน “ไลน์”

การโจมตีสื่อที่ไม่เสนอข่าวในแนวทางที่ต้องการ คล้ายกับยุค “สื่อ (ต้อง) เลือกข้าง” เพื่อขับไล่ทักษิณ เมื่อปี 2550-2551 ย้อนกลับมาอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้การตามขยี้ทางการเมืองไม่ง่ายดายเหมือนเดิมอีกต่อไป ฐานและมวลชนของพรรคอนาคตใหม่ เป็นคนรุ่นใหม่ ประกอบด้วย นักศึกษา ปัญญาชนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ต ใช้โซเชียลมีเดีย

ท่ามกลางข่าวปลอม หรือเฟกนิวส์ ที่สื่อสนับสนุนรัฐประหารพยายามผลิตออกมา ผู้สนใจการเมืองรุ่นใหม่ๆ และฐานเสียงของพรรคอนาคตใหม่ สามารถค้นคว้า เสาะค้นข้อมูลเอามาตอบโต้ได้อย่างง่ายๆ

สามารถหักล้าง ทำให้ข้อโจมตีของกลุ่มสนับสนุนรัฐประหารกลายเป็นเรื่องตลกได้ง่ายๆ

และยังเปิดโปงสื่อที่พยายามปล่อย “ข่าวปลอม” ไปพร้อมๆ กัน

 

สําหรับคดีความของนายธนาธร มีตั้งแต่คดี ร่วมกันจัดรายการ “คืนวันศุกร์ให้ประชาชน” ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ในเพจอนาคตใหม่ วิจารณ์เรื่อง “พลังดูด” ต่อมา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ส่งสำนวนให้อัยการ พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายธนาธรกับพวก ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี

คดีนี้อยู่ระหว่างพนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติม

นายธนาธรยังถูกหมายเรียกจาก สน.ปทุมวัน โดยมี พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้านกฎหมาย คสช. เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวหา

ระบุว่า หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ความผิด 3 ข้อหา คือ ตามกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวาย, ม.189 ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา และ ม.215 มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

เหตุเกิดในการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประชาชน ตั้งแต่ปี 2558

พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รอง ผบช.น. ซึ่งเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ชี้แจงว่า คดีนี้เกิดปี 2558 และเนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่ละเอียดอ่อน บช.น.ได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนโดยระหว่างทำการสอบสวน เจ้าหน้าที่ปรับเปลี่ยนตำแหน่งและมีการตั้งใหม่ถึง 3 ชุด

ตนจึงเป็นชุดที่ 4 ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ 29 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน ตรวจสำนวนซ้ำและได้ออกหมายเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 15 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวน

อีกเรื่องที่นายธนาธรถูกขุดคุ้ยและ กกต.เตรียมสอบแล้ว คือกรณีนายธนาธรถือหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นต่อ กกต. ให้ตรวจสอบว่านายธนาธรขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร ส.ส. เพราะขณะลงสมัคร ยังถือหุ้นวี-ลัค มีเดีย จำกัด ทำธุรกิจสื่อ เข้าลักษณะต้องห้ามในการเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง

สำหรับ 3 ข้อหาที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมาย คสช.แจ้งความไว้ นายธนาธรได้เดินทางไปรับทราบข้อหาที่ สน.ปทุมวัน เมื่อ  6 เมษายน 2562 โดยมีประชาชนมารอให้กำลังใจจำนวนหลายร้อยคน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาที่ สน.ปทุมวัน เพื่อตรวจสำนวนและสอบปากคำนายธนาธร เมื่อมาถึงถูกโห่ไล่

และยังมีเจ้าหน้าที่จากยูเอ็นมาสังเกตการณ์ รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานทูต อียู เยอรมนี ฝรั่งเศส อเมริกา ฟินแลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ ด้วย

ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นปัญหา เมื่อมีการโจมตีนายธนาธรว่านำเอาฝรั่งขี้นกถนนข้าวสาร มาจัดฉากสร้างภาพให้ตนเอง

ขณะที่นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ แสดงความไม่พอใจ ระบุว่าเป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และจะเชิญทูตมาประชุมทำความเข้าใจ

ทั้งหมดนี้ คือการเมืองหลัง 24 มีนาคม ซึ่งสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งโลกจับตามอง และวิจารณ์ถึงอนาคตของประเทศไทยว่าจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นประชาธิปไตยได้หรือไม่ อย่างอื้ออึง

บทความก่อนหน้านี้“ธนกร” ชี้รอหลัง 9 พ.ค. ตั้งรัฐบาลชัด ย้ำหลายพรรคหนุน “ประยุทธ์” ทำงานต่อ
บทความถัดไปสุจิตต์ วงษ์เทศ/ โลงหิน รากเหง้ารัฐสุโขทัย วัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์