คนของโลก : เกรตา ธุนเบิร์ก นักเรียนผู้ถูกเสนอชื่อชิงโนเบลสันติภาพ

เดือนสิงหาคม ปี 2018 เด็กนักเรียนหญิงชาวสวีเดนวัย 15 ปีคนหนึ่งตัดสินใจไม่ไปโรงเรียน แต่เดินไปที่หน้าอาคารรัฐสภาพร้อมป้ายที่เขียนด้วยลายมือ

เกรตานั่งอย่างโดดเดี่ยวด้วยเป้าหมายอันแน่วแน่ แม้พ่อและแม่จะพยายามทักท้วง ผู้คนผ่านไปมาที่มองด้วยแววตาแสนเวทนาที่เห็นเด็กหญิงวัยรุ่นตัวผอมบาง นั่งอย่างอดทนบนพื้นถนนพร้อมถือป้ายประท้วงเรียกร้องอะไรบางอย่าง

ผ่านมากว่า 8 เดือน จากเด็ก 1 คนที่รณรงค์ผ่านแคมเปญ สู่นักเรียนจำนวน 1.4 ล้านคนจาก 2,233 เมือง ใน 128 ประเทศทั่วโลก

จากแผ่นป้ายแผ่นเดียวที่เขียนว่า “หยุดเรียนเพื่อภูมิอากาศ” สู่การรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ส่งต่อเสียงของเด็กๆ ให้บรรดาผู้ใหญ่ที่มีอำนาจ เริ่มทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

โดยเฉพาะวิกฤต “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ที่กำลังส่งผลกระทบร้ายแรงกับทุกชีวิตบนโลกในเวลานี้

 

ความตั้งใจจริงของ “เกรตา ธุนเบิร์ก” ทำให้เธอก้าวสู่การเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมระดับโลกไปแล้ว แม้เธอเองจะมีปัญหาในเรื่องบุคลิกเก็บตัวและปัญหาในการเข้าสังคมก็ตาม

อิทธิพลของเกรตา ส่งผลให้เธอได้มีโอกาสเข้าพบประธานาธิบดีฝรั่งเศสอย่างเอ็มมานูแอล มาครง ยืนร่วมโพเดี้ยมกับฌอง โคล้ด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป รวมไปถึงได้รับเสียงสนับสนุนจากอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี

ชื่อเสียงที่โด่งดังทำให้เกรตาได้กล่าวสุนทรพจน์อันทรงพลังที่การประชุมด้านภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ (คอป 24) ที่ประเทศโปแลนด์ เมื่อเดือนธันวาคม รวมไปถึงการประชุม “เวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม” ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมาด้วย

ล่าสุดเกรตาได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ก่อนหน้าการเดินขบวนของกลุ่มนักเรียนทั่วโลกครั้งล่าสุดเพียง 1 วัน

 

“เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอร้องให้ผู้นำโลกหันมาใส่ใจกับอนาคตของพวกเรา พวกเขาเมินเฉยต่อพวกเรามาแล้ว และพวกเขาจะเมินเฉยต่อไปอีกครั้ง เรามาที่นี่เพื่อให้พวกเขารู้ว่าความเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้นไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม” เกรตาระบุกับที่ประชุมคอป 24 อย่างเด็ดขาดและตรงไปตรงมา

1 ปีก่อน เกรตาเป็นเพียงนักเรียนโลกส่วนตัวสูงคนหนึ่งที่ตื่นเช้าไปโรงเรียนและกลับบ้านในตอนเย็น

ลูกสาวของ “มาเลนา เอิร์นมัน” นักร้องโอเปร่าชาวสวีเดนชื่อดัง และ “สวันเต ธุนเบิร์ก” นักแสดงและนักเขียนชาวสวีเดน เกรตานับเป็นเด็กที่ฉลาดหลักแหลมแต่ก็มาพร้อมกับบุคลิกไม่เข้าสังคม ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเป็นโรคแอสเพอร์เกอร์ซินโดรมของเธอ

เกรตาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังว่า เธอได้เรียนเรื่องปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกครั้งแรกที่โรงเรียนตอนอายุได้ 8 ขวบ

“หนูจำได้ว่าตอนที่หนูยังเด็กกว่านี้ ในโรงเรียน ครูให้พวกเราดูภาพยนตร์ที่แสดงให้เห็นขยะพลาสติกในทะเล หมีขั้วโลกที่อดอยาก และอื่นๆ หนูร้องไห้ตลอดเรื่องเลย…และภาพพวกนั้นติดอยู่ในหัวหนูตลอดเวลา”

เกรตาเล่าต่อว่า เธอได้รู้ในเวลาต่อมาว่า ผู้ใหญ่ไม่ได้เห็นปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญ และนั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกรตาต้องป่วยเป็น “โรคซึมเศร้า” ในอีกหลายปีต่อมา

 

อาการของเกรตาแย่ลง เนื่องจากคอยคิดตลอดเวลาว่าตัวเองจะไม่มีอนาคต หากโลกยังคงดำเนินไปในทิศทางนี้ จนสุดท้ายเกรตาอาการหนักถึงขั้นไม่สามารถไปโรงเรียนได้

ทว่าเวลานี้เองที่เกรตาได้มีโอกาสเล่าความทุกข์และปลดปล่อยความไม่สบายใจของตัวเองออกมากับพ่อและแม่

แม้พ่อและแม่ของเกรตาจะคอยปลอบว่าทุกอย่างมันไม่ได้เลวร้าย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เกรตาสบายใจขึ้น หลังจากนั้น เกรตาใช้เวลาอ่านหนังสือ หาข้อมูล บทความ รายงาน สารคดีจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ค้นพบว่าหนทางออกจากภาวะซึมเศร้าของตนเองก็คือการออกไปรณรงค์เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง

“เวลาผ่านไปพ่อกับแม่เริ่มฟังหนูมากขึ้น เวลานั้นหนูก็เริ่มรู้แล้วว่าหนูสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ และวิธีที่จะออกจากอาการซึมเศร้านี้ได้ก็คือการคิดว่า มันเป็นการเสียเวลามากที่มาคอยรู้สึกแบบนี้เพราะหนูสามารถทำสิ่งดีๆ ในชีวิตได้ และหนูก็พยายามทำมันจนถึงเวลานี้” เกรตาระบุ

นับแต่นั้นเกรตาก็ใช้พรสวรรค์ในการชักจูงผู้คน เริ่มต้นจากพ่อและแม่ที่หันมาเดินทางด้วยรถไฟแทนการขึ้นเครื่องบิน และหันมากินอาหารวีแกน เพื่อลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด ก่อนก้าวไปสู่การรณรงค์หยุดเรียนทุกวันศุกร์ที่อาคารรัฐสภา

เกรตาในเวลานี้เป็นคนใหม่ เป็นเกรตาที่ไม่โดดเดี่ยว ไม่เก็บตัวเงียบ ไม่ซึมเศร้า แต่เป็นเกรตาผู้กล้าเผชิญหน้ากับผู้นำระดับโลก

กล้าป่าวประกาศให้ผู้ใหญ่เห็นความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อนำอนาคตของพวกเขากลับคืนมา

บทความก่อนหน้านี้‘ยูเอ็น’สังเกตการณ์เลือกตั้งกทม.-ปริมณฑล
บทความถัดไป‘หญิงหน่อย’ ควงครอบครัว ใช้สิทธิ ฝาก กกต. ให้ช่วยดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย-เที่ยงธรรม นับคะแนนก็ขอให้สร้างความมั่นใจ