โล่เงิน | เกิดอะไรขึ้นแต่งตั้ง “สว.-รอง ผบก.” ละเหี่ยใจ! ชื่อคนตายโผล่ บัญชีชักเข้า-ออก โกลาหล!

เกิดอะไรขึ้นกับการแต่งตั้งโยกย้ายวาระใหญ่ “นายพันตำรวจ” ชั้นตำแหน่ง “รองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.)” วาระประจำปีที่แล้ว พ.ศ.2561 ที่กำลังดำเนินในกลางเดือนมีนาคม 2562

เมื่อกางกฎหมายเปิดกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ พ.ศ.2561 ข้อ 7 ระบุถึงวาระการแต่งตั้ง ในวาระประจำปี ให้ดําเนินการคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ตําแหน่งระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนของทุกปี ส่วนตําแหน่งระดับรองสารวัตรลงมา ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มกราคมของทุกปี

ทว่าการแต่งตั้ง สว.-รอง ผบก. วาระประจำปี 2561 ที่ขอมติ ก.ตร.ไฟเขียวเห็นชอบขยายเวลาการดำเนินการแต่งตั้งมาแล้วถึง 3 ครั้ง

กรอบเวลาล่าสุดขีดเส้นเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา

แต่จนวันนี้คำสั่งแต่งตั้งสีกากีระดับ สว.-รอง ผบก.ทั่วประเทศ วาระ 2561 ยังไม่เสร็จ

แม้แท็กติกทางธุรการ ช่องว่างทางสารบรรณ ใช้วิธีกันเลขคำสั่งทางราชการ และออกคำสั่งลงวันที่ไว้ ณ 28 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ในความเป็นจริงที่รับรู้ในทางปฏิบัติที่ทราบโดยทั่วกันจนค่อนเดือนมีนาคม คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายที่ว่ายังไม่เผยแพร่ หากว่าภาษาชาวบ้าน “ยังไม่เสร็จ”

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการที่เกิดขึ้นในห้วงของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากในห้วงรัฐบาลประชาธิปไตย เรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้

ทว่าในยุคนี้ อะไรที่ไม่น่าเป็นไปได้ตามตัวบทกฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัติอันเหมาะสมก็เกิดขึ้นได้?!

12 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ทำหน้าที่เสมือนโฆษกส่วนตัว “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกมาชี้แจงว่า กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประกาศคำสั่ง ตร.ที่ 126/2562 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง เปลี่ยนแปลงวันมีผลใช้บังคับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ว่า ขอเรียนว่า ตามคำสั่ง ตร.ที่ 93-96/2562 ลง 25 กุมภาพันธ์ 2562 และคำสั่งที่ 122-125/2562 ลง 28 กุมภาพันธ์ 2562 แต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งระดับสารวัตร ถึงรองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2561 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2562 เป็นต้นไปนั้น เนื่องจากจะต้องดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่งต่างๆ ทดแทนตำแหน่งที่เกษียณอายุราชการ อีกทั้งมีการปรับโครงสร้างส่วนราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทั้งการปรับเกลี่ยข้าราชการในระดับสถานีตำรวจ

ส่งผลให้การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนั้นมีจำนวนมาก เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงเปลี่ยนแปลงวันมีผลใช้บังคับเป็นวันที่ 15 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป

โดยได้มีการทยอยประกาศคำสั่งแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร-รองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2561 ออกมาอีกจำนวนกว่า 6,239 ราย

“การดำเนินการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2561 อยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง และขั้นตอนทางธุรการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ได้ทยอยประกาศออกมาแล้วตามลำดับ โดยให้มีผลใช้บังคับในวันที่ 15 มีนาคม 2562 และ พล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ได้มีหนังสือกำชับข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ตามนัยหนังสือ ตร.ที่ 0004.25/ว 073 ลง 24 พฤษภาคม 2550 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่และการรายงานตัว โดยให้เดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ภายในกำหนด 5 วัน นับแต่รับทราบคำสั่ง แต่ทั้งนี้ต้องไม่ก่อนวันที่คำสั่งแต่งตั้งมีผลใช้บังคับ หรือภายในวันพุธที่ 20 มีนาคม 2562 ทั้งนี้ สำหรับข้าราชการตำรวจที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานที่เลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 17 มีนาคม 2562 ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้นก่อนเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่ต่อไป”

รองโฆษก ตร.แถลงชี้แจงเกี่ยวกับความล่าช้าที่เกิดขึ้นที่เริ่มกระทบต่อการเลือกตั้ง ส.ส.

เหล่านี้คือปรากฏการณ์ที่เกี่ยวกับเงื่อนเวลา ที่เกิดขึ้นในการแต่งตั้ง สว.-รอง ผบก.ครั้งนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทีมงานทำบัญชีแต่งตั้ง “เดอะกุ้น” พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล เป็นตัวแทน ผบ.ตร. ออกมาชี้แจงเหตุที่การออกคำสั่งต้องใช้เวลามาก ล่วงเลยเพราะมีการปรับตำแหน่งสารวัตรปราบปราม ไปสู่ตำแหน่งสารวัตรสืบสวน สารวัตรสอบสวน รวมจำนวนแต่งตั้งโยกย้ายกว่า 9,000 ตำแหน่ง

ทำให้การตรวจสอบต้องละเอียดรอบคอบ ไม่ให้เกิดปัญหา แต่งตั้งคนตาย ย้ายคนผิด เป็นเรื่องโจ๊กสีกากีเช่นการแต่งตั้งครั้งก่อนๆ

ตรวจทานบัญชีโยกย้ายแต่งตั้งตำรวจในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวน 22 คำสั่ง กว่า 8,200 ตำแหน่ง เรื่องโจ๊กๆ แต่งตั้งคนตาย ใส่ชื่อผิดก็ยังปรากฏเป็นเรื่องอำขำขันในวงสีกากีส่งต่อในกลุ่มไลน์ เพียงแต่ไม่ได้ถูกขยายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีใครถือสา แต่งตั้งโยกย้ายเกือบหมื่นตำแหน่ง ผิดพลาดคนสองคนเป็นเรื่องอภัยได้ เพียงแต่ต้องแก้ไขให้ถูก เรื่องใหญ่กว่าคือความล่าช้า

เมื่อล่าช้าก็มีคำถามเกิดอะไรขึ้นในการทำคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้

คําสั่งชุดแรกที่ออกมาในกลุ่มตำแหน่งเลื่อนไหล ออกมาชุดแรกตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์ ขณะนั้นใบปิดหน้าคำสั่งให้มีผล 1 มีนาคม ออกมา 371 ตำแหน่ง เป็นกลุ่มตำแหน่งทางเทคนิคที่เลื่อนไหล ในวงการสีกากีไม่ถือว่าหวือหวาหรือต้องลุ้น

มาถึงชุดคำสั่งที่สีกากีรอคอยระดับผู้กำกับการ ถึงรองผู้บังคับการ ชุดแรก 1,450 ตำแหน่ง เรียกเสียงฮือฮาจากความมาแรงของ “ค่ายหักพาล” ทีมงานชุดปฏิบัติการสารพัดศูนย์ปราบปราม ของ “เดอะโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นายตำรวจมือขวาของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับ คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผงาดยึดเก้าอี้พรีเมียมทำเลดีในความหมายของเหล่าสีกากีถ้วนหน้า

ขณะที่คนของบิ๊กๆ หลายคนหลุดโผ ตกม้าตาย

แต่ผ่านไปไม่ทันไร คล้อยหลัง 2-3 วัน ก็มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ถอนชื่อแก้ไขเก้าอี้ออกมา 187 ตำแหน่ง 15 ว่าที่ ผกก.ใหม่ ในคำสั่งชุด 1,450 ตำแหน่งดีใจเก้อ ชื่อถูกถอน หลายคนสลับสับเปลี่ยน หลายคนเข้าวิน

สีกากีละเหี่ยใจ เกิดอะไรขึ้นกับการแต่งตั้ง ชักเข้า ชักออก กันวุ่น!!

ท่ามกลางข่าวสะพัด “เกมโกลาหล ล้มกระดาน มิตรภาพสั่นคลอน” เกิดในการทำคำสั่งแต่งตั้งสีกากี เช้าวันที่ 12 มีนาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติเผยแพร่คำสั่ง โยกย้ายระดับสารวัตรถึงรองผู้กำกับการออกมา 6,238 ตำแหน่ง ปรากฏความไม่ปกติเมื่อคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายทุกหน่วยทุกกองบัญชาการที่ ผบ.ตร.ลงนาม กลับไม่มีสักชื่อ โยกย้ายในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ทั้งย้ายเข้า ย้ายออก โยกในระนาบ

สีกากีเกิดคำถามเกิดอะไรขึ้น เกมโกลาหลที่ว่า เกิดขึ้นจริงหรือ ในวงการสีกากีวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา

ทราบกันทั่ว สตม.คือหน่วยในอาณัติบังคับบัญชาของ “บิ๊กโจ๊ก” ส่วนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวนั้น เคยเป็นรองผู้บัญชาการ ซึ่งมีบารมีอยู่มาก แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ เป็นไปตามยุคสมัย

เกิดอะไรขึ้นในการทำคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ยังเป็นเรื่องอึมครึมที่วงการสีกากี ทำไมสะดุด เหตุใดชะงัก เหตุใดล่าช้า และใครคือผู้มีอำนาจตัวจริงกันแน่?!

บทความก่อนหน้านี้สายสกินแคร์ต้องดู ซีรีส์โฆษณาใหม่จากเอสเค-ทู “Bare Skin Chat”
บทความถัดไป“มาดามเดียร์” หาเสียงเขตสายไหม ปัด ทหารไม่เกี่ยวพปชร. ไม่รู้คำสั่งไอโอจริงไหม