สมุนไพรเพื่อสุขภาพ /โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง/ตรีผลา : ยาแก้โรคร้อน

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงพาตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

ตรีผลา : ยาแก้โรคร้อน

 

นับแต่วันแรกที่ละครทีวี “นายทองเอก หมอยาท่าโฉลง” ออนแอร์ ปรากฏว่าเรตติ้งคนดูพุ่งแรงแซงหนังทีวีทุกเรื่องมาจนถึงวันนี้

ทำเอาบรรดาแพทย์แผนไทยทั่วราชอาณาจักรสยามหัวใจพองโตไปตามๆ กัน

เพราะดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกของจอแก้วที่ตัวพระเอกรับบทเป็นหมอแผนไทย

แถมดาราคู่พระคู่นางก็เป็นซุป’สตาร์ลูกครึ่งระดับท็อปวัน จึงสร้างเทรนด์แผนไทยไปอินเตอร์อีกต่างหาก

ที่สำคัญช่วยลบภาพผิดเก่าๆ ที่คนมักเข้าใจว่าหมอไทยคือหมอนวดอย่างเดียว

ไม่นึกว่าจะเป็นหมอยาเทวดาหน้าตาหล่อเหลาแบบนี้

ว่ากันถึงอัตลักษณ์ของยาไทยไม่เหมือนยาฝรั่งก็ตรงที่ยาไทยเป็นยากินตามธาตุ ตามวัย และตามฤดูกาล

ถ้าถามว่าฤดูนี้ควรกินยาอะไร

ก็ตอบแบบกำปั้นทุบดินได้ทันทีว่า ต้องกินยาชื่อ “ตรีผลา” ซึ่งหมอแผนโบราณท่านรู้ดีว่า “ตรีผลาเป็นพิกัดยาในคิมหันตฤดู”

พูดให้ฟังง่ายๆ ก็คือ เป็นยาสามัญประจำฤดูร้อนนั่นเอง

ทุกวันนี้ไม่มีใครไม่รู้จักยาตรีผลา แม้แต่ฝรั่งมังค่าที่นิยมยาไทย ก็ยังมีสำนวนติดปากว่า

“นึกยาอะไรไม่ออก ก็บอกให้ใช้ตรีผลาไว้ก่อน” (When in doubt, use Triphala)

 

ในคอลัมน์นี้ก็เคยเขียนถึงพิกัด (กลุ่ม) ยาผลไม้พื้นบ้าน 3 อย่างนี้ไว้บ้างแล้ว

เข้าใจว่าน่าจะเป็นพิกัดยาโบราณที่ใช้กันมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลโน้น

ดูจากชื่อผลไม้ที่นำมาประกอบยา ได้แก่ สมอไทย สมอพิเภก และมะขามป้อม ล้วนแต่เป็นชื่อสมุนไพรในพุทธประวัติ ที่พระท่านใช้ขบเคี้ยวเป็นยารักษาสุขภาพได้หลังเพล

แต่ที่ยังไม่มีใครรู้กันก็คือตรีผลาเป็นยาสำหรับแก้โรคหน้าร้อน ไม่ว่าจะใช้เป็นพิกัดยาสมุนไพรเฉพาะ 3 ชนิดนี้ หรือจะนำพิกัดตรีผลาไปเป็นส่วนหนึ่งของตำรับยาใหญ่ชุดอื่น

ไม่ว่าจะเป็นตำรับยาแก้ไข้เด็ก ยาบำรุงโลหิตสตรี ยารักษาโรคหอบอันเกิดจากน้ำเหลืองเสียและเสมหะกำเริบ

รวมทั้งโรคอุจจาระธาตุต่างๆ ด้วย เป็นต้น

ในหน้าร้อนอ่อนเพลียอย่างนี้ จึงขอแนะนำย้ำกันอีกครั้งให้รับประทานตรีผลาเป็นยาเย็นที่มีสรรพคุณคลายร้อน บำรุงร่างกายไปพร้อมๆ กัน

และยังช่วยรักษาท้องไส้ให้ปลอดภัยจากโรคทางเดินอาหารที่มากับหน้าร้อนอีกด้วย

เคล็ดลับของการปรุงตำรับยาตรีผลาให้ได้ฤทธิ์ยาดีตรงตามพระคัมภีร์สรรพคุณแลมหาพิกัดที่มีมาแต่โบราณ ก็คือ ต้องใช้เนื้อผลที่แก่จัดของผลไม้ยาทั้ง 3 ชนิด ที่มีชื่อพฤกษศาสตร์ ดังนี้คือ สมอไทย (Terminalia chebula Retz.) สมอพิเภก (Terminalia bellirica Roxb.) และมะขามป้อม (Phyllanthus emblica L.)

ทำไมต้องใช้ผลสมอไทยแก่

เพราะเนื้อผลแก่ไม่มีรสเปรี้ยวเพียงรสเดียวเหมือนผลอ่อน แต่มีรสฝาดแทรก เจือขมเล็กน้อย

จึงมิใช่มีแต่ฤทธิ์ระบายถ่ายอย่างเดียว แต่มีฤทธิ์พิเศษที่หมอทองเอกแห่งท่าโฉลงน่าจะทราบดี คือ ฤทธิ์ “คุมธาตุ รู้เปิด รู้ปิดเอง”

คุมธาตุ ในที่นี้หมายถึงคุมอุจจาระธาตุ

รู้เปิด หมายถึงมีฤทธิ์ช่วยระบายเวลาท้องผูก

ส่วนรู้ปิด หมายถึงมีฤทธิ์หยุดระบายได้เองโดยอัตโนมัติ

เมื่อท้องร่วงเป็นกลไกป้องกันร่างกายเสียน้ำมากเกินไป นอกจากนี้ยังแก้ลมป่วงที่เกิดจากท้องร่วงอย่างแรง และแก้อาเจียน

แต่ที่สำคัญคือ รสผลแก่ ช่วยถ่ายพิษไข้ ระบายพิษร้อนภายในอันเกิดจากดีพลุ่ง แก้ปิตตะ (ดี) พิการ ขับน้ำเหลืองเสีย แก้หืดไอ และบำรุงร่างกาย ยิ่งถ้าเอาผลสมอไทยแก่ดองฉี่วัว ใช้ดื่มแก้ปวดเมื่อย ตามเนื้อตัว ตามข้อ

แก้อ่อนเพลียได้ดีนักเช่นกัน

 

ทําไมต้องใช้ผลสมอพิเภกแก่

เพราะเนื้อผลแก่มีทั้ง 3 รส คือ เปรี้ยว ฝาด สุขุม ซึ่งไม่เพียงแก้เสมหะจุกคอ ช่วยให้ชุ่มคอ แก้คอแห้งผากยามร้อนบรรลัยเท่านั้น

แต่ยังช่วยบำรุงธาตุสี่ แก้ไข้

ส่วนผลมะขามป้อมแก่นั้นก็มีทั้ง 4 รส คือ มีรสเปรี้ยวฝาดนำ และรสขมเจือเผ็ดตาม

นอกจากช่วยระบาย ทำให้ชุ่มคอแล้ว ยังช่วยขับปัสสาวะ แก้ไข้ แก้ร้อนในแก้ลมวิงเวียน และบำรุงหัวใจ มีฤทธิ์ใหม่ของมะขามป้อมที่พบจากการวิจัยในหนูทดลองคือ ช่วยลดพิษสารโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว ปรอท แคดเมียม ต่อตับและไต ซึ่งอินเทรนด์กับการแก้ปัญหามลพิษจากฝุ่นจิ๋ว 2.5 ในยุคไทยแลนด์ 4.0 ด้วย (ฮา)

ดังนั้น เนื้อผลไม้ยาทั้ง 3 อย่างดังกล่าว เมื่อประกอบเข้าเป็นพิกัดยาตรีผลา จึงมีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคร้อน และสร้างภูมิคุ้มกันโรคที่มากับหน้าร้อนได้เป็นอย่างดี

เดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์ยาตรีผลาออกมาแพร่หลายเป็นจำนวนมากทั้งในรูปแบบยาแคปซูล ยาเม็ด และยาน้ำ รวมทั้งเครื่องดื่ม

จึงไม่ยากที่ผู้นิยมสมุนไพรไทยจะแสวงหามาไว้เป็นยาสามัญใกล้ตัวสำหรับเยียวยาสุขภาพในยามหน้าร้อนอย่างนี้

หากท่านมีเวลาสำหรับสุขภาพของตัวเองแล้วไซร้ ในระหว่างวันที่ 6-10 มีนาคมนี้ หมอทองเอกแห่งท่าโฉลงฝากประชาสัมพันธ์ให้ไปเที่ยวงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ

และถ้าร่วมเปิดงานกับ รมต.กระทรวงสาธารณสุข ในช่วงเช้าวันพุธที่  6 มีนาคม ท่านจะได้สัมผัสกับหมอไทยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2562 ตัวเป็นๆ

คือ พ่อหมอเสริฐ ขาวอรุณ หมอพ่อพระแห่งหลังสวน จังหวัดชุมพร แล้วท่านจะได้เรียนรู้ว่า หมอแผนไทยเก่งๆ อย่างหมอทองเอก ยังมีอยู่ทั่วราชอาณาจักรไทยแลนด์ 4.0

บทความก่อนหน้านี้เศรษฐกิจ / ‘ท่องเที่ยว’ ซ้ำรอย ‘ส่งออก’ จริงหรือ หลุดโผ…พระเอกขับเคลื่อน ศก.ไทย
บทความถัดไปแมลงวันในไร่ส้ม/ เช็กบิล ‘สื่อทีวี’ วอยซ์-โมเดิร์นไนน์ พิษ ‘ดีเบตเลือกตั้ง’