อภิญญา ตะวันออก / หมูบิน! จ้าวเวหา : ทุเรียน-กัญชา-วังจัมกามอน

อภิญญา ตะวันออก

ถึงตอนนี้ ไม่มีอะไรจะดีกว่ากลับไปแคว้นเบรอตาญ/บริตานีเพื่อเยี่ยมเยียนมิตรสหายและเยียวยาร่างกาย สำหรับภูมิอากาศรื่นรมย์ที่ช่วยบ่มพลังจิตใจ

ด้านหนึ่ง ก็รู้สึกถูกรบกวนด้วยลัทธิความเชื่อเป็นศูนย์กลางโลกของมวลญาติ และการดูถูกคำบอกเล่าของกีย์ที่มีต่ออารยธรรมเขมรว่า เป็นเรื่องเหลวไหล ดูเหมือนความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างเดียวที่มี คือลูกสาวของเขา ที่มีความเด็ดเดี่ยว และไม่ยอมเปลี่ยนใจจะย้ายไปอยู่กับเขาที่กัมพูชา แม้ว่าเรื่องนี้จะทำให้เขาขัดแย้งกับมารดา แต่ในที่สุด กีย์ก็ถูกเลือก

ในเดือนเมษายนนั้นช่างผ่านไปอย่างรวดเร็ว พนมเปญยังโกลาหลจากระบบเคอร์ฟิว และหนักลงกว่าเดิม เมื่อมีประกาศตัดไฟฟ้าหลังเวลา 2 ทุ่มทุกวัน ส่วนโสวิชานั้นก็ดีใจมาก เธอคิดไปตามประสาว่ากีย์จะไม่กลับมาเขมรอีก

การเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดภายในเวลาอันสั้น เช่น การได้พบปะเพื่อนนักบินในลาวเข้ามาทำงานในกัมพูชา และในโอกาสที่บินร่วมกัน ราวกับเคราะห์ร้าย ไม่กี่นาทีจากโปเชนตง เครื่องยนต์ก็ขัดข้อง จนต้องบังคับจอดกลางทุ่งนาที่ห่างจากสนามบินไปราว 10 กิโลเมตร โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ทุกอย่างก็เสียหายไปมาก

ระหว่างที่นักบินผู้ช่วยอาสาถีบจักรยานเข้าเมืองเพื่อรายงานอุบัติเหตุ กีย์ปล่อยตัวเองจมกับอารมณ์เวทนาต่อทุ่งข้าวและเถียงนา สมบัติมีค่าของชาวนา ที่ต้องมาพังพินาศเพราะเจ้านกเหล็กที่ตกลงมาจากฟ้า

ต่อหน้าหุ่นไล่กาโกโรโกโสตัวนั้น

 

ไม่นาน ฤดูเก็บเกี่ยวพืชผลก็มาเยือนและเที่ยวบินกำปอดที่เวียนมาอีกครั้ง แต่ไม่ใช่เพื่อการขนถ่ายปลาทะเลเหมือนครั้งแรก แต่เป็นไม้ผลตามฤดูกาลชนิดหนึ่ง ซึ่งกีย์บรรยายว่า มันมีขนาดเท่าลูกแฮนด์บอล มีหนามแหลมและเปลือกหนา ซ้ำยังเป็นที่นิยมรับประทานในหมู่ชาวท้องถิ่นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มันคือผลทุเรียน ทุเรียนเมืองกำปอดที่ได้ชื่อว่ารสเลิศ เนื้อนุ่ม กลิ่นหอมหวานละมุนนัก มีแต่กีย์และพวกต่างชาติบางคนที่รู้สึกถึงกลิ่นอันรุนแรง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องโหลดมันขึ้นเครื่องบินคราวละ 3 ตันเป็นอย่างน้อย

ทุเรียนกำปอดได้กลายมาเป็นภารกิจหลอนของกีย์อย่างวายร้าย โดยมิว่าเขาจะใช้วิธีเปิดหน้าต่างทุกบานเพื่อระบายกลิ่นนั่น แต่มันก็ยังติดมากับเสื้อผ้าและผม แม้กระทั่งเวลาพักผ่อนภายในบ้าน

ฤดูทุเรียนที่โหดร้ายนี้ มาจากเจ้าของสวนรายใหญ่ในเมืองกำปอด ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลี ยต ไล แห่งบริษัทเขมรอากาศที่เป็นนายจ้างของกีย์ ด้วยเหตุนี้ การลำเลียงทุเรียนจากสวนที่ล้อมรอบไปด้วยทัพเขมรแดงไปยังสนามบินจึงเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ เมื่อพบว่า ลี ยต ไล ยอมจ่ายค่าคุ้มครองแก่พวกคอมมิวนิสต์อย่างเต็มจำนวน

การนี้เขาจึงไม่เคยเจอจรวดอาร์พีจีที่ยิงส่งเข้ามาในสวน เพื่อตักเตือนเป็นครั้งครา สำหรับเจ้าของสวนบางรายที่กล้าลองดี แต่บางทีการยิงสุ่มนู่นสุ่มนี่ ก็ไม่เกี่ยวกับค่าคุ้มครองแต่อย่างใด

วันหนึ่ง ระหว่างขนถ่ายทุเรียนอยู่นั้น พลัน ความสนใจทั้งมวลก็สิ้นสุดลง เมื่อพบว่ามีคนร้องตะโกนเครื่องบินของสกิ๊พถูกกราดยิง ตอนนั้นเองที่กีย์กระโดดไปบนเครื่อง และพบสกิ๊พนอนกองอยู่ตรงนั้น

กีย์รีบบินด่วนกลับพนมเปญ ระหว่างนั้นสกิ๊พซึ่งยังรู้สึกตัวดี ร้องหายาเส้นและพี้มันด้วยซิการ์ นัยว่าเพื่อระงับความเจ็บปวด จากนั้นเขาก็หลับเป็นตายจนถึงมือหมออีก 2 ชั่วโมงต่อมา

การผ่าตัดกระสุนบริเวณน่องและหน้าแข้งไม่ง่าย แต่บางทีอานิสงส์ของการพี้กัญชาที่ว่า มีผลต่อด้านหนึ่งช่วยให้ผู้ป่วยหลงลืมความเจ็บปวดชั่วคราว แต่อีกด้านก็อาจส่งผลต่อการวางยาชาในการผ่าตัด

หมอกรอวินกล่าว เขารู้สึกแปลกใจที่ผู้ป่วยฟื้นตัวและเอาแต่หัวเราะ

 

ปีใหม่เมษายนที่วุ่นวาย กระนั้น การเฉลิมฉลองภายใต้แสงตะเกียงที่วิลล่าของบาบาลก็ถูกจัดขึ้นอย่างมีนัยยะ

พวกนักบินหลายเชื้อชาติพากันมาที่นี่ รวมทั้งมิตรสหายจากพระตะบอง ผองเพื่อนผู้พากันมาชุมนุม ในความทรงจำ ไม่เพียงแต่อาหารจานโตเท่านั้น แต่บาบาลยังมีของขวัญพิเศษแก่มิตรสหายในก่อนเที่ยงคืนวันนั้น ทันที เขาก็ประกาศว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาด มีนักบินฝรั่งเศสบางคนจะทิ้งทุ่นกลับเวียงจันทน์

ถูกแล้ว บัดนี้รัฐบาลฝรั่งเศสได้หันมาสานสัมพันธ์ไมตรีกับลาวอีกครั้ง และยังเสนอที่จะส่งมอบเครื่องบินพร้อมด้วยครูฝึกไปยังที่นั่น

ในจำนวนนั้นก็มีสหายหมูนักบิน! บางคน พวกเขากำลังเตรียมตัว

ในที่สุด ปาร์ตี้ปีใหม่ก็จบลง เพื่อร่ำลาและแยกจาก ทว่าเหตุผลที่ทำให้บาบาลเตรียมทิ้งพนมเปญนั่น หาใช่ข้อเสนอที่น่าสนใจจากกองทัพอากาศลาว แต่มาจากสภาพการบินในกัมพูชาที่เสื่อมทรามลงทุกวันนั่นตะหาก

พลัน กีย์ก็นึกถึงความคาดหวังของกันแสงและเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ อา บัดนี้ความปลอดภัยในการบินของที่นี่ได้ถึงวาระสุดท้ายแล้ว ทางเดียวที่เหลืออยู่สำหรับบางคน คือเวียนกลับไปเมืองลาวเช่นกรณีของบาบาล

แต่สุดท้าย กลับถูกตั้งค่าหัวจากกลุ่มปฏิปักษ์ และถูกบังคับกลับฝรั่งเศส-ประเทศแปลกหน้าของตัวเอง

 

การมาถึงพนมเปญของเพเนลูเป-ลูกสาว ตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ถดถอยของกีย์กับมารดา โดยเฉพาะความก้าวหน้าในการรับรู้ข่าวสารในฝรั่งเศสต่อเหตุการณ์โจมตีของฝ่ายคอมมิวนิสต์ และแผนเหนือเมฆของพล พต ต่อรัฐบาลสาธารณรัฐ

เรื่องมีอยู่ว่า ก่อนหน้า 2-3 เดือนมาแล้ว ได้เกิดเหตุนักบินกองทัพอากาศคนหนึ่งถูกจับตัวไปโดยฝ่ายเขมรแดง แต่จู่ๆ ต่อมาเขาก็ถูกปล่อยตัวและกลับมาที่ฐานทัพอากาศ บริเวณสนามบินกำปงฉนัง

ไม่นาน เมื่อกลับมาสวมชุดนักบิน เขาได้มุ่งหน้าไปยังเครื่องบินขับไล่ที-28 (T-28) ซึ่งเต็มไปด้วยสรรพอาวุธรวมทั้งลูกเรือ ท่ามกลางความโกลาหลเสียงไซเรน และประกาศภารกิจประจำวัน

ในเวลาเดียวกัน นักบินสอดแนมแห่งกองทัพอากาศผู้นั้นก็ได้ถือโอกาสเข้าไปในห้องนักบิน จากนั้นภายในเวลาไม่กี่นาที เขาก็สามารถขับที-28 พร้อมอาวุธทำลายอย่างโดยง่าย และทันทีที่บินผ่านใจกลางเมืองหลวง ตรงทำเนียบประธานาธิบดีจัมกามอน เขายิงระเบิดไปยังเป้าหมายอย่างแม่นยำ ก่อนจะบินหายลับไปทางจังหวัดกระแจะ

ประธานาธิบดีลอน นอล ได้รับบาดเจ็บ แทบจะไม่มีใครเชื่อว่าเครื่องบินของกองทัพอากาศจะถูกจารกรรม หากไม่มีคนในให้การช่วยเหลือ ด้วยเหตุนี้ ผู้นำกัมพูชาซึ่งหวาดกลัวต่อการปองร้าย จึงประกาศให้น่านฟ้าเหนือทำเนียบเป็นเขตห้ามบิน!

ผลก็คือ เที่ยวบินทั้งหมดต้องใช้เวลานานขึ้น

 

ความพยายามเอาชนะพรรคคอมมิวนิสต์ของรัฐบาล นับวันดูจะเผยให้เห็นถึงความเลวร้าย โดยเฉพาะกรณีที่เครื่องบินพาณิชย์ตกเป็นเป้าโจมตี

นี่ไม่ใช่ความมุ่งร้ายของพล พต แต่ฝ่ายเดียว หากแต่การฝ่าดงกระสุนของการโจมตีแต่ละครั้ง ไม่มีวันที่พวกหมูบิน! จะทราบว่ามาจากฝ่ายใด? ระหว่างกองทัพรัฐบาลหรือพรรคคอมมิวนิสต์? ซึ่งพบว่าการโจมตีเครื่องบินพาณิชย์โดยหน่วยงานของรัฐต่างหากที่เกินจะยอมรับได้

เมื่อเทียบกับไซ่ง่อน สนามบินที่มีจำนวนเครื่องบินขึ้น-ลงหนาแน่นต่อวัน เทียบเท่ากับนครชิคาโกของสหรัฐในปีนั้น (ปี 1970) แต่เวียดนามที่มีสงครามไม่ต่างกัน กลับไม่มีการโจมตีเครื่องบินพาณิชย์แบบกัมพูชา

โดยสนามบินโปเชนตงนั้น พบว่ามีความเป็นไปได้ในฐานะสนามบินแห่งการเสี่ยงภัยมากที่สุดแห่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกคุกคามจากภัยคอมมิวนิสต์ อีกความพยายามขจัดอุปสรรคดังกล่าว ก็เป็นไปอย่างล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ

ครั้นเกิดอุบัติภัย บริษัทการบินพลเรือนและบริษัทประกันภัยในบางครั้งก็ไม่ทราบว่าจุดไหนสมควรจ่ายค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะเมื่อค่าเฉลี่ยอุบัติเหตุทางอากาศมีจำนวนมาก กล่าวคือ อย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ สำหรับอุบัติภัยขนาดใหญ่

ยังไม่นับค่าประกันความเสี่ยงในอุบัติเหตุรายย่อยซึ่งเป็นรายการขนส่งสินค้า

ตลอดจนทรัพย์สินผู้ประสบภัย และจากการเสียชีวิต

——————————————————————————————————-
เครดิตภาพ : เอพี

บทความก่อนหน้านี้มท.1. กำชับทุกจังหวัดเตรียมพร้อมรับภัยแล้ง ขอปชช.งดทำนา-หันปลูกพืชใช้น้ำน้อย
บทความถัดไปบิ๊กป๊อก ยัน ทีมรปภ.บิ๊กตู่ ทำหน้าที่คุ้มกันวันปราศรัย เท่าเทียมนักการเมืองคนอื่น