ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ /Fyre : The Greatest Party That Never Happened

พรพิมล ลิ้มเจริญ

ใส่บ่าแบกหาม/พรพิมล ลิ่มเจริญ

Fyre : The Greatest Party That Never Happened

 

เธอจ๊ะ

Fyre : The Greatest Party That Never Happened

เป็นหนังสารคดี เกี่ยวกับชายคนหนึ่งชื่อ Billy McFarland ที่จัดงาน Fyre Festival แล้วล้มเหลวไม่เป็นท่า หายนะก็ว่าได้ เจอเข้าไปหลายข้อหาเลย ได้อยู่ในคุกเรียบร้อยแล้ว แถมยังต้องหาเงินมาจ่ายคืนผู้เสียหายทั้งหลายอีกหลายล้านดอลลาร์

ประเด็นคือ เทศกาลฟายร์นี้โด่งดังมาก เวลามันล่ม มันล้มดังมากเช่นกัน

พอมันล่ม หลังจากนั้นประมาณสามเดือน เขาก็ทำสารคดีนี้ขึ้นมา โดยให้ทั้งผู้เกี่ยวข้องและผู้เสียหายมากหน้าหลายตามาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้คุณผู้ชมฟัง

Fyre Festival คืออะไร?

 

Fyre was basically, like,

Instagram coming to life.

ฟายร์ก็เป็นอินสตาแกรม

ที่มาออกโลดแล่นจริงๆ

come to life เป็นสำนวน ใช้อธิบายสิ่งใดๆ ว่ามันจริง มันเหมือนเป็นอย่างนั้นโดยธรรมชาติ

การที่เขาเปรียบเทียบกับอินสตาแกรม อย่างหนึ่งก็เพราะอินสตาแกรมมันเป็นเหมือนโลกที่คัดกรองแล้ว คนในโลกอินสตาแกรมจะดูเก๋ ฮิปๆ มีแต่เรื่องเท่ไว้อวดกัน

พี่บิลลี่ แม็กฟาร์แลนด์ แกเข้าใจในจุดนี้

Biggest event in a decade,

I promise you.

เป็นงานใหญ่ที่สุดในทศวรรษเลย

รับประกันได้

พี่บิลลี่แกมั่นใจของแก

It was just the coolest party

that you’d ever seen advertised.

มันจะเป็นงานปาร์ตี้ที่เจ๋งสุดๆ

ที่ไม่มีที่ไหนกล้าโฆษณาได้เท่านี้

เรื่องของเรื่องก็คือ อยู่มาวันหนึ่ง พี่บิลลี่และคณะที่เป็นคนดังไปเจอเกาะร้างๆ พี่บิลลี่แกเป็นเจ้ามือเลี้ยงเหล้ายาปลาปิ้ง พอสนุกกันได้ที่ คณะของแกก็เกิดไอเดียขึ้นมาว่าน่าจะจัดงานเฟสติวัลอะไรสักอย่างกันที่นี่ พี่บิลลี่แกก็เอาสิ จัดก็จัด

แล้วแกก็เรียกมันว่า Pablo Escobar’s private island

Pablo Escobar เป็นเจ้าพ่อแห่งยาเสพติดชาวโคลอมเบียไง ลักลอบส่งโคเคนเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา 80% ของยอดส่งฝีมือแกทั้งนั้น มูลค่าระดับพันล้าน ที่หนังชอบเอาเรื่องเขามาสร้าง หรือไม่ก็เอาไปอ้างอิงถึง

ฟังดูดีแฮะ

 

สิ่งแรกที่ทำก็คือทำโฆษณาเลย!

จ้างเหล่านางแบบมาแสดง จ้างคนทำโฆษณา มาทำสปอตโฆษณาโปรโมต ดูหรูเฟ่มาก

We should tell all the girls

to post one picture of them

on the beach today,

or on jet skis, #fyrefestival

before five o’clock.

เราควรบอกพวกน้องๆ นางแบบ

ให้โพสต์รูปตัวเองที่หาดทราย

หรือบนเจ๊ตสกีก่อนห้าโมงนะ

ใส่แฮชแท็ก fyrefestival ด้วย

ด้วยอำนาจฤทธีของการแชร์ การติดตามคนดัง ข่าวฟายร์เฟสติวัลก็กระจายไปทั่ว

และด้วยการมีกิมมิกให้โพสต์รูปสี่เหลี่ยมสีส้มเฉยๆ มันยิ่งฮิตติดตาในเวลาไม่ช้าเลย

We have 400 of the biggest people

around the world,

influencers, models, comedians,

artists, actors, actresses,

all at the same time

posting the ambiguous burnt orange Fyre tile.

เรามีคนดังทั่วโลก 400 คน

ทั้งอินฟลูเอ็นเซอร์ นางแบบ ตลก ศิลปิน

นักแสดงชาย-หญิง

ทุกคนโพสต์สี่เหลี่ยมสีส้มพร้อมๆ กัน

ให้คนงงเล่น

ใครๆ ก็อยากมางานนี้สิ ในโฆษณามันล่อตาล่อใจมากๆ เลย โฆษณาบอกว่าจะได้ไปเกาะหรรษาแห่งนี้ โดยเครื่องบินเจ๊ตส่วนตัว, มีที่พักติดทะเลให้พักอาศัย, และมีอาหารหรู มีแชมเปญ มีไวน์ มีเบียร์ เครื่องดื่มหรูๆ

Each influencer, and there were

about 250 influencers,

were promised, for a post, for one post…

a one-bedroom, three-person

villa on the beach…

อินฟลูเอ็นเซอร์แต่ละคน

รวมแล้วมี 250 คน

ไปสัญญากับเขา โพสต์ให้ครั้งหนึ่ง

จะได้หนึ่งห้องนอน

ในวิลล่าติดทะเลสำหรับสามคน

โปรดิวเซอร์ท่านหนึ่งในสารคดี ให้ความเห็นว่า

I would say you should

try to start the design and the fundraising,

everything at least 12 months out.

ผมคิดว่าควรต้องเริ่มออกแบบ ระดมทุน

ทุกๆ อย่างก่อนอย่างน้อย 12 เดือน

12 months out หมายถึง 12 เดือนจากวันจริง ในที่นี้คือวันงาน เวลาใส่ out เข้าไป จะหมายถึง ระยะเวลาที่ห่างจากวันจริง

อันนี้เตรียมงานกันไม่กี่เดือนล่วงหน้า และที่สำคัญเปิดขายตั๋วไปก่อน ขายหมดอีกต่างหาก

และสำคัญที่สุด ทำเป็นหรือเปล่า ไม่แน่ใจ นี่คืองานแรกนะได้ข่าว! แล้วคนก็เฮละโลไปงาน

แต่กลับไม่มีงานให้เฮฮา!!

 

สารคดีเขาทำสนุกดีนะ มีภาพหลากหลายมาให้ดู คนรุ่นใหม่มีโทรศัพท์มือถือติดกายนี้ดี ถ่ายภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวมือเป็นระวิงกันเป็นกิจวัตร เราจะได้เห็นคณะทำงานเขาสนุกมาก ร่าเริงบันเทิงใจในทุกสถานการณ์ แต่เราสิ จะได้ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ แทน เหมือนกำลังดูเรือไททานิคกำลังล่มยังไงยังงั้น

เริ่มที่เกาะเขาไม่ให้เช่า ต้องหาที่ใหม่, หาที่พักที่ไปสัญญาไว้ให้กับแขกที่จะมาเป็นร้อยพันนอน

มาได้ที่ใหม่ มันดันไม่ใช่เกาะ ต้องมาตกแต่งกันใหม่ให้เหมือนเกาะ หนำซ้ำน้ำท่าให้ใช้อาบกินจะเอาที่ไหน ไฟฟ้าให้ใช้ ใครจะมาลากสายไฟให้ เครื่องบินเจ๊ตรับคน รถรับ-ส่งในเกาะ อาหารที่ว่ามีให้กินอิ่มหนำ จะขำมากก็ตรงเต็นท์ สุดท้ายไปได้เต็นท์เหลือจากที่บริจาคจากเหตุการณ์เฮอร์ริเคนแมตธิวพัดถล่มมาใช้!

แล้วพี่บิลลี่นี่ก็ยังมีวีรกรรมต่อจากงานวันนั้น ส่งอีเมลมาขายตั๋วงาน The Met Gala งานที่จะเข้าได้ก็ต้องบัตรเชิญเท่านั้น ขายตั๋วงาน Victoria’s Secrets งานที่เฉพาะแขกวีไอพีจะไปได้ ฯลฯ

He looked me dead in my face

and said, “I’m not going to jail.”

to look (somebody) dead in the eye หมายถึง ไม่ใช่แค่สบตาตรง แต่แสดงว่าเขามั่นใจมากด้วย

เรื่องมันน่ากลัวก็ตรงที่ คนเราขายของได้ง่ายเหลือเกิน เพียงอินฟลูเอ็นเซอร์ทั้งหลายและโซเชียลมีเดียแชร์มาว่าดี เราก็โดนหลอกไปครึ่งทางแล้ว

อินฟลูเอ็นเซอร์เขาก็จะมาเสียใจกับเราภายหลัง

แต่เราสิ เสียเงินไปแล้วนิ อายด้วยสิ เพื่อนล้อแน่นอน

ของแบบนี้ก่อนไปต้องโม้ไว้ก่อนหน้า ช้ำใจนะ ช้ำใจ

ฉันเอง

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ /นาฏศิลป์อินเดีย ไม่มีอิทธิพลฟ้อนรำไทย
บทความถัดไป‘หมอเลี๊ยบ’ เผยวิธี เลือกตั้งอย่างไร? ให้ฝ่ายประชาธิปไตย ชนะถล่มทลาย!