(ถ้า) สลับขั้วรัฐบาล สะเทือนถึง ผบ.ตร. ย้อนรอยการเมืองพลิก เก้าอี้ “บิ๊กสีกากี” เปลี่ยน

ปรากฏการณ์ในสนามการเมืองไทยน่าจับตามองยิ่งนัก

สนามการเมืองระอุทะลุปรอท หลังการเลือกตั้งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 8 ปี เมื่อ 24 มีนาคมที่ผ่านมา

ผลการนับคะแนนเลือกตั้ง เสียงจากประชาชนที่ประกาศออกมาอย่างไม่เป็นทางการ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำมาสู่ความพยายามในการจับขั้วพรรคการเมืองระหว่าง 2 พรรคใหญ่ เพื่อเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล

“บิ๊กดีล” ของ 2 ขั้วการเมือง ฟากหนึ่ง “พลังประชารัฐ” ที่อ้างคะแนนรวม หรือมาเรียกทีหลัง ป๊อปปูลาร์โหวตมากกว่าพรรคใด ขอใช้สิทธิโดยชอบรวบรวมพรรคพันธมิตร จัดตั้งรัฐบาล ชู “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี อีกฟาก เรียกตัวเองว่าฝั่งประชาธิปไตย มีพรรคเพื่อไทย ที่จำนวน ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้งนำโด่งเป็นแกนนำ มีพรรคน้องใหม่มาแรง “อนาคตใหม่” เป็นพันธมิตรหลัก ลงนามสัตยาบันฝั่งตัดตอนอำนาจเผด็จการ จับมือเสียงข้างมาก เซ็ตอัพรัฐบาล ความพยายามในการตั้งรัฐบาลของ 2 พรรคใหญ่ เกิดขึ้นท่ามกลางตัวแปรที่ยังไม่แน่นอน

เป็นบรรยากาศการเมืองที่ยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอนและกำลังชิงความได้เปรียบทุกแง่มุมผ่านทุกกลไก!!??

ตำรวจกับการเมืองแยกกันไม่ออก

การเมืองเปลี่ยนขั้ว ตำรวจก็เปลี่ยน และถูกเปลี่ยน โดยเฉพาะผู้นำหน่วย

เมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อ่อนไหวที่สุด

เพราะ “ทัพตำรวจ” คือเครื่องมือของรัฐที่สำคัญ ทุกรัฐบาลต้องเลือกผู้นำตำรวจที่ไว้ใจได้ นี่เป็นหลักการปกครองวิถีการเมืองไทย

ย้อนไปเมื่อครั้งเปลี่ยนจากรัฐบาล “นายทักษิณ ชินวัตร” ถูกปฏิวัติโดย “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตผู้บัญชาการทหารบกในตอนนั้นเมื่อเดือนกันยายน 2549 เกิดขึ้นในสมัย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น ผบ.ตร. หลังยึดอำนาจจากรัฐบาลได้สำเร็จ พล.ต.อ.โกวิท ในฐานะ ผบ.ตร.ผู้นำทัพตำรวจ ร่วมโต๊ะคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กับเหล่าผู้บัญชาการเหล่าทัพ อยู่ได้ไม่ทันไร พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในตอนนั้น ก็มีคำสั่งย้ายฟ้าผ่า ให้ พล.ต.อ.โกวิทพ้นตำแหน่ง ผบ.ตร. ไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส รักษาราชการแทน ผบ.ตร. และนั่งใน คมช.แทน แต่ทว่าการต่อสู้ด้วยกฎหมาย พล.ต.อ.โกวิทได้รับความเป็นธรรม ยังได้เกษียณบนตำแหน่ง ผบ.ตร.ช่วยราชการ

หลังเกษียณอายุราชการและมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล พรรคพลังประชาชนเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร คัมแบ๊ก มีนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.โกวิทได้รับเทียบเชิญเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ถัดไปในยุคที่กลุ่มของทักษิณกลับมาอีกครั้งในนามพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.โกวิทรับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

สิ้นรัฐบาล “พล.อ.สุรยุทธ์” ที่ขึ้นมาด้วยการรัฐประหารของ “บิ๊กบัง” สู่รัฐบาลพรรคพลังประชาชน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เป็น ผบ.ตร.ได้ไม่นานก็ถูกเปลี่ยน มี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ หรือ “บิ๊กป๊อด” น้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ “บิ๊กป้อม” ขึ้นมาแทน

บิ๊กป๊อดรักษาการไม่นานก็ได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบ.ตร.ตัวจริง ต่อมานายสมัครประสบภัยการเมือง เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็น “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” แต่ยังขั้วเดิม ช่วงนั้น พล.ต.อ.พัชรวาทถูกสั่งให้ช่วยราชการพ้นเก้าอี้ถึง 2 ครั้ง ยุค พล.ต.อ.พัชรวาท รับมือกับม็อบการเมืองอย่างเข้มข้น พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเคลื่อนไหวหนัก

จนยุบสภา

เปลี่ยนสู่รัฐบาลอีกขั้ว ครั้งนั้นทำคลอดรัฐบาลในค่ายทหาร มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี และมีพี่ชายแท้ๆ “บิ๊กป้อม” เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นหนึ่งในคีย์แมนซูเปอร์ดีลในค่าย แต่ผลสืบเนื่องจากปฏิบัติการรับมือม็อบพันธมิตรฯ เสื้อเหลืองที่ดุเดือดในระหว่างทำหน้าที่ ผบ.ตร. ส่งผลให้ พล.ต.อ.พัชรวาท เก้าอี้สั่นคลอนอีกครั้ง ชนิดที่พลังของพี่ชายก็ช่วยไม่ได้

ก่อนเกษียณอายุราชการไม่กี่วัน มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.พัชรวาทพ้นเก้าอี้ นำไปสู่การปลดจากตำแหน่ง แต่ต่อมาก็เรียกคืนความเป็นธรรมได้เมื่อไม่นานมานี้เองในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในปัจจุบัน

ตอนนั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ตั้ง พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รักษาการ ผบ.ตร. ก่อนเกษียณอายุราชการเพียงไม่กี่วัน สำหรับ พล.ต.อ.พัชรวาท แม้รั้งเก้าอี้ผู้นำได้ใน 2 ขั้วรัฐบาล แต่ถือเป็น ผบ.ตร.ที่เผชิญสถานการณ์เก้าอี้สั่นคลอนมากที่สุดคนหนึ่ง

ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ หลังการเกษียณของ พล.ต.อ.พัชรวาท และ พล.ต.อ.ธานี เก้าอี้ ผบ.ตร.ว่างลง ในตอนนั้นรัฐบาลวางตัว พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ เป็น ผบ.ตร. แต่ตลอด 1 ปี การแต่งตั้ง ผบ.ตร.ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ พล.ต.อ.ปทีปนั่งเก้าอี้รักษาราชการแทน ผบ.ตร.จนเกษียณ

กระทั่งปีต่อมา นายกฯ อภิสิทธิ์แต่งตั้ง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เป็น ผบ.ตร.

หลังการเลือกตั้งใหญ่ในปี 2554 การเมืองไทยเปลี่ยนขั้วอีกครั้ง พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่กี่เดือน เป็นไปตามความคาดหมาย เก้าอี้ ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.วิเชียรไม่มั่นคงเสียแล้ว

ตอนนั้นมีดีลลับ พล.ต.อ.วิเชียรเปิดทางให้เก้าอี้ว่างไปนั่งตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และปลัดกระทรวงคมนาคมในเวลาต่อมา

ส่วนตำแหน่ง ผบ.ตร.มี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยานายทักษิณ ชินวัตร ครองเก้าอี้ ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เก้าอี้ ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์มั่นคงจนเกษียณอายุราชการ

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ถูกเลือกเป็น ผบ.ตร.ในลำดับต่อมา นำทัพตำรวจรับมือม็อบ กปปส.ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อย่างหนักหน่วง

เดือนพฤษภาคม 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในตอนนั้นทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ พล.ต.อ.อดุลย์ร่วมโต๊ะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้นำตำรวจ แต่ก็ถูกเปลี่ยนจากเก้าอี้ ผบ.ตร.ในไม่กี่วันถัดมา คำสั่งหัวหน้า คสช. ขยับ พล.ต.อ.อดุลย์ออก ให้ช่วยราชการสำนักนายกฯ ตั้ง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการ ผบ.ตร.

ระหว่างนั้นมีดีล ว.5 ขอเก้าอี้ ผบ.ตร. แต่ไม่สำเร็จ พล.ต.อ.วัชรพลรักษาการ ผบ.ตร.จนเกษียณ ก่อนไปนั่งเป็นรองเลขาธิการประจำตัว พล.อ.ประวิตร และนั่งเก้าอี้กุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในเวลาต่อมา ส่วน พล.ต.อ.อดุลย์เกษียณบนตำแหน่ง ผบ.ตร. ยังคงนั่งเป็นหนึ่งใน คสช.และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงาน ในรัฐบาลนายกฯ ประยุทธ์

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ขึ้นเป็น ผบ.ตร.ในลำดับถัดไปตามความคาดหมาย ขั้วรัฐบาลไม่เปลี่ยน ในยุค คสช. “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศนิ่งๆ 1 ปี ในเก้าอี้ ผบ.ตร.จนเกษียณ จนมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในปัจจุบันรับไม้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558

วันนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์นั่งบัลลังก์ครองเก้าอี้ ผบ.ตร.เป็นปีที่ 4 ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนทางการเมือง นาทีนี้ยังวัดไม่ได้ ตัวแปรยังส่งผลได้ตลอดเวลา ขั้วเก่าจะไป หรือขั้วใหม่จะมา ยังไม่แน่ชัด

หาก “พลังประชารัฐ” ชนะในเกมนี้ เก้าอี้ ผบ.ตร.ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์เหนียวแน่น แต่หากเกมตกเป็นของ “เพื่อไทย” ก็ไม่แน่ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์จะได้ไปต่อหรือไม่ ในนาทีที่ตัวเลือกน้อยเต็มที แต่ม้ามืดสอดแทรกก็มีได้ทุกเวลา

ต้องจับตาดูต่อไป!!

บทความก่อนหน้านี้ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร : อาทิตตปริยายสูตร | เสฐียรพงษ์ วรรณปก
บทความถัดไปธงทอง จันทรางศุ | รดน้ำทีไร ทำไมต้อง “ดำหัว” ?