คนมองหนัง : อวสาน “สังข์ทอง” และ “ตัวละครนำ LGBT” รายแรกของสามเศียร

คนมองหนัง

อวสานลงไปเรียบร้อยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 สำหรับ “สังข์ทอง 2561-2562” ละครจักรๆ วงศ์ๆ ที่สร้างสถิติใหม่และปรากฏการณ์น่าสนใจอยู่มากมายหลายๆ ข้อ

ข้อแรก ละครเรื่องนี้แพร่ภาพออกอากาศทางทีวีและยูทูบรวมทั้งหมด 110 ตอน ทำลายสถิติจำนวนตอนของละครจักรๆ วงศ์ๆ ยอดฮิตในยุคหลังลงอย่างราบคาบ

ไม่ว่าจะเป็น “เกราะกายสิทธิ์ 2549” (90 ตอน), “สังข์ทอง 2550-2551” (106 ตอน) และ “แก้วหน้าม้า 2558-2559” (102 ตอน)

ในแง่เรตติ้ง “สังข์ทองตอนอวสาน” ทำเรตติ้งไปได้ 6.705 ถือว่า “ไม่มากไม่น้อย” หากเทียบกับความนิยมเฉลี่ย 6.310 ของตนเอง (และแน่นอนว่ามากกว่ามาตรฐานเฉลี่ยของรายการทีวีไทยส่วนใหญ่)

แต่ตัวเลข 6 ปลายๆ อาจจะน่าผิดหวังอยู่บ้าง ถ้าวัดจาก “จุดพีก” ของละครในช่วงเจ้าเงาะกวนโอ๊ยท้าวสามนต์-หกเขย-หกพระพี่นาง จนถึงช่วงพระสังข์ถอดรูปเงาะตีคลีกับพระอินทร์ ซึ่งเคยนำพาดัชนีความนิยมของ “สังข์ทอง 2561-2562” ตอนที่ 59 (16 กันยายน 2561) และตอนที่ 69 (21 ตุลาคม 2561) พุ่งทะยานไปถึง 8.412 และ 8.472 ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี ชะตากรรมของละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียรมักดำเนินไปเช่นนี้เสมอ คือ ตอนกลางๆ เรื่องที่พูดถึงกระบวนการยั่วล้ออำนาจด้วยอารมณ์ขันและเสียงหัวเราะเฮฮา จะได้เรตติ้งสูงกว่าตอนท้ายๆ ละคร ซึ่งชอบมีอาการ “แผ่วปลาย”

เพราะต้องสรุปจบด้วยคำสอนแนว “ธรรมะย่อมชนะอธรรม” “คนดีย่อมชนะคนชั่ว” และ “เทพย่อมชนะมาร”

กระนั้นก็ตาม ดูเหมือนค่ายสามเศียรจะตระหนักถึงปัญหาข้อนี้เป็นอย่างดี จึงพยายามสรรหาองค์ประกอบแปลกๆ ใหม่ๆ มาใส่ลงไปใน “สังข์ทอง 2561-2562” ตอนที่ 100 กว่าๆ ชนิดไม่ยอมหยุดหย่อน

ที่ถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก เห็นจะได้แก่ฉาก “พระมเหสีจันเทวี” เข้าร่วมคัดเลือกตัวเป็นวิเสทประจำวังท้าวสามนต์ (ก่อนฉาก “แกะสลักฝัก” อันโด่งดัง) ที่อ้างอิงรูปแบบมาจากรายการ “มาสเตอร์เชฟ ไทยแลนด์” อีกหนึ่งโปรแกรมฮิตช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของช่อง 7 โดยไม่กระมิดกระเมี้ยน

น่าสนใจว่า “สังข์ทอง” ตอนที่มีฉาก “รายการมาสเตอร์เชฟจำลอง” ออกอากาศนั้นได้รับเรตติ้งสูงกว่ารายการ “มาสเตอร์เชฟจริงๆ” ในสัปดาห์เดียวกันเสียอีก

เมื่อการแสดงท่าที “ไม่ยอมหมดมุข” ผนวกเข้ากับกระแสข่าวละครเตรียมอำลาจอ เรตติ้ง “สังข์ทอง 2561-2562” ช่วงปลายๆ จึงมีอาการกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย จากตัวเลข 5 ปลายๆ 6 กว่าๆ ก็กลายเป็น 7.213 ในวันที่ 10 มีนาคม 2562 (ตอนที่ 109)

น่าเสียดายที่เรตติ้งละครตอนจบกลับ “ดร็อป” ลงหน่อยหนึ่ง ดังได้กล่าวไปแล้ว

แต่ใช่ว่า “สังข์ทอง ตอน 110” จะปิดฉากอำลาจออย่างปราศจากความน่าประทับใจใดๆ

เพราะละครตอนอวสานนั้นมาพร้อมกับบทสรุปอันน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งของตัวละคร “เจ้าชายไชยันต์”

“สังข์ทอง 2561-2562” ปูพื้นให้ “เจ้าชายไชยันต์” หรือ “เขยไทย” สามีของ “พระธิดาปัทมา” หนึ่งในพระพี่นางของ “รจนา” มีบุคลิกและรสนิยมเป็นชายรักชายมาตั้งแต่ต้น โดยเขาต้องเข้าร่วมพิธีเสี่ยงมาลัยเลือกคู่ที่นครท้าวสามนต์ตามกรอบจารีตดั้งเดิม ซึ่งสวนทางกับความปรารถนาในหัวใจของตนเอง

แรกๆ การปูพื้นเช่นนั้น ดูจะผลักดันให้ “เจ้าชายไชยันต์” (ผู้ชอบเรียกตนเองว่า “ไช”) และพระพี่เลี้ยงคู่ใจชื่อ “สะท้าน” ซึ่งมีประโยคคำพูดโดดเด่นติดปากว่า “พระสติ พระเจ้าข้า พระสติ” (เพื่อคอยเตือนสติเจ้านายที่มักหลุดกริยาไม่เป็น “ผู้ชาย” ออกมา) กลายเป็นตัวตลกที่ “ไม่ถูกต้องทางการเมือง” มากนัก

อย่างไรก็ตาม เมื่อดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ “เจ้าชายไชยันต์” กลับเป็นตัวละครเพียงไม่กี่ราย ที่มีจุดยืนหนักแน่นมั่นคงและ “ถูกต้องทางการเมือง” อย่างน่าทึ่ง

“เจ้าชายไชยันต์” เป็นคนเดียวในนครท้าวสามนต์ ที่ไม่ประเมิน “เจ้าเงาะ” จากรูปกายภายนอก (กระทั่ง “รจนา” ก็ยังอยากให้พระสวามีปรากฏตนด้วยรูปกาย “สีทองอร่าม” มากกว่า “สีดำ”) และเห็นว่าเขามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทัดเทียมกับตัวเอง

“เจ้าชายไชยันต์” เอ่ยเรียก “เจ้าเงาะ” ว่า “พี่เงาะ” ได้อย่างสนิทปากสนิทใจ ดังนั้น แม้จะพลอยติดร่างแหถูกเฉือนจมูก-หูไปด้วยเมื่อคราวออกล่าปลา-ล่าเนื้อ ทว่าหลังจากนั้น “พี่เงาะ/พระสังข์” ก็ไม่เคยเอาคืน “น้องไช” แบบแรงๆ อีกเลย เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายมิได้มีจิตใจคิดร้ายต่อตน

วรรคทองของ “เจ้าชายไชยันต์” ใน “สังข์ทอง 2561-2562” อุบัติขึ้นตอนที่เขาโต้เถียงกับ “พระธิดาปัทมา” เมื่อภรรยาของตนว่าร้าย “เจ้าเงาะ” เป็น “ไอ้คนป่าบ้าใบ้” ผู้เป็นสามี (เพียงในนาม) จึงตักเตือนภรรยาตรงๆ ว่า “อย่าไปว่าเค้า” เพราะ “เค้าเป็นคนเหมือนกับเรา”

แฟนละครหลายคนจับตามองว่า “สังข์ทอง 2561-2562” จะคลี่คลายความสัมพันธ์ระหว่าง “เจ้าชายไชยันต์-พระธิดาปัทมา” ไปในทิศทางใด?

ก่อนหน้านี้ ในละคร “สี่ยอดกุมาร 2559” บริษัทสามเศียรเคยสร้างสีสันด้วยการวางบทบาทให้สองตัวละครหญิง “เพชรราชกุมาร/กุมารี” และ “มัลลิกานารี” เป็นคู่จิ้นกัน

แต่ความพยายามหนนั้น กลับลงเอยด้วยการฟื้นฟูค่านิยมเก่าและแบ่งแยกกีดกันให้ตัวละครทั้งคู่หวนไปเป็น “หญิงรักชาย” ตามธรรมเนียม แถมยังต้องมี “สามีร่วมกัน” อีกต่างหาก

“สังข์ทอง 2561-2562” ตอนอวสาน ดูจะเดินทางไปไกลกว่า “สี่ยอดกุมาร 2559” พอสมควร

เมื่อผู้กำกับฯ และผู้เขียนบทกำหนดให้ “เจ้าชายไชยันต์” ยืนกรานในประเด็นเพศสภาพว่าตนเองไม่ (เคย) ชอบผู้หญิง และไม่สามารถใช้ชีวิตคู่ร่วมกับ “พระธิดาปัทมา” ได้อีกต่อไป

“ไช” จึงเป็นได้แค่เพียง “พี่สาว” ของ “ปัทมา” เท่านั้น

หากเข้าใจไม่ผิด “เจ้าชายไชยันต์” คือตัวละครนำที่เป็นเกย์หรือ LGBT รายแรกสุดของละครจักรๆ วงศ์ๆ ค่ายสามเศียร (หรือละครจักรๆ วงศ์ๆ ไทย)

นี่อาจเป็นนวัตกรรมที่น่าจดจำที่สุดของ “สังข์ทอง” ฉบับนี้

ข้อมูลเรตติ้งจาก https://www.tvdigitalwatch.com

ภาพจาก https://www.instagram.com/mansupasin/ https://www.instagram.com/pimsiripuwanai/ และช่องยูทูบ SAMSEARN OFFICIAL

บทความก่อนหน้านี้กกต.เผยแพร่ รายชื่อผู้สมัครส.ส.ได้คะแนนสูงสุดรายจังหวัด ทั้ง 350 เขต (คลิกตรวจสอบ)
บทความถัดไป‘ชวน’ เบรก อย่าไปฟังใครว่า ปชป.จะจับมือ พปชร. ให้รอ กก.บห.ชุดใหม่จัดการ